หมายเหตุ… ความเห็นของนักวิชาการ ภาคธุรกิจ และภาคประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ภายหลัง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคสช.และนายนาจิบ ราซัค นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ท..ำข้อตกลงร่วมกันเพื่อส่งเสริมให้มีการค้าชายแดนเขตเศรษฐกิจพิเศษ และด้านความมั่นคงจะร่วมมือกันสร้างรั้วแนวชายแดนของ 2 ประเทศ
สามารถ ทองเฝือ
นักวิชาการรัฐศาสตร์ด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ม.อ.ปัตตานี
กรณีนายนาจิบ ราซัค นายกรัฐมนตรีมาเลเซียเดินทางเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการ เพื่อเข้าร่วมการประชุมประจำปี ระหว่างนายกรัฐมนตรีไทยกับมาเลเซีย ครั้งที่ 6 ระหว่างวันที่ 8-13 กันยายนนั้น ด้วยข้อเท็จจริงการพบปะของสองผู้นำไม่ได้เกิดขึ้นทุกปี ครั้งที่ 5 เกิดขึ้นในสมัยรัฐบาลของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ส่วนการหารือกันครั้งแรกเกิดขึ้นเมื่อปี 2547 เป็นต้นมา ในครั้งนี้ มีประเด็นที่พูดคุยกันทั้งการกระชับความสัมพันธ์ การพูดคุยเรื่องความมั่นคง ปัญหาของพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เรื่องของอาชญากรข้ามชาติเป็นเรื่องใหญ่ และมีเรื่องของความร่วมมือทางเศรษฐกิจ จริงๆ ต่างเพิ่งเสร็จจากการประชุมอาเซียนที่ สปป.ลาว ก็น่าเจอกันพูดคุยกันที่นั่นไปเลย แต่ด้วยความให้เป็นทางการเลยต้องมาเจอกันที่กรุงเทพฯ
ส่วนการตกลงที่จะสร้างแนวรั้วแนวกำแพงเป็นทางทอดยาว รวมถึงการแยกแยะบุคคลสองสัญชาติออกมาให้ชัดเจนขึ้น เป็นเรื่องที่พูดคุยมานานแล้ว แต่ยังไม่ได้คุยกันต่อ คล้ายกับว่ามาทบทวนกันอีกครั้งไปถึงไหนแล้ว แต่ไม่ได้มีอะไรคืบหน้า ด้วยปัจจัยที่สำคัญ คือเรื่องของการเมืองทั้ง 2 ประเทศไม่นิ่งพอ เรื่องของความมั่นคงภายใน และเรื่องของจังหวัดชายแดนภาคใต้
นายนาจิบตกเป็นข่าวก่อนหน้านี้กรณีวันเอ็มดีบี (กองทุนวันมาเลเซียดีเวลลอปเมนต์เบอร์ฮัด) มีปมของการคอร์รัปชั่น ดังนั้นแผนการคุยถึงความคืบหน้าในการร่วมมือกัน อยู่ที่ปัจจัยทางการเมืองของทั้งสองประเทศที่ต่างต้องแก้ปัญหาให้นิ่ง

อุสมาน สามะ
หัวหน้าวินจักรยานยนต์รับจ้างท่าเจ๊ะกาเซ็ม
เทศบาลเมืองสุไหงโก-ลก
ตั้งแต่ที่มีการพูดถึงเรื่องการสร้างกำแพงตามแนวชายแดนไทย-มาเลเซีย ครอบครัวของผู้ที่อาศัยและประกอบอาชีพอยู่ในพื้นที่ตามแนวชายแดนต่างมีความเครียดกับปัญหาที่จะเกิดขึ้น เพราะจะกระทบโดยตรงกับคนในพื้นที่ตรงนี้ ซึ่งทุกครอบครัวทำมาหากินอยู่ในพื้นที่ตามแนวชายแดน โดยส่วนตัวอยู่ที่ท่าเจ๊ะกาเซ็มมากว่า 20 ปี ประกอบอาชีพจักรยานยนต์รับจ้างมีรายได้วันละ 200-300 บาทต่อวัน ได้เลี้ยงครอบครัวและส่งลูกเรียน หากสร้างกำแพงปิดทั้งหมดอนาคตของครอบครัวและอนาคตทางการศึกษาของลูกหลานคนที่นี่จะเป็นอย่างไร
การสร้างกำแพงปิดชายแดนเพราะปัญหาความมั่นคง ไม่ได้เป็นวิธีการที่ถูกต้องเพราะที่ผ่านมาคนในพื้นที่ก็ช่วยเป็นตาสับปะรดในการรักษาความปลอดภัยในพื้นที่ ทุกคนช่วยกันเพราะห่วงบ้านเมืองและไม่ต้องการให้เกิดเหตุการณ์ความไม่สงบขึ้น ดังนั้น จึงไม่มีความจำเป็นต้องปิดเส้นทางสัญจรและปิดกั้นวิถีชีวิตตามแนวชายแดนกันแบบนี้ นอกจากนี้ก่อนที่จะสร้างกำแพงปิดชายแดน ต้องลงมาทำประชาคมสอบถามความคิดเห็นของประชาชนในพื้นที่ด้วยว่าเขาต้องการให้เป็นแบบไหน สิทธิความเป็นพลเมืองของประเทศไทยควรมีสิทธิที่จะเลือกในสิ่งที่ดีที่สุดและไม่อยากให้รัฐสร้างเงื่อนไขเพื่อก่อปัญหาจนสร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนในพื้นที่ เพราะที่ผ่านมาคนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้เดือดร้อนกันมากพอแล้ว พวกเราอยากขอพื้นที่ทำมาหากิน เพื่อให้มีงาน มีเงินเลี้ยงปากท้องคนในครอบครัวและสร้างอนาคตที่ดีให้กับลูกหลานของเรา
หากเป็นเรื่องความมั่นคงคิดว่าน่าจะมีมาตรการอื่นที่สร้างสรรค์กว่านี้

ว่าที่ ร.อ.จิตร์ ศิรธรานนท์
ประธานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจพื้นที่ภาคกลาง หอการค้าไทย
การขยายการค้าชายแดนระหว่างไทยและมาเลเซีย ถือเป็นแนวคิดที่ดี ซึ่งจะเป็นแนวทางที่นำการค้ามายกระดับและเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างกันให้มากขึ้น เบื้องต้นอาจจะต้องมีการหารือระหว่างกันเพื่อแก้ไขกฎระเบียบที่ควรปรับแก้เพิ่มเติม ให้อำนวยความสะดวกการค้ามากยิ่งขึ้น ขณะเดียวกันการแก้ไขกฎระเบียบก็ไม่ควรละเลยในเรื่องความมั่นคงในพื้นที่ด้วย นอกจากนี้ ความร่วมมือการค้าชายแดนหากสามารถยกสิ่งที่ค้าขายระหว่างกันแบบใต้โต๊ะให้เอาขึ้นมาบนดินได้ให้เป็นไปตามครรลองที่เหมาะสม ก็จะเป็นผลดีต่อระบบ ทั้งภาครัฐมีรายได้เพิ่มขึ้นจากภาษี ขณะเดียวกันจะลดการให้สินบนเจ้าหน้าที่ การเคลื่อนย้ายสินค้าและบริการระหว่างกันก็จะสะดวกยิ่งขึ้น ส่งผลมูลค่าการค้าก็จะเพิ่มตาม
ด้านการแก้ไขกฎระเบียบให้เอื้ออำนวยต่อการขยายการค้าชายแดน อาจจะต้องรับฟังเสียงสะท้อนจากภาคเอกชนร่วมด้วย ในการที่ภาครัฐจะเป็นผู้นำในการแก้ไข เมื่อปัจจุบันสถานการณ์การค้าโลกได้เปลี่ยนแปลงไป อาจจะต้องมีการทบทวนกฎระเบียบ โดยอาจจะออกเป็นกฎหมายใหม่ฉบับเดียวให้ครอบคลุมหลายเรื่อง ส่วนกฎหมายเก่าหลายฉบับที่ใช้มาเป็นสิบๆ ปีแล้วมีการซ้อนทับกันก็อาจจะต้องรวบรวมแล้วเก็บเข้ากรุ ขณะเดียวกันกฎหมายที่เอื้อต่อการค้าชายแดน ก็จะต้องให้เข้ากับบริบทและพฤติกรรมของผู้ค้าในท้องถิ่น เพราะในส่วนภาคใต้จะแตกต่างจากภาคเหนืออยู่แล้ว เช่น การขยายเวลาเปิดด่าน ต้องพิจารณาจากคนในพื้นที่ที่ใช้ประจำ ว่ามีความจำเป็นต้องเปิด 24 ชั่วโมงหรือไม่
นิวัฒน์ จิรวิชญ
นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดนราธิวาส
หากมีการสร้างกำแพงตามแนวชายแดนจะกระทบกับการท่องเที่ยวไม่มากนัก เนื่องจากนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่จะเดินทางเข้ามาตามช่องทางปกติ มีเพียงบางส่วนเท่านั้นที่เดินทางผ่านจุดผ่อนปรน แต่ปัญหาดังกล่าวจะกระทบด้านเศรษฐกิจชายแดน เพราะจุดผ่อนปรนเป็นช่องทางของการขนส่งสินค้าและการเดินทางของกลุ่มผู้ค้าและประชาชนที่อาศัยตามแนวชายแดน และมีอาชีพที่เกี่ยวข้องกับพื้นที่ริมฝั่งแม่น้ำโก-ลก อาทิ เรือรับจ้าง รถจักรยานยนต์รับจ้างที่อาจต้องตกงานหรือขาดรายได้ไป อย่างไรก็ตาม เห็นว่า หากการสร้างกำแพงจะเป็นประโยชน์ในด้านความมั่นคงก็เห็นด้วยที่จะดำเนินการในเรื่องนี้ แต่ต้องหาแนวทางช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบริมฝั่งแม่น้ำโก-ลก ที่วิถีชีวิตของพวกเขาทั้งชีวิตผูกพันกับการประกอบอาชีพอยู่กับชายแดนแห่งนี้ด้วย
ศรัณท์ วังสัตตบงกช
ประธานหอการค้าจังหวัดนราธิวาส
ไม่เห็นด้วย หากรัฐบาลไทยกับรัฐบาลมาเลเซียจะมีข้อตกลงร่วมเกี่ยวกับการสร้างกำแพงตามแนวชายแดนไทย-มาเลเซีย เพราะเป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ แต่กระทบกับปากท้องและวิถีชีวิตของประชาชนในพื้นที่เป็นวงกว้าง ที่ผ่านมามีการค้าขายและไปมาหาสู่กันผ่านจุดผ่อนปรนริมฝั่งแม่น้ำโก-ลกมายาวนาน ประกอบกับทั้งสองประเทศก็อยู่ในประชาคมอาเซียน ที่มีความสัมพันธ์เชื่อมโยงในหลายมิติ จึงอยากให้มีการทบทวนประเด็นนี้ เพื่อไม่ให้เกิดเงื่อนไขความขัดแย้งระหว่างรัฐกับประชาชนในระยะยาว

