‘พิธา’ โชว์แก้ปัญหาไฟไหม้ รง.ซอยกิ่งแก้ว ลั่นหากเป็นนายกฯ จะตั้งศูนย์บัญชาการบริหารจัดการเฉพาะหน้า

‘พิธา’ โชว์แก้ปัญหาไฟไหม้ รง.ซอยกิ่งแก้ว ลั่นหากเป็นนายกฯ จะตั้งศูนย์บัญชาการบริหารจัดการเฉพาะหน้า ถอดบทเรียนป้องเหตุ

เมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล (ก.ก.) พร้อมด้วย นายชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรค, นายวุฒินันท์ บุญชู ส.ส.สมุทรปราการ เขต 4, นายธีรัจชัย พันธุมาศ ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ, นายทวีศักดิ์ ทักษิณ ส.ส.ปีกแรงงาน พรรคก้าวไกล ลงพื้นที่ศูนย์อพยพ อบต.บางพลีใหญ่ เพื่อเยี่ยมและให้กำลังใจประชาชนจากกรณีที่ได้รับผลกระทบจากเหตุอัคคีภัย จากโรงงานผลิตเม็ดพลาสติกและโฟมระเบิด บริเวณซอยกิ่งแก้ว 21 ต.ราชาเทวะ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ โดยยังไม่สามารถควบคุมเพลิงได้ และสารเคมีกระจายรัศมีรอบบริเวณกว่า 5 กิโลเมตร

นายพิธากล่าวว่า ในวันนี้ได้มาลงพื้นที่ศูนย์อพยพ พร้อมด้วยทีม ส.ส.สมุทรปราการ พรรคก้าวไกล อย่างแรกที่ตนได้เห็นคือน้ำใจของประชาชนที่ได้ช่วยเหลือซึ่งกันและกันอย่างที่สองคือ ต้องชื่นชมการบริหารจัดการขององค์การบริหารส่วนตำบลราชาเทวะ ที่ได้บริหารจัดการอย่างเป็นระบบ และอำนวยความสะดวกต่อประชาชนในพื้นที่ แต่จริงๆ แล้วเป็นหน้าที่ของรัฐบาลกลางที่จะต้องจัดการในภาวะสถานการณ์ฉุกเฉิน ทั้งในเรื่องของมลพิษทางอากาศที่กระจายทั่วบริเวณทั้งในพื้นที่ อ.บางพลี

และในส่วนติดต่อของพื้นที่กรุงเทพมหานคร รัฐบาลควรที่จะลงพื้นที่ช่วยเหลือและบริหารจัดการเฉพาะหน้าและถอดบทเรียนในอนาคตว่าจะสามารถช่วยเหลือบุคลากรที่เปรียบเสมือนด่านหน้า อาทิ นักดับเพลิงควรที่จะได้รับจัดสรรอุปกรณ์อย่างครบถ้วน หรือบุคคลที่อยู่หลังเหตุการณ์ เช่น เรื่องของสุขภาพประชาชนที่รัฐบาลควรลงพื้นที่เกิดเหตุจะได้เห็นเหตุการณ์จริง

อย่างกรณีตน หากนั่งประชุมอยู่ในห้องกรรมาธิการงบประมาณไม่ได้มาลงพื้นที่เพื่อรับฟังปัญหาพี่น้องประชาชน เกิดมีเหตุการณ์อะไรที่คาดไม่ถึงเกิดขึ้น ตนก็ไม่สามารถบัญชาการได้ แต่ที่ได้มาลงพื้นที่ในวันนี้ได้รับรู้ผลกระทบของพี่น้องประชาชน ตนจึงเริ่มเข้าใจในปัจจัยหลักที่จะช่วยป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ในอนาคต อาทิ ระบบเตือนในโรงงาน ระบบเตรียมในพื้นที่ที่มีสารเคมีหนาแน่น และกฎหมายต่างๆ ที่ควรทำให้เกิดความโปร่งใสว่าสารเคมีอยู่ที่ไหน ทั้งหมดนี้เราสามารถคิดได้ตั้งแต่ภายใน ชั่วโมงข้างหน้าไปจนถึงอาทิตย์ข้างหน้า ไปจนถึงในอนาคตเพื่อไม่ให้เหตุการณ์เหล่านี้เกิดขึ้นอีก เพราะเวลามันเกิดขึ้นจริง ราคาที่ต้องจ่ายมันสูงมาก ต้นทุนสูงมาก ทั้งต้นทุนมลพิษและต้นทุนสุขภาพ ชีวิตประชาชน

นายพิธากล่าวถึงกรณีที่ร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมอากาศสะอาดของพรรคก้าวไกล ที่ถูก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ตีตกโดยให้เหตุผลซ้ำซากว่าเป็นกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการเงิน ว่าร่าง พ.ร.บ.ของพรรคร่วมฝ่ายค้านถูกนายกรัฐมนตรีปัดตกหมด ไม่ว่าจะเป็นร่าง พ.ร.บ.แรงงาน, ร่าง พ.ร.บ.เกณฑ์ทหาร, ร่าง พ.ร.บ.การศึกษา รวมถึง พ.ร.บ.ส่งเสริมอากาศสะอาด (PRTR) ซึ่งจะเป็นร่าง พ.ร.บ.ที่ทำให้เกิดความโปร่งใสของการจัดเก็บสารเคมี เมื่อมันเกิดความโปร่งใสขึ้นรัฐก็บริหารจัดการได้ง่ายขึ้น ประชาชนในพื้นที่ก็สามารถเลือกได้ด้วยตัวเอง หากต้องการอาศัยบริเวณไหน โดยเลือกจากแหล่งมลพิษ สารเคมี สิ่งแวดล้อม ที่ไม่ใช่เป็นเรื่องไกลตัวออกไป ประกอบการตัดสินใจให้ทุกคนมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหา ไม่ใช่การผลักภาระให้ประชาชน และองค์การบริหารส่วนท้องถิ่นในการจัดการและแก้ไขปัญหา สิ่งที่เกิดขึ้นคือนายกฯปัดร่าง พ.ร.บ.ที่สำคัญ เป็นกลยุทธ์ที่ทำให้รัฐสภาไม่สามารถพัฒนาได้ในอนาคต ตนต้องการให้รัฐสภาได้เป็นสถาบันที่มีอำนาจทำหน้าที่ถ่วงดุลระบบนิติบัญญัติ ผลักดันกฎหมายที่ก้าวหน้าที่จะใช้แก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชน หากพรรคก้าวไกลได้เป็นรัฐบาล เมื่อถึงวันนั้นหากกฎหมายไม่ได้เอื้ออำนวย เราไม่สามารถทำอะไรได้ และหากคนอื่นเป็นรัฐบาลก็ไม่สามารถทำอะไรได้เช่นกัน

“หากผมได้เป็นนายกฯ สิ่งแรกที่จะทำในวันนี้คือ ตั้งศูนย์บัญชาการเพื่อที่จะไม่หายไป ถึงแม้ผมจะติดโควิดอยู่อย่างน้อยก็ยังที่จะสามารถบัญชาการได้ในการแก้ปัญหา รวบรวมทั้งสาธารณสุข ทั้งกรมบรรเทาสาธารณภัย และกรมควบคุมมลพิษ ให้มาอยู่ด้วยกันเพื่อหาข้อมูลเพิ่ม พอรู้แล้วว่าต้นเหตุของโรงงานคือสารไซรีนโกโนเมอร์ที่กรมอุตสาหกรรมมีคู่มือเฉพาะในการปฐมพยาบาล ในการระงับเหตุฉุกเฉินในการดำเนินการหลังจากเกิดเหตุ รู้แล้วว่ามีอยู่ 2 โรงงานในประเทศไทยที่เป็นแหล่งผลิตใหญ่ขนาดนี้ คือโรงงานนี้ และอีกโรงงานในเครือ ปตท. ผมก็ต้องการที่ปรึกษาจากภาคเอกชนที่น่าจะรู้ดีมากกว่าราชการ และรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาการดับเพลิงได้เร็วที่สุดมาเป็นที่ปรึกษาผมและสามารถที่จะตัดสินใจ ซึ่งในคู่มือระบุว่า ใช้น้ำไม่ได้ ผมไม่แน่ใจว่าการใช้ฝนหลวงมาแก้ไขเหตุการณ์มันจะช่วยได้หรือไม่ และสิ่งที่รัฐบาลต้องทำหลังจากนี้คือการตรวจร่างกายเจ้าหน้าที่กู้ภัย ดับเพลิง และประชาชนกลุ่มเสี่ยง ได้แก่ คนแก่ เด็กเล็ก หญิงตั้งครรภ์ ในรัศมี 5 กม. เพื่อตรวจวัดสารพิษที่รางกายได้รับจากเหตุการณ์นี้ และดูแลประชาชนที่ได้รับผลกระทบต่อเนื่องในระยะยาว เพราะผลกระทบจากการรับสารเคมีมักแสดงผลหลังเกิดเหตุหลายเดือน” นายพิธากล่าว

ขณะที่ นายวุฒินันท์ บุญชู ส.ส.สมุทรปราการ เขต 4 พรรคก้าวไกล กล่าวว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นประมาณเวลา 03.30 น.ของวันที่ 5 กรกฎาคม โดยมีเจ้าหน้าที่ดับเพลิงปฏิบัติการเข้าควบคุมพื้นที่ตั้งแต่ช่วง 06.00 น.เป็นต้นมา แต่ปัญหาเกิดขึ้นในเวลา 09.00 น. สถานการณ์รุนแรงเพิ่มขึ้น ไม่สามารถควบคุมเพลิงได้ และหลังจากนั้นมีเหตุระเบิดอีกหลายครั้งจากสารเคมีในพื้นที่โรงงานที่เกิดเหตุ โดยนายอำเภอบางพลีได้ออกประกาศเป็นพื้นที่ฉุกเฉิน จัดอพยพประชาชนในพื้นที่บริเวณรัศมี 5 กิโลเมตร ให้ออกจากพื้นที่ทั้งหมด อาทิ พนักงานบริษัทรอบบริเวณที่เกิดเหตุ และประชาชนที่อาศัยในพื้นที่ทั้งหมด โดยจัดตั้งศูนย์พักพิง 5 แห่งในอำเภอบางพลี โดยมีประชาชนอพยพเข้ามาแต่ละแห่ง จำนวน 200-300 ราย โดยได้รับความร่วมมือจากประชาชนช่วยบริจาค ข้าวสาร อาหารแห้ง ให้แก่ประชาชนผู้ได้รับอพยพอย่างเต็มที่

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้มท.1 สั่งการเร่งช่วยเหลือประชาชน เหตุเพลิงไหม้โรงงานผลิตเม็ดโฟม ย่านกิ่งแก้ว
บทความถัดไปหมอไม่ทนนัดแต่งดำไว้อาลัยผู้เสียชีวิตเหตุโควิด-ผุดแคมเปญ วัคซีนหลักเป็นวัคซีน mRNA