สถานีคิดเลขที่ 12 เหล็ก ทราย และรักชวนเชื่อ
รอบสัปดาห์ ที่ผ่านมา อ่านข่าว “รัก” ใน “ไทย” และ “เทศ” ด้วยอารมณ์ที่แตกต่าง ระหว่าง “เชื่อ” กับ “ไม่เชื่อ”
ในไทย คนที่พูดเรื่อง “รัก” บ่อย คือ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา
ตั้งแต่ “ผมรักประชาชน รักอย่างเจตนารมณ์อันบริสุทธิ์”
ไปจนถึงล่าสุด กล่าวในพิธีเปิด “ภูเก็ต” เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม
“โครงการนี้ เป็นการส่งต่อกำลังใจ โอบกอดคนไทยด้วยความรัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเวลานี้ คนไทยต้องการความรักและกำลังใจ…”
ไม่ทราบว่า ในนาทีนี้ คนไทยรู้สึกอย่างไร กับเรื่อง “รัก” ที่ พล.อ.ประยุทธ์ เอ่ยออกมา
มีความหวัง หรือฟังแล้วช่างย้อนแย้ง
เพราะยิ่งพูดเรื่องรักมากเพียงใด ภาพแห่งความเป็นจริงจากการเผชิญวิกฤตโควิด-19 หลายคนกลับรู้สึกว่า เป็นรัก “ประหาร” มากกว่า
คือ ยิ่งรัก ยิ่งแย่ ยิ่งรู้สึกถูกทำร้าย
ทั้งในเชิงรูปธรรมคือ มีคนตายจากโควิด-19 อย่างอนาถมากขึ้นเรื่อยๆ
ในเชิงนามธรรม คือตายจากภาวะล่มสลายของการทำมาหากิน ที่ไร้การเยียวยาที่เพียงพอและตรงเป้า
นโยบายและการปฏิบัติ สับสนเปลี่ยนไปมา
คำพูดของ พล.อ.ประยุทธ์เป็นตัวอย่าง ที่สะท้อนปัญหาชัดดี
“โครงการภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์เป็นโครงการสำคัญของรัฐบาล…อยากให้ภูเก็ตเป็นปราสาท เขาตั้งชื่อว่าแซนด์บ็อกซ์ เป็นปราสาททราย เราต้องเติมหินเติมปูนไปอีกเยอะ เพื่อให้เกิดความเข้มแข็ง…”
เป็นที่รู้กันทั่วไป ปราสาททราย คือตัวแทนของ ความไม่มั่นคง ตั้งแต่ฐานรากไปกระทั่งถึงยอด
ถึงจะเติมหิน เติมปูน เข้าไปอย่างไร ก็ไม่น่า จะมั่งคงขึ้นได้ มีแต่เหนื่อยเปล่า และสูญเปล่า
ต้องเปลี่ยนหรือรื้อ แนวคิดและปฏิบัติใหม่ทั้งหมด
มีการเรียกร้องให้ พล.อ.ประยุทธ์ ลาออก แต่เจ้าตัวไม่เห็นด้วย แถมยังท้าทาย ยิ่งไล่ ยิ่งสู้
ซึ่งก็น่าห่วงใย เพราะหากยังขืนไปงมอยู่กับการเสริมความแข็งแกร่งให้ปราสาททราย
ไม่ใช่แค่ 120 วันเท่านั้นที่จะเปิดประเทศไม่ได้
สุดท้าย เรา “จะไม่เหลืออะไรเลย” อย่างเพลงปราสาททรายว่าไว้
มองไปข้างนอก ขณะที่ผู้นำไทย กล่าวถึงปราสาททราย เราเห็นผู้นำต่างชาติพูดถึงสิ่งที่ตรงข้าม
“เราจะไม่ยอมให้กองกำลังต่างชาติหรือใครหน้าไหนก็ตาม มาพร่ำพรรณนาคำสอนอันศักดิ์สิทธิ์ หรือมาข่มเหงรังแกได้ ไม่เช่นนั้นจะต้องพบว่าตัวเองชนเข้าอย่างจังกับกำแพงเหล็กกล้าที่หลอมด้วยชีวิตประชาชน 1.4 พันล้านคน”
คือคำกล่าวของนายสีจิ้นผิง เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม ระหว่างฉลองครบ 100 ปี พรรคคอมมิวนิสต์จีน
เปรียบเทียบ ระหว่าง ปราสาททราย ของผู้นำไทย กับ กำแพงเหล็ก ของผู้นำจีน เป็นคนละเรื่อง
จะชอบหรือไม่ชอบจีน แต่การที่ผู้นำประกาศหลอมตัวเองกับประชาชนเป็นกำแพงเหล็กได้ ต้องมาจาก “ศรัทธาอันแข็งแกร่ง” ของประชาชนที่มีต่อผู้นำ
ซึ่ง นายสีจิ้นผิง ก็ได้แสดงให้เห็นชัดเจน จากประเทศที่เป็นจุดเริ่มต้นของโควิด-19 แต่วันนี้คนจีนออกมาร่วมฉลอง 100 ปีพรรคคอมมิวนิสต์จีนอย่างฮึกเหิม
ต่างจากคนไทยที่นับวัน ยิ่งจะมีวิกฤตศรัทธาต่อผู้นำ ผู้ขยันขันแข็งกับการเสริมปราสาททรายจน “พี่ป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ กล่าวอย่างเห็นอกเห็นใจว่า “นายกฯ เหนื่อยจะตายอยู่แล้ว”
ทั้งที่เหล่า “ป” ทั้งหลายควรจับเข่าคุยกันว่า เหนื่อยเพื่อ “ปราสาททราย” คุ้มค่าหรือไม่
หวังว่าคงไม่หลงดีใจ กับข่าวต่างประเทศ อีกชิ้น ที่ระบุว่า ชาวบ้านเกาหลีเหนือรายหนึ่งให้สัมภาษณ์ หลังจากชมภาพข่าวนายคิม จอง อึน ผู้นำเกาหลีเหนือ ที่ตอนนี้น้ำหนักลดลงอย่างมาก
“ประชาชน(เกาหลีเหนือ)ใจสลายอย่างที่สุดที่เห็นท่านเลขาธิการที่เคารพดูผอมลง ทุกคนกำลังพูดว่า ทำให้พวกเขาน้ำตาไหล”
เพราะ “รัก” จนน้ำตาไหลที่ว่า
มีกลิ่น ของ “รักโฆษณาชวนเชื่อ” แรงเหลือเกิน
สุวพงศ์ จั่นฝังเพ็ชร

