‘พิธา’ เสนอยุบทิ้ง ศบค.-ปรับ ครม. เตือนระวังน้ำตาตกถึงพื้นลุกเป็นไฟ
เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร มีนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ทำหน้าที่ประธานการประชุม ตัวแทน ส.ส.จากหลายพรรคการเมืองทั้งฝ่ายค้านและรัฐบาล ได้เสนอญัตติด่วนด้วยวาจา ขอให้สภาพิจารณาหามาตรการและแนวทางในการแก้ไขปัญหาและผลกระทบจากการระบาดโควิดและจากการบริหารจัดการของ ศบค.รวมทั้งช่วยเหลือเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบ รวมทั้งหมด 6 ญัตติ โดยเป็นพรรคเพื่อไทย 2 ญัตติ ก้าวไกล ภูมิใจไทย ประชาธิปัตย์ เสรีรวมไทย พรรคละ 1 ญัตติ
นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล อภิปรายว่า ขอเสนอญัตติให้ยุบ ศบค. เพื่อส่งให้รัฐบาลพิจารณาต่อไป ขณะนี้คนไทยมีสถิติฆ่าตัวตาย 90 นาทีต่อ 1 คน มากสุดรอบ 20 ปี ต้องใช้น้ำตาอีกกี่หยด ชีวิตคนไทยอีกกี่คนกว่านายกฯจะได้ยินเสียงร้องไห้คนไทย วันนี้ประเทศไทยแย่กว่าสหรัฐ อินเดีย และแย่กว่าค่าเฉลี่ยเอเชียถึง 2 เท่า เหตุผลที่ต้องยื่นญัตติด่วนยุบ ศบค. เพื่อกลับมาสู่กลไกลปกติ เพราะจะมีไว้ทำไม ให้รัฐซ้อนรัฐ งบซ้อนงบ มีการสื่อสารสับสนอลหม่าน ตัดสินใจช้าสายเกินไปตลอด ยุบ ศบค.ไป ต้องปรับ ครม.ด้วย หารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศมาติดต่อต่างประเทศหาวัคซีนเข้าประเทศ หารัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยเก่งๆ หาวิธีตรึงคนในพื้นที่ ไม่ใช่กระจายความเสี่ยงจาก กทม.ไปภูมิลำเนา หารัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขที่รู้เรื่องระบบสาธารณสุขจริง และหารัฐมนตรีว่าการกระทรวงพัฒนาสังคมและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน มาช่วยเรื่องเยียวยาประชาชนให้ครอบคลุมทุกกลุ่ม ถึงเวลาต้องเอาคนรุ่นใหม่มาทำงาน
นายพิธากล่าวว่า วันนี้ถึงเวลาที่ต้องเอาจริงเอาจังแก้ปัญหายุบ ศบค. ปรับ ครม. อยู่มา 2 ปีกับ ครม.ที่ไม่มีประสิทธิภาพทั้งวิกฤตวัคซีน เศรษฐกิจ เมื่อได้ ครม.ชุดใหม่ ปัญหาคอขวดแรกที่ต้องทลายคือ ระบบสาธารณสุข ขณะนี้แม้มีวัคซีนไฟเซอร์มากองอยู่ ก็แก้ปัญหาไม่ทัน ขนาดรองปลัดกระทรวงสาธารณสุขต้องร้องไห้ มีวิธีแก้ 4 ข้อ คือ 1.สกรีนแยกผู้ป่วยจากชุมชนให้เร็วที่สุดด้วยการตรวจด้วยเครื่องแอนติเจนทุก 3 วัน ปูพรมตรวจด้วยเครื่องแอนติเจนทั้งประเทศ 2.ตั้งโรงพยาบาลแรกรับ แม้มีโรงพยาบาลว่าง แต่อยู่คนละสังกัด จึงไม่ส่งข้ามกัน 3.มีมาตรการที่ปฏิบัติได้จริง ให้ยาไปหาคนไข้ 4.การอัพเกรดห้องพยาบาล ให้มีเตียง มีอุปกรณ์ให้พร้อม ไม่ใช่ได้งบไป 1 หมื่นล้านบาท แต่เพิ่งซื้อเครื่องช่วยหายใจได้แค่ 37 เครื่อง ส่วนการเยียวยาต้องเยียวยาถ้วนหน้า เป็นเงินสด ยกเลิกแบบเป็นแอพพลิเคชั่นให้มาเสี่ยงโชคกัน หรือหากใครลดค่าเช่า ก็ให้มาหักภาษีย้อนหลังได้ และคอขวดที่ต้องทลายอีกคือ คอขวดวัคซีน ขณะนี้ต้องเร่งหาวัคซีน mRNA 1-2 แสนโดส ให้บุคลากรสาธารณสุขด่านหน้า ป้องกันไม่ให้ติดเชื้อ ฝากส่งท้ายว่า ถ้าไม่ยุบ ศบค.ไม่ปรับ ครม. ก็ถึงเวลาต้องถอยให้คนรุ่นใหม่เข้ามาบริหาร ทุกคนรักครอบครัวตัวเอง ถ้าท่านรักครอบครัวของท่าน ให้กลับไปดูแลครอบครัวท่าน ให้คนรุ่นใหม่มาแก้ปัญหา น้ำตาคนไหลมาเป็นน้ำ แต่ถ้าตกถึงพื้นที่ก็ลุกเป็นไฟได้เช่นกัน

