หน้าแรก การเมือง คสช.เดินหน้าห...

คสช.เดินหน้าหนุนนโยบายรัฐบาลปราบคอร์รัปชั่น

12.09.16 | 13:26 น.

คสช.เดินหน้าหนุนนโยบายปราบโกงของรัฐบาล


เมื่อวันที่ 12 กันยายน ที่กองบัญชาการกองทัพบก พล.อ.กัมปนาท รุดดิษฐ์ รองเลขาธิการคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นประธานการประชุมสำนักเลขาธิการ คสช. โดย พ.อ.หญิง ศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษก คสช. กล่าวภายหลังการประชุมว่า พล.อ.กัมปนาทได้ย้ำถึงเจตนารมณ์ในแนวนโยบายของ คสช.ที่จะทำหน้าที่สร้างความสงบเรียบร้อยให้บ้านเมือง สร้างสภาวะแวดล้อมที่เหมาะสมต่อการบริหารราชการแผ่นดินของรัฐบาล ส่วนการปฏิบัติตามแนวนโยบายดังกล่าวของกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย ทั้งนี้ในแต่ละพื้นที่อาจจะต้องมีการปรับกลยุทธ์และวิธีการให้สอดคล้องกับสภาวการณ์ที่เปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะสิ่งใดที่เป็นความเดือดร้อนของประชาชน ให้ทุกส่วนที่เกี่ยวข้องเข้าไปคลี่คลายโดยทันที ซึ่งในห้วงต่อไปที่จะมีการปรับเปลี่ยนผู้รับผิดชอบในหน่วยงานตามวาระของการรับราชการ ขอให้ทุกหน่วยสานต่อการปฏิบัติงานในทุกมิติ ทำอย่างจริงจังและต่อเนื่อง

พ.อ.หญิง ศิริจันทร์กล่าวต่อว่า สำหรับงานเร่งด่วนในขณะนี้คือการสนับสนุนนโยบายการปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชั่นของรัฐบาล ซึ่งเป็นสิ่งที่ คสช.ได้ดำเนินการมาตั้งแต่แรก และขอให้ทุกส่วนงานได้ปฏิบัติตามนโยบายดังกล่าวอย่างเข้มแข็งทำทุกอย่างให้เกิดความโปร่งใส ในทุกโครงการ ในทุกการบริหารงาน รวมถึงการตรวจสอบและการป้องกันมิให้มีบุคคลในองค์กรเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริตด้วย

“รองเลขาธิการ คสช.ได้กำชับให้กองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย (กกล.รส.) ตำรวจ และฝ่ายปกครอง เข้มงวดในมาตรการป้องปรามไม่ให้มีการก่อคดีอาชญากรรม โดยให้มีการเฝ้าระวังในทุกพื้นที่ เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับประชาชน รวมถึงการใช้เครื่องมือเสริมเพื่อเฝ้าระวัง อาทิ การบริหารจัดการกล้องวงจรปิดให้มีประสิทธิภาพ เป็นต้น” พ.อ.หญิง ศิริจันทร์ กล่าว

Advertisement

รองโฆษก คสช. กล่าวต่อว่า นอกจากนี้จากความห่วงใยของนายกรัฐมนตรี เรื่องการดูแลความปลอดภัยเส้นทางคมนาคมในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งมีความจำเป็นกับการเดินทางของประชาชนในพื้นที่ โดยเฉพาะทางรถไฟ นั้น ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยทหารในพื้นที่เร่งบูรณาการปรับมาตรการ รักษาความปลอดภัยให้เข้มข้นและต่อเนื่อง รวมถึงการสร้างเครือข่ายความปลอดภัยด้วย ส่วนการติดตามจับกุมผู้ก่อเหตุและคลี่คลายคดีลอบวางระเบิดในพื้นที่ภาคใต้ ให้ดำเนินการด้วยความรอบคอบ รัดกุม ในทุกด้าน เพื่อให้เกิดผลทางคดีที่ชัดเจนและผู้กระทำผิดถูกลงโทษตามกฎหมาย รวมถึงการดำเนินคดีอื่นๆ ในพื้นที่ต่างๆ ด้วย