“บิ๊กตู่” เปิดไฟไล่โกง วันต้านคอร์รัปชัน ลั่นก่อนลงจากอำนาจทุจริตต้องหมดไป ปูดปชช.ร้องเรียนเจ้าหน้าที่ฉ้อฉนเรียกเงินอำนวยความสะดวก ขู่โทษหนักไล่ออกอย่างเดียว เตือนข้าราชการอย่าเหลิง ทำผิด ปปช.จับตาอยู่
เมื่อเวลา 18.00 น. ที่ท้องสนามหลวง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.)กล่าวปาฐกถาหัวข้อ “มาตรการจัดการ การคอร์รัปชันของประเทศไทยอย่างเป็นรูปธรรม” เนื่องในวันต่อต้านคอร์รัปชันแห่งชาติ 2559 “กรรมสนองโกง”จัดโดยองค์กรต่อต้าน คอร์รัปชัน(ประเทศไทย)มีรัฐมนตรี ร่วมงาน อาทิ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม พล.อ.สุรเชษฐ์ ชัยวงศ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ นายประมนต์ สุธีวงศ์ ประธานองค์กรต่อต้านคอร์รัปชันตัวแทนองค์กรภาครัฐและเอกชน ภาคประชาสังคม เข้าร่วม โดยทุกภาคส่วนได้ร่วมกัน “เปิดไฟไล่โกง”เพื่อแสดงพลังพร้อมในการไล่คนโกงให้หมดสิ้น
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า เรื่องทุจริตเป็นกับดักที่สำคัญของประเทศ ทำให้ประเทศก้าวหน้าไปได้ช้า เกิดความขัดแยก แตกแยก สังคมมีปัญหาไปทั้งหมด ไม่ได้รับการยอมรับจากต่างประเทศ วันนี้เราต้องดูเดินหน้าประเทศไปอย่างไร เราแก้ปัญหามา 40 ปี แต่ยังเหมือนเดิม ต้องหาวิธีใหม่ ให้การแก้ปัญหามีผลสัมฤทธิ์ รัฐบาลนี้ทำทุกอย่าง การแก้ปัญหาทุจริตเป็นเรื่องสำคัญเรื่องหนึ้งที่อยู่ในรัฐบาล ประเทศประสบปัญหานี้มานานและรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งถึงพฤษภาคม 57 เป็นหน้าที่ที่เราต้องแก้ไข ไม่ได้เข้ามาเพื่อจับผิดใคร หรือแกล้งใครอย่างที่ถูกกล่าวหา กฎหมายต้องเป็นกฎหมาย สำหรับโรดแม็ปในระยะที่ 3 ซึ่งเป็นการส่งมอบ การทุจริตก็ต้องน้อยลง หรือไม่มีเลย

ทั้งนี้ ไม่ใช่แค่การแก้ปัญหาทุจริตอย่างเดียว รวมถึงกระบวนการ ภาคประชาชนต้องมีส่วนร่วมได้ แม้ตนเป็นรัฐบาลแบบนี้ต้องใช้วิธีการบริหารราชการแบบนี้ ฟังทุกพวก เพราะไม่อยากให้เกิดความขัดแย้ง เรื่องของการทุจริตทุกอย่างต้องปล่อยให้เป็นเรื่องกระบวนการยุติธรรม เราปล่อยปละเลยมานาน ซึ่งการทุจริตไม่ใช่แค่เรื่องเงินทองเท่านั้น ยังรวมไปถึงการทำผิดกฎหมายอย่างอื่น อย่างการขายของผิดที่ผิดทาง เหล่านี้ถือว่าทุจริต สิ่งเหล่านี้เข้าใจดีว่าเมื่อเข้าไปแก้ไขปัญหาทำให้เกิดความขัดแย้งสูงก็ต้องทำเพื่อปรับระบบ จะได้มีการพัฒนาที่เท่าเทียมกัน ถ้าไม่มีการบังคับใช้กฎหมาย ความเดือดร้อนจะมีมากขึ้นไปเรื่อยๆ การทาบทับอำนาจรัฐ รัฐบาลนี้ไม่ได้ไปยุ่งเกี่ยวกับกระบวนยุติธรรม แม้จะมีอำนาจตามมาตรา 44 ที่ชี้เป็นชี้ตายได้ ตนก็ไม่เคยทำ และต่อไปก็จะไม่มีมาตรา 44 แล้ว การแก้ไขปัญหาต้องอยู่บนกฎหมายสากล และบนความร่วมมือของประชารัฐ การแก้ไขปัญหาโดยใช้กฎหมายจะไม่มีวันจบ ต้องแก้ไขปัญหาอย่างอื่นด้วย เช่น การแก้ไขปัญหาความยากจน ลดการเห็นแก่ประโยชน์ส่วนตัวมากกว่าประโยชน์ส่วนรวม ความไม่พอเพียงและการศึกษา ถ้าคนรวยนั่งรถหรูเห็นคนยากจนนั่งอยู่ข้างถนนแล้วยังรู้สึกว่าตัวเองสบายดี มันก็ไม่ม่วันแก้ปัญหาได้ ทุกอย่างเป็นห่วงโซ่ ทั้งความมั่นคง เศรษฐกิจ สังคม ต่างประเทศ ปัญหามันทับซ้อนกันอยู่ เวลานี้มีคนมาร้องเรียนตนว่าเรื่องของการอำนวยความสะดวกยังมีการเก็บสตางค์ ตนกำลังให้สอบอยู่ ถ้าพบว่ามีความผิดมีโทษไล่ออกอย่างเดียว
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ปัญหาการแก้ทุจริตต้องทำตั้งแต่วันนี้ ซึ่งอยู่ในแผนการปฏิรูป 20ปีของรัฐบาล และอีก20ปีข้างหน้าประเทศไทยจะปราศจากทุจริต หากทุกฝ่ายร่วมกัน และประชาชนให้กำลังใจให้คนดีเข้ามาทำงาน ส่วนการใช้กฎหมายนั้นรัฐบาลไม่ได้มุ่งหวังกดประชาชน ไม่ได้ให้เชื่อฟัง แต่กฎหมายต้องเป็นกฎหมาย ไม่มีข้อยกเว้น ซึ่งทุกคนควรต้องรู้เท่าทัน จะอ้างว่าไม่รู้ไม่ได้ เพราะไม่ต้องการให้คนไม่รู้เรื่อง และคนยากจนต้องไปเข้าไปรับโทษ รัฐบาลทำกฎหมายออกมาเพื่อป้องกันและจัดการกับทุกคน ทั้งเจ้าหน้าที่รัฐ คนเสนอ และคนรับ อย่างเท่าเทียมกัน หลายส่วนอาจจะต้องการความสะดวกและเข้าหาเจ้าหน้าที่ รัฐจึงต้องป้องกันตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทาง แต่ต้องให้เวลารัฐบาลในการแก้ไขเพราะปัญหาสะสมมานาน บางคดีเมื่อศาลตัดสินแล้วควรเคารพกระบวนการยุติธรรม อย่าทำตัวเหมือนบางคนที่ไม่ยอมรับการตัดสินและเห็นด้วยต่อเมื่อศาลตัดสินเข้าข้างตัวเอง

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ส่วนข้าราชการอย่าคิดว่าทำอะไรแล้วจะไม่มีใครรู้ เพราะประชาชนจับตามองอยู่ ที่ผานมารัฐบาลเน้นย้ำเรื่องธรรมาภิบาลในการทำงานให้โปร่งใส และขณะนี้มีพ.ร.บ.อำนวยความสะดวก คอยดำเนินการกับเจ้าหน้าที่ที่ไม่ปฏิบัติตาม ที่ผ่านมาประชาชนไม่ชอบราชการเพราะไม่เป็นมิตร จึงต้องปรับเปลี่ยน ทั้งนี้การแก้ทุจริตต้องทำทั้งระบบและต่อเนื่อง มิเช่นนั้นประเทศจะเสื่อมถอย กลายเป็นรัฐล้มเหลว อย่างไรก็ตามวันนี้ต้องสร้างสื่อรูปแบบใหม่ คือไม่วิพากษ์วิจารณ์โดยใช้ความคิดของตัวเอง เพราะสื่อทุกวันนี้เป็นไปในลักษณะนี้จึงขึ้นอยู่กับประชาชนที่จะเลือกรับและต้องสร้างจิตสำนึกใหม่และประชาชนต้องเป็นหูเป็นตาเพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงร่วมกัน อย่าให้ใครมาบิดเบือนหรือชี้นำได้

นายกฯ กล่าวว่า เราเป็นประเทศประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข แต่เราไม่ใช่สังคมนิยมประชาธิปไตย อย่าคิดว่าทำไมไม่ทำแบบนี้แบบนั้น เพราะประเทศเราเป็นแบบนี้ก็ต้องแก้ปัญหาแบบนี้ อย่ามองว่าประเทศอื่นทำไมทำได้ เพราะเขาไม่ใช่ประชาธิปไตยแบบของเรา มันอยู่ที่วิธีการของเรานั่นคือการเลือกคนดีมาปกครองบ้านเมือง และประชาชนต้องให้ความร่วมมือรัฐบาล เป็นหูเป็นตาแจ้งเบาะแส ตนก็ฟังข้อมูลจากท่าน ทั้งจากหนังสือพิมพ์ ข้าราชการ และการประชุมครม. รับหมดทุกปัญหา อย่าบอกว่าไม่ฟังใคร ฟังเยอะก็ทำเยอะ ทุกคนต้องร่วมมือกับรัฐบาลและคสช.ในเวลานี้ เพราะเป็นช่วงสำคัญ ทำกลไกกระบวนการต่าง ๆ ให้เดินหน้าได้อีก 20 ปีข้างหน้า อย่าไปมองเรื่องต่อท่ออำนาจ ท่ออะไรยังไม่รู้เลย ตนไม่อยากได้ประโยชน์อะไร ทุกวันนี้ต่างชาติอิจฉาไทยที่อัตราการว่างงานน้อยที่สุด ถ้ากฎหมายต่าง ๆ ออกมาเร็วกว่านี้วันนี้คงสร้างคุกกันไม่ทัน ถ้าจะทำให้คนไม่ล้นคุกต้องทำให้คนเข้มแข็ง


