เฮ! ครม.เห็นชอบเยียวยาเพิ่มเติม ผู้ประกันตน ม.33 ใน 10 จว. 9 อาชีพ รับเพิ่ม 2,500 บาท 1 เดือน คาดเข้าบช.อัตโนมัติ

13.07.21 | 16:32 น.

เปิดมาตรการเยียวยาเพิ่มเติม! ม.33 ใน 10 จังหวัด 9 อาชีพ รับเพิ่ม 2,500 บาท 1 เดือน โอนเข้าบัญชีอัตโนมัติ ลดค่าน้ำ-ค่าไฟฟ้า 2 เดือน ในพื้นที่ควบคุมสูงสุด

เมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยผลการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ครม. เห็นชอบมาตรการช่วยเหลือกลุ่มแรงงานและผู้ประกอบการในพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด 10 จังหวัด (กรุงเทพฯ นครปฐม นนทบุรี ปทุมธานี สมุทรปราการ สมุทรสาคร นราธิวาส ปัตตานี ยะลา และสงขลา) เพื่อช่วยลดผลกระทบในระยะสั้นสำหรับกลุ่มแรงงานและผู้ประกอบการทั้งในและนอกระบบประกันสังคมใน 9 สาขา ได้แก่ (1) ก่อสร้าง (2) กิจการที่พักแรมและบริการด้านอาหาร (3) กิจกรรมศิลปะ ความบันเทิงและนันทนาการ (4) กิจกรรมบริการด้านอื่นๆ ตามที่สำนักงานประกันสังคมกำหนด (5) การขนส่งและสถานที่เก็บสินค้า (6) การขายส่งและการขายปลีก การซ่อมยานยนต์ (7) กิจกรรมการบริหารและบริการสนับสนุน (8) กิจกรรมวิชาชีพ วิทยาศาสตร์และกิจกรรมทางวิชาการ และ (9) สาขาข้อมูลข่าวสารและการสื่อสาร

โดยมีมาตรการช่วยเหลือ ดังนี้
1. กลุ่มแรงงานและนายจ้างผู้ประกอบการ ระยะเวลา 1 เดือน

ในระบบประกันสังคม ผู้ประกันตน ม.33 สัญชาติไทย  จ่ายเพิ่มเติมให้ลูกจ้าง 2,500 บาท/คน เพิ่มเติมจาก จ่ายชดเชยเยียวยาร้อยละ 50 ของรายได้ให้ลูกจ้าง สูงสุดไม่เกิน 7,500 บาท ระยะเวลาไม่เกิน 90 วัน เป็นผลให้ ผู้ประกันตน ม.33 สัญชาติไทย จะได้รับความช่วยเหลือจากภาครัฐไม่เกิน 10,000 บาท/คน ผู้ประกันตน ม.39 และ ม.40 สัญชาติไทย  ที่ยังประกอบอาชีพอยู่ในปัจจุบัน จะได้รับเงินช่วยเหลือ 5,000 บาท/คน นายจ้างและผู้ประกอบการ  จ่ายให้นายจ้างตามจำนวนสูงสุดไม่เกิน 200 คนในอัตรา 3,000 บาท/หัว/สถานประกอบการ

นอกระบบประกันสังคม ผู้ประกอบอาชีพอิสระ (ไม่ได้เป็นม.33/ม.39 และ ม.40)  ให้ขึ้นทะเบียนกับประกันสังคม (ม.40) ภายในเดือน กรกฎาคม 2564 เพื่อจะได้รับเงินช่วยเหลือ 5,000 บาท/คน นายจ้าง/ผู้ประกอบการ กรณีที่มีลูกจ้าง ให้ขึ้นทะเบียนกับประกันสังคม (ม.33) ภายในเดือน กรกฎาคม 2564 เพื่อผู้ประกอบการจะได้รับเงินช่วยเหลือตามจำนวนลูกจ้างสูงสุดไม่เกิน 200 คนในอัตรา 3,000 บาท/หัว/สถานประกอบการ ขณะที่ลูกจ้างสัญชาติไทยจะได้รับเงินช่วยเหลือ 2,500 บาท/คน กรณีที่ไม่มีลูกจ้าง  ให้ขึ้นทะเบียนกับประกันสังคม (ม.40) ภายในเดือน กรกฎาคม 2564 จะได้รับเงินช่วยเหลือ 5,000 บาท/คน

Advertisement

ผู้ประกอบการในระบบ “ถุงเงิน” โครงการคนละครึ่งและโครงการเราชนะ ในหมวดร้านอาหารและเครื่องดื่ม ร้าน OTOP ร้านค้าทั่วไป ร้านค่าบริการและกิจการขนส่งสาธารณะ (ไม่รวมกิจการขนาดใหญ่) ให้ขึ้นทะเบียนกับประกันสังคม (ม.40) ภายในเดือน กรกฎาคม 2564 จะได้รับเงินช่วยเหลือ 5,000 บาท/คน กรณีที่มีลูกจ้างให้ขึ้นทะเบียนกับประกันสังคม (ม.33) ภายในเดือน กรกฎาคม 2564 เพื่อผู้ประกอบการจะได้รับเงินตามจำนวนลูกจ้างสูงสุดไม่เกิน 200 คนในอัตรา 3,000 บาท/หัว/สถานประกอบการ และลูกจ้างสัญชาติไทยจะได้รับเงินช่วยเหลือ 2,500 บาท/คน

2. ประชาชนและภาคธุรกิจทั่วประเทศ
ลดค่าไฟฟ้า-ลดค่าน้ำประปา ระยะเวลา 2 เดือน (กรกฎาคม-สิงหาคม 2564) ดังนี้

-บ้านอยู่อาศัยที่ใช้ไฟฟ้าไม่เกิน 150หน่วย/เดือน : ใช้ไฟฟ้าฟรี 90 หน่วยแรก

-บ้านอยู่อาศัยที่ใช้ไฟฟ้าเกิน 150หน่วย/เดือน : กรณีน้อยกว่าหรือเท่ากับเดือน กุมภาพันธ์ 2564 คิดค่าไฟฟ้าตามหน่วยการใช้ไฟฟ้าจริง กรณีมากกว่าเดือนกุมภาพันธ์ แต่ไม่เกิน 500 หน่วย/เดือน ให้จ่ายเท่ากับเดือน กุมภาพันธ์ 2564 ผู้ใช้ไฟฟ้า 501-1,000 หน่วย/เดือน ให้จ่ายค่าไฟฟ้าเท่ากับเดือน กุมภาพันธ์ 2564+ 50% ของหน่วยไฟฟ้าที่เพิ่มจากเดือน กุมภาพันธ์ 2564 ผู้ใช้ไฟฟ้าเกิน 1,000 หน่วย/เดือน ให้จ่ายค่าไฟฟ้าเท่ากับเดือน กุมภาพันธ์ 2564 + 70% ของหน่วยไฟฟ้าที่เพิ่มจากเดือน กุมภาพันธ์ 2564 โดยให้เป็นส่วนลดค่าไฟฟ้าก่อนการคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่ม

*กิจการขนาดเล็ก(ไม่รวมส่วนราชการและรัฐวิสาหกิจ) ใช้ไฟฟ้าฟรี 100 หน่วยแรก

*กิจการขนาดกลาง ขนาดใหญ่ กิจการเฉพาะ องค์กรไม่แสวงหากำไรและการสูบน้ำเพื่อการเกษตร ยกเว้นการเรียกเก็บอัตราค่าไฟฟ้าต่ำสุด (Minimum Charge) จนถึงสิ้นเดือนธ.ค. 64 โดยให้จ่ายค่าความต้องการพลังไฟฟ้า (demand Charge) ตามกำลังไฟฟ้าที่ใช้จ่ายจริง

-ลดค่าน้ำประปาลงร้อยละ 10 เฉพาะบ้านที่อยู่อาศัยและกิจการขนาดเล็ก (ไม่รวมส่วนราชการและรัฐวิสาหกิจ) ระยะเวลา 2 เดือน (สิงหาคม-กันยายน 2564)

มาตรการให้ความช่วยเหลือบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายด้านการศึกษาของครัวเรือนและประชาชน ได้มีประกาศให้สถานศึกษาภาครัฐพิจารณาให้ความช่วยเหลือในการให้ส่วนลดเงินบำรุงการศึกษา ค่าธรรมเนียมการศึกษา ค่าธรรมเนียมการเรียน และค่าธรรมเนียมอื่นๆ ในภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2564 เป็นกรณีพิเศษ พร้อมให้กระทรวงศึกษาธิการและกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวตกรรม หารือกับสถานศึกษาในสังกัดเพื่อแนวทางการลดค่าใช้จ่ายด้านการศึกษาในภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2564 เป็นกรณีพิเศษ พร้อมให้จัดทำข้อเสนอโครงการในลักษณะรัฐร่วมสมบทภาระส่วนลดให้แก่สถานศึกษาบางส่วน เพื่อเสนอให้ครม. พิจารณาภายใน 1 สัปดาห์ นอกจากนี้กระทรวงการคลังและธนาคารแห่งประเทศไทย จะพิจารณาแนวทางทางการเงินเพื่อช่วยเหลือสถานศึกษาภาคเอกชนที่ประสบปัญหาทางการเงินที่เหมาะสมด้วย

สำหรับมาตรการช่วยเหลือด้านการเงินและลูกหนี้สถาบันการเงินนั้น กระทรวงการคลัง ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) จะหารือกับธนาคารพาณิชย์ เพื่อดำเนินมาตรการผ่อนปรนการชำระคืนเงินต้นและดอกเบี้ยหรือการเลื่อนงวดการชำระเงินต้นและดอกเบี้ยให้แก่ประชาชนและผู้ประกอบการที่เป็นลูกค้าของสถาบันการเงินด้วย

นายอนุชา กล่าวว่า กรอบวงเงินสำหรับมาตรการช่วยเหลือกลุ่มแรงงานและผู้ประกอบการว่า จำนวนท 30,000 ล้านบาท สำหรับมาตรการลดค่าน้ำ-ค่าไฟฟ้า ให้กฟน. กฟภ. กปน. และกปภ. ขอรับสนับสนุนภายใต้กรอบวงเงินรวมไม่เกิน 12,000 ล้านบาท ซึ่งหลังจากนี้ ครม. ยังมีจะพิจารณามาตรการช่วยเหลือในระยะต่อไปโดยเฉพาะผู้ประกอบการ SMEs ทั่วประเทศต่อไปด้วย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับวิธีการโอนเงินและวันที่จะได้รับเงิน รวมทั้งจำนวนผู้ที่จะได้รับสิทธิทั้ง ม.33,39 และ 40 นั้นขณะนี้ทางสำนักงานประกันสังคมอยู่ระหว่างจัดทำรายละเอียด