สถานการณ์อันเกี่ยวกับ “คำถามพ่วง” กำลังทวี “ความร้อนแรง”ขึ้น เป็นลำดับ
ระหว่าง”ศาลรัฐธรรมนูญ”กำลัง “พิจารณา”
ประเด็นที่ขัดแย้งยังแวดล้อมและวนเวียนอยู่กับ”บทบาท”ของ “ส.ว.”ในตำแหน่ง “นายกรัฐมนตรี”
เหมือนกับจะเป็นความขัดแย้งภายใน”แม่น้ำ 5 สาย”
เพราะการออกโรงของหลายคนใน “สนช.” เพราะการออกโรงของหลายคนใน”สปท.” ดูเหมือนจะไม่ไปในทิศทางเดียวกันกับ “กรธ.”
สัมผัสได้จากเสียง นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย
สัมผัสได้จากเสียง นายเสรี สุวรรณภานนท์ และ นายวันชัย สอนศิริ
สัมผัสได้จากเสียง นายชาติชาย ณ เชียงใหม่
เสียง 1 บอก ส.ว.เสนอชื่อและร่วมโหวตตั้งแต่ต้น เสียง 1 บอก ต้องหลังจากรายชื่อของพรรคการเมืองไม่เวิร์ค
คำตอบสุดท้ายจึงอยู่ที่ “ศาลรัฐธรรมนูญ”
กรณีของ “คำถามพ่วง” ก็เช่นเดียวกับกรณีการเสนอชื่อนายทหาร เข้าดำรงตำแหน่งเป็น “ผบ.ทบ.”
เหมือนกับจะมี “ความขัดแย้ง”
ชื่อนายทหารซึ่งยืนพื้นมาตลอดในเบื้องต้นคือ พล.อ.พิสิทธิ์ สิทธิสาร เสนาธิการทหารบก
อันถือว่าเป็น”สายตรง”ของ”บูรพาพยัคฆ์”
แต่แล้วในโค้งสุดท้ายกลับกลายเป็นรายชื่อของ พล.อ.เฉลิม ชัย สิทธิสาท ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก
อันถือว่าเป็น “สายตรง” ของ”หน่วยรบพิเศษ”
กลายเป็น “ข่าวลือ” สะท้อนการเบียดระหว่าง “เด็กป๋า” กับสาย “บูรพาพยัคฆ์”
คำถามก็คือ ความขัดแย้งนี้จริงเท็จ แค่ไหน
การที่ผบ.ทบ.มาจาก”หน่วยรบพิเศษ” แทนที่จะยังดำรงนายทหาร จาก “บูรพาพยัคฆ์”
สะท้อนในลักษณะ “ยืดหยุ่น”
แสดงให้เห็นว่า ระดับ”บน”ของเครือข่ายอำนาจสามารถพูดจากันรู้เรื่อง
ปรองดองกันได้
การลงตัวในตำแหน่ง “ผบ.ทบ.”จึงน่าจะเป็นบทเรียนในกรณีของ “รัฐธรรมนูญ”
เหมือนกับมี “ความขัดแย้ง”
รูปธรรมก็เป็นความขัดแย้งระหว่าง 1 สนช. และ 1 สปท.กับ 1 กรธ.
คำถามก็คือ สนช. สปท. กรธ.คืออะไร
คำตอบที่รับรู้กันอย่างเด่นชัดก็คือ สนปช. สปท.กรธ.ล้วนอยู่ใน “แม่น้ำ 5 สาย”
ล้วนอยู่บน “เรือแป๊ะ” ลำเดียวกัน

