‘ศปมผ.’แจงยังไม่บังคับใช้ ม.34 สั่งห้ามชาวประมงออกหาปลาเกิน 3 ไมล์ทะเล

6.02.16 | 17:51 น.
(แฟ้มภาพ)

ศปมผ.แจงยังไม่บังคับใช้ ม.34 สั่งห้ามชาวประมงออกหาปลาเกิน 3 ไมล์ทะเล ขอผู้นำชุมชนอย่าทำให้เกิดความสับสน ขอชาวประมงอย่าขีดเส้นด้วยตนเอง รอการแบ่งจากกรมอุทกศาสตร์และการประชุมร่วม คกก.ระดับจังหวัดก่อน

วันที่ 6 กุมภาพันธ์ พล.ร.ท.จุมพล ลุมพิกานนท์ รองเสนาธิการทหารเรือ ในฐานะโฆษกศูนย์บัญชาการแก้ไขปัญหาการทำการประมงผิดกฎหมาย (ศปมผ.) กล่าวถึงกรณีการชุมนุมเรียกร้องให้มีการแก้ไข ม.34 ของพระราชกำหนดการประมง พ.ศ.2558 ที่ห้ามชาวประมงพื้นบ้านออกไปทำการประมงในเขตทะเลนอกชายฝั่งเกิน 3 ไมล์ทะเล ว่า เจตจำนงมาตรานี้เพื่อดูแลชาวประมงพื้นบ้านให้มีการจัดสรรการใช้ทรัพยากรโดยชุมชนเอง โดยปัจจุบันมีเขตอนุรักษ์ที่ระยะ 3,000 เมตร 5,400 เมตร หรือ 3 ไมล์ทะเล ในพื้นที่ 8 จังหวัดชายฝั่งทะเล ที่อีก 14 จังหวัดชายฝั่งทะเลยังไม่ยอมรับ ยังคงใช้เขตอนุรักษ์ที่ 3 กิโลเมตรอยู่ หมายความว่าเรือใหญ่จะสามารถเข้ามาในระยะ 3 กม.นี้ได้ อีกทั้งตนมองว่า ม.34 ได้ให้สิทธิและขยายสิทธิเสียด้วยซ้ำ เพราะกฎหมายใหญ่ของทั่วโลกมีการแบ่งเขตอย่างชัดเจนเพื่อให้เกิดการบริหารจัดการชายฝั่งทะเล เช่น ประเทศมาเลเซียมีการแบ่งขนาดเรือว่าขนาดใดอยู่จุดใด จับปลาประเภทใด ใช้เครื่องมือประเภทใด แต่ ศปมผ.ก็เห็นใจชาวประมงเช่นกันในช่วงการเปลี่ยนแปลงนี้

ทั้งนี้ พล.ร.ท.จุมพลกล่าวว่า เจตจำนงกฎหมายนี้เพื่อให้เกิดการบริหารทรัพยากรสัตว์น้ำโดยชุมชน และสอดคล้องกับ ม.26 ของ พ.ร.ก.การประมง ซึ่งเกี่ยวกับคณะกรรมการจังหวัดและเกี่ยวข้องกับ ม.3 ที่เป็นตัวพื้นฐานตามเส้นเดิมไม่ให้เรือประมงหรือเครื่องมือประมงที่ผิดกฎหมายเข้ามาทำการประมงใกล้ 3 ไมล์ทะเลนี้ และใน 14 จังหวัดชายฝั่งทะเลที่ตกลงไม่ได้ ยังคงอยู่ที่ 3,000 เมตรอยู่ ให้เกิดการแบ่งพื้นที่อย่างชัดเจน จังหวัดใดสามารถบริหารพื้นที่ได้ดี อยากขยายพื้นที่เป็น 5 ไมล์ทะเล ไปจนถึง 12 ไมล์ทะเล ก็จะพิจารณาจากทรัพยากรและขีดความสามารถของจังหวัดเอง อีกทั้งเกี่ยวข้องกับ ม.5 เมื่อกำหนดกฎเกณฑ์และตกลงได้แล้ว ก็ต้องจัดทำแผนที่แนบท้ายมาด้วย ซึ่งขณะนี้ยังไม่มีเส้นแบ่งทะเลระหว่างจังหวัด ซึ่งการแบ่งเขตจังหวัดต้องมีแผนที่ตามหลักสากลระหว่างประประเทศ โดยให้กรมอุทกศาสตร์เป็นผู้ดำเนินการ และต้องให้คณะกรรมการระดับจังหวัดที่มีชาวประมงพื้นบ้านร่วมด้วย มากำหนดการแบ่งเขตด้วยกัน

“ยืนยันยังไม่มีการบังคับใช้ ม.34 เพราะต้องได้รับอนุญาตหลังยื่นคำขอครอบครองซึ่งสัตว์น้ำหรือผลิตภัณฑ์สัตว์น้ำตามประเภท ชนิด ลักษณะ จํานวน หรือขนาดที่กําหนดในกฎกระทรวง และต้องมีการกำหนดเขตชายฝั่งก่อน ซึ่งยังไม่ได้บังคับใช้ โดยเขตชายฝั่งต้องออกตาม ม.5 โดยต้องมีแผนที่และได้ตกลงร่วมกันแล้ว อีกทั้ง ม.5 ก็ผูกกับ ม.26 ที่จะต้องตั้งคณะกรรมการระดับจังหวัด ภายในวันที่ 10 ก.พ.นี้ และต้องหารืออีกว่าจะเอาอย่างไรกัน เรื่องนี้ยังอีกยาวไกล ยังไม่มีการบังคับใช้ ม.34 เพราะปัจจัยต่างๆ ยังไม่ครบ ซึ่งต้องรอการออกกฎหมายลูกอีกหลายฉบับ” พล.ร.ท.จุมพลกล่าว

นอกจากนี้ กล่าวถึงการทำภาพการ์ตูนของชาวประมงพื้นบ้านที่ขีดเส้นกั้นระหว่างชาวประมงพื้นฐานในพื้นที่ 3 ไมล์ทะเลจากชาวฝั่งกับเรือประมงขนาดใหญ่ ว่า “ชาวประมงจะไปขีดเส้นให้ตนเองทำไม เพราะยังตกลงกันไม่ได้ในจังหวัด แต่กลับขีดไปตามเส้นเดิมของตัวเองคือ 3 ไมล์ทะเล และต้องดูเรื่องความปลอดภัยในการออกไประยะ 12 ไมล์ทะเล ออกได้จริงหรือไม่ ด้วยเรือขนาดถึงและไม่ถึง 10 ตันกรอส ออกไปแล้วไม่เห็นฝั่ง แผนที่ก็ไม่มี ต้องคิดจากเส้นน้ำขึ้นน้ำลงต่ำสุด ตามเส้นในแผนที่ ไม่ใช่เส้นขอบฝั่งของชาวประมง และคิดตามเส้นชายฝั่งของเกาะอีกด้วย จึงขอให้ผู้นำชุมชนอย่าทำให้ชาวประมงในพื้นที่เข้าใจผิด ต้องรอแผนที่การขีดแบ่งเส้นจากกรมอุทกศาสตร์ก่อน”

Advertisement

พร้อมกันนี้ กล่าวว่า ระยะอาณาเขตอธิปไตยโดยสมบูรณ์ของรัฐชายฝั่ง 12 ไมล์ทะเล คือ เส้นน้ำลงต่ำสุดหรือเส้นฐาน มีทั้งเส้นฐานปกติกับเส้นฐานตรง เส้นฐานปกติคือเส้นน้ำลงต่ำสุด เส้นฐานตรงคือเส้นลากขอบเกาะ เช่น ช่วงเกาะช้าง เกาะพะงัน เกาะสมุย ซึ่งประเทศไทยมีอยู่ 4 พื้นที่ กับ 1 อ่าวประวัติศาสตร์ ที่ประกาศเขตให้สากลทราบ ถ้า 24 ไมล์ทะเลเรียกว่าเขตต่อเนื่อง และอีก 200 ไมล์เรียกว่าเขตเศรษฐกิจจำเพาะ ตามอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล ค.ศ.1982