‘ไพบูลย์’ ผงาดนั่งประธาน กมธ.ฯ แก้ รธน. ‘บัญญัติ’ ถอนตัว อ้างให้เกียรติพรรคแกนนำ

6.07.21 | 12:38 น.

ตามคาด ‘ไพบูลย์’ นั่งประธาน กมธ.ฯ แก้ รธน.ขณะที่ฝ่ายค้านส่ง ‘สุทิน’ ชิง ส่วน ปชป.ไม่เสนอ ‘บัญญัติ’ อ้างให้เกียรติพรรคแกนนำ ด้าน ‘วิรัช’ เผยใช้เวลาไม่เกิน 2 สัปดาห์ เตรียมนำร่างทุกพรรคมาประกอบเพราะหลักการใกล้กัน

เมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม เวลา 10.00 น. ที่รัฐสภา มีการประชุมคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญ พิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (แก้ไขเพิ่มเติม) ฉบับที่… พ.ศ. … นัดแรก โดยมีวาระเลือกตำแหน่งประธาน กมธ.และตำแหน่งต่างๆ โดยพรรคร่วมรัฐบาลได้เสนอชื่อ นายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ดำรงตำแหน่งประธาน กมธ. ส่วนพรรคร่วมฝ่ายค้านมีมติให้ นายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานวิปฝ่ายค้าน เข้าร่วมชิงตำแหน่งดังกล่าว ขณะที่พรรคประชาธิปัตย์ไม่ได้เสนอชื่อ นายบัญญัติ บรรทัดฐาน ส.ส.บัญชีรายชื่อ เข้าชิงตำแหน่งประธาน กมธ. ตามที่เคยออกมาเปิดเผยก่อนหน้านี้ เนื่องจากเห็นว่า ตามมารยาททางการเมืองจะต้องให้เกียรติพรรคแกนนำรัฐบาลก่อน

จากนั้นที่ประชุมได้มีการลงมติแบบลับ โดยมีคู่ชิง 2 คนคือ นายไพบูลย์ และนายสุทิน ซึ่งผลปรากฏว่านายไพบูลย์ได้รับมติเสียงข้างมากจาก กมธ.ให้ดำรงตำแหน่งประธานกมธ.ด้วยคะแนน 27 คะแนน นายสุทินได้ 15 คะแนน ไม่ประสงค์ลงคะแนน 3 คะแนน ส่วนรองประธานมี 7 คน อาทิ นายมหรรณพ เดชพิทักษ์ ส.ว.รองประธานคนที่ 1 นายสุทิน รองประธานคนที่ 2 นายศุภชัย ใจสมุทร ส.ส.บัญชีรายขื่อ พรรคภูมิใจไทย รองประธานคนที่ 3 นายสมชาย แสวงการ ส.ว.รองประธานคนที่ 4 นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ

ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ รองประธานคนที่ 5 นายธีรัจชัย พันธุมาศ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล รองประธานคนที่ 6 และนายสุรสิทธิ์ นิติวุฒิวรรักษ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ รองประธานคนที่ 7 ส่วน กมธ.และที่ปรึกษา จำนวน 10 คน อาทิ นายวิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ นายบัญญัติ นางกาญจนารัตน์ ลีวิโรจน์ ส.ว. เป็นต้น ขณะที่โฆษกมีทั้งหมด 7 คน อาทิ นายดิเรกฤทธิ์ เจนครองธรรม ส.ว. นายชัยชนะ เดชเดโช ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ เป็นต้น ขณะที่ นายนิกร จำนง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคชาติไทยพัฒนา เป็นเลขานุการ

ส่วนสาระสำคัญวันนี้จะมีการหารือถึงข้อกังวลในชั้นกรรมาธิการ ที่รัฐสภารับหลักการแก้ไขระบบเลือกตั้งมาเพียง 2 มาตรา แต่ยังมีมาตราอื่นๆ ที่เกี่ยวเนื่องกันที่รัฐสภาไม่ได้รับหลักการจะสามารถมาเดินหน้าพิจารณาต่อได้หรือไม่ แต่อย่างไรก็ตาม ก็มีข้อบังคับการประชุมรัฐสภา ข้อ 124 กำหนดถึงการแปรญัตติเพิ่มมาตราขึ้นใหม่ หรือตัดทอน หรือแก้ไขมาตราเติม ต้องไม่ขัดหลักการ เว้นแต่การแก้ไขเพิ่มเติมมาตราที่เกี่ยวเนื่องกับหลักการนั้น หารืออาจต้องส่งศาลรัฐธรรมนูญเพื่อวินิจฉัยให้ชัดเจน

Advertisement

ด้านนายวิรัชกล่าวว่า คาดว่าจะใช้เวลาไม่นาน เมื่อดูรายละเอียดและนำร่างของพรรคเพื่อไทยและพรรคพลังประชารัฐมาประกอบจะทำให้การเดินหน้าพิจารณาเป็นไปอย่างรวดเร็วไม่น่าเกิน 2 สัปดาห์ และเชื่อว่าไม่มีอะไรน่าห่วง เพราะหลักการใกล้กันและเป็นไปตามข้อบังคับข้อ 124 แต่หากมีคนสงสัยจะส่งศาลรัฐธรรมนูญตีความก็ไม่ช้า เพราะในระยะนี้สามารถทำกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญรอไว้ได้