ครม. เห็นชอบ “นโยบายภาษาแห่งชาติ” หวังเป็นเครื่องมือขับเคลื่อนศก.-ปชช. ใช้ภาษานานาชาติ-ภาษาประเทศเพื่อนบ้าน
เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 29 มิถุนายน ที่ทำเนียบรัฐบาล น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) ว่า เห็นชอบร่างแผนปฏิบัติการด้านนโยบายภาษาแห่งชาติปี 2564-2565 ตามที่สำนักงานราชบัณฑิตยสภาเสนอ และมอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องใช้เป็นกรอบในการจัดทำแผนงาน โครงการ ที่มีความสอดคล้องกับกลุ่มเป้าหมาย ประเด็นยุทธศาสตร์ และตัวชี้วัดความสำเร็จของของแผนยุทธศาสตร์ตั้งแต่ปีงบประมาณ 2564-2565
ทั้งนี้ตามแผนฯจะมี 6 ยุทธศาสตร์ประกอบด้วย 1.ขับเคลื่อนสังคมไทยไปสู่การยอมรับการเป็นสังคมพหุลักษณ์และมุ่งเน้นการพัฒนาเพื่อการอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุขและยั่งยืนทั้งในประเทศและระหว่างประเทศ 2.พัฒนาศักยภาพการเรียนรู้ของคนในชาติด้วยการเรียนรู้ภาษาที่หลากหลาย 3.ส่งเสริมการใช้ภาษาไทยในฐานะภาษาประจำชาติและ ปรับเปลี่ยนการจัดการเรียนรู้ภาษาไทยให้เป็นไปตามธรรมชาติการเรียนรู้ภาษาของมนุษย์
น.ส.ไตรศุลี กล่าวว่า 4.รักษา สืบทอดการใช้ภาษาท้องถิ่น หรือภาษาแม่ทั้งในชีวิตประจำวันและในระบบการศึกษา 5.พัฒนาทักษะและความสามารถทางด้านภาษาเพื่อเป็นเครื่องมือในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ และ 6. ส่งเสริมการพัฒนาทักษะการใช้ภาษาไทยและสื่อเพื่อการสื่อสารการดำรงชีวิตและรักษาสิทธิขั้นพื้นฐานให้กับกลุ่มคนด้อยโอกาส
น.ส.ไตรศุลี กล่าวว่า สำหรับแนวทางการขับเคลื่อนแผนปฏิบัติการฯมีดังนี้ สร้างความรู้ ความเข้าใจให้ทุกภาคส่วนตระหนักถึงความสำคัญและพร้อมเข้าร่วมในการผลักดันแผนปฏิบัติการด้านนโยบายภาษาแห่งชาติไปสู่การปฏิบัติ, เสริมสร้างบทบาทการมีส่วนร่วมของภาคีการพัฒนาในการจัดทำแผนปฏิบัติการในระดับต่างๆ ที่บูรณาการเชื่อมโยงกับแผนปฏิบัติการด้านนโยบายภาษาแห่งชาติ, สร้างความเชื่อมโยงกับยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ , จัดทำแผนงานการจัดสรรงบประมาณแบบมีส่วนร่วม, สร้างสภาพแวดล้อมให้เอื้อต่อการขับเคลื่อนแผนของภาคีการพัฒนาต่างๆ และ ติดตามประเมินผลแผนปฏิบัติการด้านนโยบายภาษาแห่งชาติอย่างต่อเนื่อง
น.ส.ไตรศุลี กล่าวว่า ส่วนประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ เช่น ประชาชนชาวไทยทุกคนได้เรียนรู้และใช้ภาษาไทยได้อย่างมีประสิทธิภาพ, ประชาชนชาวไทยดูแลรักษาและส่งเสริมสนับสนุนภาษา วรรณกรรม และภูมิปัญญาท้องถิ่น, คนพิการสามารถเข้าถึงข้อมูลข่าวสารและบริการของรัฐ, ประชาชนทุกคนมีความสามารถในการใช้ภาษานานาชาติและภาษาประเทศเพื่อนบ้าน และผู้แสวงหางานทำในประเทศไทยใช้ภาษาไทยเพื่อการสื่อสารในชีวิตประจำวัน

