รุกไล่ กดดัน ต่อ ประยุทธ์ จันทร์โอชา ลึกถึง ระบอบ

10.07.21 | 11:54 น.

สถานการณ์ของ “โควิด” สถานการณ์ทาง “สังคม” สถานการณ์ทาง “เศรษฐกิจ” และสถานการณ์ทาง “การเมือง” ปัจจุบันมีความแจ่มชัด

แจ่มชัดต่อ “แนวโน้ม” ของ “การเปลี่ยนแปลง”

ไม่ว่าจะมองไปยังปัญหาในทาง “สาธารณสุข” ไม่ว่าจะมองผ่านกระบวนการจัดหา “วัคซีน” ไม่ว่าจะมองไปยัง “ความทุกข์” ที่ประชาชนประสบ

ล้วนมีจุดเริ่มมาจาก “รัฐบาล”

เป็นรัฐบาลที่แม้ว่าจะมี “รัฐธรรมนูญ” เป็นเสาค้ำย้ำผ่าน 250 ส.ว. ผ่านพรรคการเมืองซึ่งกุมเสียงข้างมาก

Advertisement

ประสานกับรากฐานของ “กองทัพ” ของ “ทหาร”

แต่เสียงก่นด่าที่ดังอึงคะนึงในขอบเขตทั่วประเทศอยู่ในขณะนี้สะท้อนให้เห็นอย่างเด่นชัดว่า ความแข็งแกร่งที่มีอยู่แทบไม่มีความหมายอะไร

เนื่องจาก “ประชาชน” รู้เช่นเห็นใน “ความสามารถ” เป็นอย่างดี

การยกร่างกฎกติกาไม่ว่าจะโดย “รัฐธรรมนูญ” ไม่ว่าจะโดยการใช้ “กลไกอำนาจรัฐ” โดยเฉพาะ “องค์กรอิสระ” มาเป็นเครื่องมือ

อาจนำมาซึ่ง “อำนาจ” และ “การสืบทอด”

กระนั้น ปัจจัยชี้ขาดถึงความสำเร็จและความล้มเหลวขึ้นอยู่กับ “ความสามารถ” และความเข้าใจในการ “ทำงาน”

จากเดือนพฤษภาคม 2557 มายังเดือนกรกฎาคม 2564 จึงมี “คำตอบ”

เป็นคำตอบไม่เพียงแต่รัฐบาลอันมาจากการรัฐประหารเมื่อเดือนพฤษภาคม 2557 หากแต่ยังโยง
ไปยังรัฐประหารเมื่อเดือนกันยายน 2549

อันอาจเรียกได้ว่าเป็น “ระบอบประยุทธ์”

ความล้มเหลวของรัฐบาล พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา กำลังเป็นเงาสะท้อนแห่งความล้มเหลวของ “ระบอบประยุทธ์” อันสัมพันธ์กับ “รัฐประหาร”

ผลสะเทือนนี้จึงลึกซึ้งและกว้างไกล

ไม่ว่าต่อสถานการณ์การเมืองเมื่อเดือนตุลาคม 2516 ไม่ว่าต่อสถาน การณ์การเมืองเมื่อเดือนพฤษภาคม
2535

มุ่งเป้าไปยัง “บุคคล” อย่างเป็นด้านหลัก

นั่นก็คือ เปลี่ยนจาก จอมพลถนอม กิตติขจร เป็น นายสัญญา ธรรมศักดิ์ นั่นก็คือ เปลี่ยนจาก พล.อ.สุจินดา
คราประยูร เป็น นายอานันท์ ปันยารชุน

มิได้มีการเปลี่ยน “โครงสร้าง” อันเป็น “รากเหง้า” ของปัญหา

แต่เมื่อผ่านรัฐประหารเดือนกันยายน 2549 และผ่านรัฐประหารเดือนพฤษภาคม 2557 โดยการดำรงอยู่ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา

ปัญหาได้ “ทะลวง” ไปถึง “ระบอบ”

การเปลี่ยนจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นคนอื่นอาจคลี่คลายและผ่อนเบาความไม่พอใจได้ แต่ก็มิได้เป็นการขจัดปัญหาอย่างแท้จริง

“ระบอบ” ต่างหากที่กำลังมีการ “ถกแถลง” อย่างจริงจัง

อารมณ์ “ร่วม” ในทางสังคมเริ่มก่อรูปเป็นความหงุดหงิดและไม่พอใจต่อการดำรงอยู่ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา อย่างเด่นชัด

การพลิก “ขั้ว” เปลี่ยนข้างเริ่มเป็น “กระแส”

เพียงแต่ว่ากระแสนี้จะเชี่ยวกรากมากเพียงใด จริงจังเพียงใด นั่นเป็นสิ่งที่จะต้องติดตามต่อไปอย่างใกล้ชิด

ใกล้ชิดจนแตะเข้าไปยัง “ระบอบ” หรือไม่