หน้าแรก การเมือง ครม.ไฟเขียวงด...

ครม.ไฟเขียวงดเว้นค่าธรรมเนียม 6.6 ล้าน ช่วยผู้ประกอบการนวด-สปา-สุขภาพ

13.07.21 | 15:59 น.
In this photo taken on December 3, 2019 a tourist receives a massage at the Thai traditional massage centre inside the Wat Po temple complex in Bangkok. - Widely practiced across Thailand, from upscale Bangkok spas and Phuket beachfronts to modest local businesses, "nuad" -- meaning massage -- is up for review for inclusion by UNESCO's committee during its December 9-14 meeting in Bogota. (Photo by Romeo GACAD / AFP) / TO GO WITH THAILAND-TOURISM-CULTURE-UNESCO-MASSAGE BY SOPHIE DEVILLER AND SIPPACHAI KUNNUWONG

ครม.ไฟเขียว ยกเว้นค่าธรรมเนียมรายปีสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ- สถานดูแลผู้สูงอายุ เหตุช่วยเหลือเยียวยาปชช. ด้านรัฐสูญรายได้ 6.64 ล้าน

เมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า อนุมัติหลักการร่างกฎกระทรวงยกเว้นค่าธรรมเนียมการประกอบกิจการสถานประกอบการเพื่อสุขภาพรายปี ซึ่งมีสาระสำคัญเป็นการกำหนดให้ยกเว้นค่าธรรมเนียมการประกอบกิจการสถานประกอบการเพื่อสุขภาพรายปีแก่ผู้รับอนุญาตประกอบกิจการสปาและกิจการนวดเพื่อสุขภาพ หรือเพื่อเสริมความงามออกไปอีกเป็นระยะเวลา 1 ปี ตั้งแต่วันที่ 18 มีนาคม 2564 ถึงวันที่ 17 มีนาคม 2565 และกำหนดให้ยกเว้นค่าธรรมเนียมการประกอบกิจการแก่การดูแลผู้สูงอายุ หรือผู้มีภาวะพึ่งพิงแก่ผู้รับอนุญาตประกอบกิจการการดูแลผู้สูงอายุ หรือผู้มีภาวะพึ่งพิงเป็นระยะเวลา 2 ปี นับตั้งแต่ร่างกฎกระทรวงฉบับนี้มีผลบังคับใช้


น.ส.ไตรศุลี กล่าวว่า สำหรับค่าธรรมเนียมกิจการสปาอยู่ที่ปีละ 1,000 บาท กิจการนวดเพื่อสุขภาพหรือเสริมความงามปีละ 500 บาท และกิจการการดูแลผู้สูงอายุหรือผู้มีภาวะพึ่งพิงโดยมีการพักค้างคืนปีละ 1,000 บาท โดยมีสถานประกอบการประเภทกิจการสปาจำนวน 905 แห่ง กิจการนวดเพื่อสุขภาพและเพื่อเสริมความงาม จำนวน 10,934 แห่ง และกิจการการดูแลผู้สูงอายุหรือผู้มีภาวะพึ่งพิง จำนวน 138 แห่ง

น.ส.ไตรศุลี กล่าวว่า ประมาณการว่าจะทำให้รัฐสูญเสียรายได้จากการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมในครั้งนี้รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 6,640,000 บาท แต่จะเป็นการช่วยเหลือเยียวยาและลดภาระและบรรเทาผลกระทบให้แก่ผู้ประกอบการกิจการสถานประกอบการเพื่อสุขภาพที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ซึ่งจะส่งผลดีต่อระบบเศรษฐกิจต่อไป