บทนำวันจันทร์ที่12กรกฎาคม2564 : เปลี่ยนวิธีการบ้าง

12.07.21 | 12:01 น.

ภาพของประชาชนไปนอนค้างคืนริมถนน ตากฝน บ้างกางเต็นท์ กางร่ม เพื่อรอรับการตรวจโควิดเชิงรุกตามจุดต่างๆ ใน กทม. เป็นภาพที่ฟ้องความไม่พร้อม ไม่แก้ปัญหาของภาคราชการ ผู้รับผิดชอบจะต้องไม่ยอมทนดู ต้องหาทางแก้ปัญหาโดยเร็ว ไม่ว่าจะด้วยการเปิดจุดตรวจให้มากขึ้น เพียงพอที่จะรองรับความต้องการของประชาชน ล่าสุด สถานการณ์ไปไกล ขนาดที่รัฐบาลต้องประกาศมาตรการเข้มงวด ห้ามประชาชนออกนอกเคหสถาน หรือเคอร์ฟิวในพื้นที่เสี่ยง โดยเฉพาะ กทม.และปริมณฑล

นอกจากเพิ่มจุดตรวจโดยเร็วแล้ว รัฐควรจะเพิ่มการตรวจหาเชื้อด้วยวิธีการหลากหลายมากขึ้น บนพื้นฐานของหลักวิทยาศาสตร์การแพทย์ ดังที่ นพ.ทศพร เสรีรักษ์ เสนอว่า ถึงเวลาที่รัฐต้องยินยอมใช้ชุดตรวจหาเชื้อโควิด-19 แบบเร่งด่วน หรือ Rapid Antigen Test เพราะมาตรการตรวจเชื้อเชิงรุกที่ประชาชนต้องมาต่อคิวข้ามคืน ถือเป็นความล้มเหลว ไม่ใช่การตรวจเชิงรุก เพราะมาตรการนี้ทำให้คนสูงอายุที่รอไม่ไหว ไปนอนกักตัวแล้วเกิดเหตุเสียชีวิตกันหลายคน

น.พ.ทศพรกล่าวว่า ได้ไปเยี่ยมและให้กำลังใจประชาชนที่มาเข้าคิวเพื่อรอรับบัตรคิวตรวจเชื้อโควิด-19 ที่โรงพยาบาลรามาธิบดี พบว่ามีประชาชนหลายร้อยคนรอคิวตามทางเดินตั้งแต่หน้าแผนก OPD ไปถึงตึกผู้ป่วยฉุกเฉินยาวออกไปด้านนอก มีทั้งเด็กเล็ก วัยทำงาน ตลอดจนผู้สูงอายุ มีอาชีพหลากหลายตั้งแต่แม่ค้า รับจ้าง รับราชการ ทุกคนเล่าให้ฟังถึงสถานการณ์โควิดในชุมชนของตนเองว่าระบาดกันหนักมากขนาดไหน เช่น คุณแม่ลูก 2 คน ลูกชายวัย 7 ขวบ กับลูกสาว 2 ขวบ เล่าว่าตัวคุณแม่เคยติดเชื้อโควิดและไปรักษาตัวกลับมา แต่พอถึงบ้านก็พบลูกสองคนติดเชื้อตาม และยังหาเตียงให้ไม่ได้

ภาครัฐควรปรับแนวทางรับมือการแพร่ระบาดให้สอดคล้องกับเหตุการณ์ ไม่จมอยู่กับความเชื่อ หรือวิธีการที่ไม่สอดคล้องกับความรุนแรงของการแพร่ระบาดที่นับวันขยายตัวออกไปอย่างกว้างขวาง ชุดตรวจเร่งด่วน หรือ Rapid Antigen Test มีการนำมาใช้ในหลายประเทศ ประเทศไทยได้ชื่อว่ามีระบบสาธารณสุขที่แข็งแกร่ง น่าจะให้การศึกษาต่อประชาชนถึงวิธีการใช้โดยไม่เกิดผลเสียได้ไม่ยาก และช่วยลดภาระของบุคลากรไปพร้อมกันด้วย