กระแสข่าว “ปรับครม.” ที่เริ่มอึกทึกขึ้นอาจมี “มูลเชื้อ” มาจากการปรับโครงสร้างใหม่ให้กับกระทรวง “ไอซีที”
เป็นจุดเล็กๆ จากกระทรวงเล็กๆ
แต่ที่มี “แนวโน้ม” อึกทึก ครึกโครม เป็นลำดับมาจาก “ปัจจัย” สำคัญอย่างน้อย 2 ประการ
ปัจจัย 1 มาจาก “คะแนน”และ”ความนิยม”
เป็นคะแนนจำนวนกว่า 16 ล้านเสียงอันสำแดงผ่านการออกเสียงประชามติรับ “ร่างรัฐธรรมนูญ”
ตามมาด้วยผลสำรวจจาก “โพล”
ยิ่งกว่านั้น นายวารินทร์ บัววิรัตน์เลิศ จากสำนักสุขิโต ยังออก มาสำทับ
“การทำงานของรัฐบาลถือว่าเข้าเป้า ดวง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา อย่างที่ผมเคยทำนายไว้ ยังคงทำหน้าที่ต่ออีกรอบหนึ่ง บอกเลยอีกนานพอสมควร”
ปัจจัย 1 มาจาก “ปัญหา”อันยัง”ค้างคา”
ปัญหาภายในรัฐบาลดูเผินๆคล้ายกับปัญหาที่ ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล เคยประสบ
นั่นก็คือ ปัญหาเนื่องจาก “ทีมเศรษฐกิจ”
อาการของ “โรค” สะท้อนออกจากกรณีจำเป็นต้องออก”คำสั่ง” ปรับเปลี่ยน
ความรับผิดชอบของ “รองนายกรัฐมนตรี”
เดิมทีกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ กำกับและดูแล
ก็เปลี่ยนมาเป็น พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง
อาจดูรุนแรงไปบ้างเพราะในยุค ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล เป็น รองนายกรัฐมนตรี ไม่เคยมีการเปลี่ยนกันระดับนี้
แม้จะมี”ปัญหา” ลึกๆ “ดำรง” อยู่เหมือนกัน
ความจริง ในยุค ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล เป็นรองนายกรัฐมนตรี ก็เหมือนกับในยุค นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์
ไม่ใช่ “เกาเหลา” แต่ก็ไม่ “ลื่น”
ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล ลื่นเฉพาะกระทรวงการคลัง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์
แต่กระทรวงคมนาคม กระทรวงพาณิชย์ เข้าไม่ถึง
มาถึงยุค นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ อาจสะดวกที่กระทรวงการ คลัง กระทรวงพาณิชย์
แต่กระทรวงคมนาคม ลำบาก
เมื่อกระทรวงเกษตรและสหกรณ์พ้นความรับผิดชอบไปอีก ยิ่งทำให้งานกระทรวงพาณิชย์ลำบาก
เพราะกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รับผิดชอบการผลิตเพราะกระทรวงพาณิชย์ รับผิดชอบการค้าขาย มองหาตลาดว่าจะเข้าไปในช่องทางใดหาก ไม่”สมาน”กันก็จะมี “ปัญหา”
ปัญหาในฐานะ นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ เป็น”หัวหน้าทีม”
เศรษฐกิจ

