หน้าแรก การเมือง รบ.เผยยอดลงทะ...

รบ.เผยยอดลงทะเบียนรับเงินอุดหนุนเด็กแรกเกิดทะลุเป้า ภาคอีสานสูงสุด

10.09.16 | 14:45 น.
แฟ้มภาพ

‘โฆษกรัฐบาล’ เผย ยอดผู้ลงทะเบียนรับเงินอุดหนุนเด็กแรกเกิดทะลุเป้า ภาคอีสานสูงที่สุด ระบุ เด็กที่เกิดในห้วง 1 ต.ค. 58 – 30 ก.ย. 59 ยังมีโอกาสถึงสิ้นเดือนนี้ “นายกฯ” ให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ พร้อมกำชับ พม. เสริมความรู้แก่ผู้ปกครองเพื่อยกระดับคุณภาพประชากรไทย

เมื่อวันที่ 10 กันยายน พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีเปิดเผยว่า โครงการเงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิดในปีงบประมาณ 2559 ได้รับการตอบรับจากประชาชนเป็นอย่างดี มีผู้มาลงทะเบียนขอรับสิทธิ 136,490 คน ซึ่งมากเกินกว่าเป้าหมายของโครงการที่ตั้งไว้ 128,000 คน โดยภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีผู้มาลงทะเบียนสูงที่สุดคิดเป็นร้อยละ 41.36 ของทั้งหมด เบิกจ่ายเงินอุดหนุนไปแล้วร้อยละ 84.03 ซึ่งเด็กในครอบครัวรายได้น้อยที่เกิดในช่วงปีงบประมาณ 2559 คือตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2558-30 กันยายน 2559 ยังสามารถลงทะเบียนเพื่อขอรับสิทธิได้ภายในวันที่ 30 กันยายนนี้ ซึ่งที่ผ่านมามีผู้ได้รับสิทธิแล้ว 103,389 คน อยู่ระหว่างการพิจารณา 33,101 คน สภาพปัญหาส่วนใหญ่ของผู้มาลงทะเบียน 5 อันดับแรก ได้แก่ ว่างงาน ร้อยละ 44.55 เป็นแม่วัยใส ร้อยละ 22.55 เลี้ยงเดี่ยว ร้อยละ 39.98 ประสบปัญหาที่อยู่อาศัย ร้อยละ 9.85 และ กำลังศึกษาอยู่ร้อยละ 0.75

พล.ต.สรรเสริญกล่าวต่อว่า นอกจากเงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแล้ว รัฐบาลได้ส่งเจ้าหน้าที่ไปเยี่ยมเยียนครอบครัว เพื่อให้ความช่วยเหลือในด้านอื่นๆ ที่จะส่งผลต่อคุณภาพชีวิตของเด็กเพิ่มเติม อาทิ ช่วยปรับปรุงสภาพที่อยู่อาศัย จัดให้มีการอบรมการดูแลตนเองของหญิงตั้งครรภ์และการเลี้ยงดูเด็ก โดยโครงการเงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิดจะนำร่องใช้ระบบ e-Payment ภาครัฐ ในการจ่ายสวัสดิการให้แก่ผู้ได้รับสิทธิ ซึ่งจะเชื่อมโยงกับฐานข้อมูลสวัสดิการสังคมของกรมบัญชีกลางและจ่ายเงินผ่านบัญชีธนาคารโดยเริ่มตั้งแต่เดือนนี้เป็นต้นไป

“พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ฝากชื่นชมและให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานทั้งส่วนกลางและในพื้นที่ ที่ประชาสัมพันธ์ข้อมูลให้ประชาชนทราบและมาลงทะเบียนได้เกินกว่าที่ตั้งเป้าไว้ โดยจังหวัดที่มีการลงทะเบียนมากที่สุด 5 จังหวัดแรก ได้แก่ จ.ปัตตานีนครศรีธรรมราช บุรีรัมย์ นครราชสีมาและนราธิวาส ทั้งนี้นายกฯ ได้กำชับ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ให้เป็นแกนหลักในการประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยใช้กลไกประชารัฐ ในการเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจ และความตระหนักให้แก่ครอบครัวของเด็กแรกเกิดที่มีรายได้น้อยในการเลี้ยงดูบุตรหลานให้มีคุณภาพ ซึ่งเด็กในวัยนี้เหมือนฟองน้ำที่จะซึมซับพฤติกรรมทุกอย่างของคนเลี้ยง พ่อแม่ผู้ปกครองจึงควรใส่ใจดูแลให้ความรักความอบอุ่นแก่เด็ก และถือเป็นช่วงเวลาทองของพัฒนาการ ที่ทุกคนในครอบครัวควรมีความรู้จะได้ช่วยกันส่งเสริมพัฒนาการเด็กให้เติบโตอย่างสมวัย เพื่อยกระดับคุณภาพประชากรไทยในอนาคต” พล.ต.สรรเสริญกล่าว