“สามารถ”แนะ กกต. อย่าคิดอะไรให้ยุ่งยาก ของเดิมมีอยู่แล้ว

12.09.16 | 18:42 น.

“สามารถ” ชี้ ของเดิมก็ดีอยู่แล้ว ไม่อยากให้กกต. คิดอะไรให้ยุ่งยาก ระบุ วันนี้คิดลองของใหม่ไปเรื่อยไม่รู้นำมาใช้จริงแล้วจะเกิดปัญหาหรือไม่

เมื่อวันที่ 12 กันยายน นายสามารถ แก้วมีชัย อดีตส.ส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย (พท.) ในฐานะคณะทำงานติดตามการร่างรัฐธรรมนูญ ให้สัมภาษณ์ถึงข้อเสนอของคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) ที่เสนอพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส. กำหนดโทษทุจริตเลือกตั้งเป็น 4 ระดับ โดยให้ใบเหลือ ใบส้ม ใบแดง ใบดำว่า ที่ผ่านมามีเพียงใบเหลือง ใบแดงก็ยุ่งแล้ว ไม่อยากให้คิดอะไรให้ยุ่งยาก เพราะของเดิมก็ดีอยู่ แต่กกต.ควรปรับกระบวนการทำงาน ทำอย่างไรให้การตัดสินผู้ที่จะได้ใบเหลือง หรือใบแดง มีความเป็นธรรมและ น่าเชื่อถือ ซึ่งควรมีศาลแผนกคดีเลือกตั้งเป็นผู้ตัดสินโดยให้กกต.เป็นผู้รวบรวมข้อมูลเพราะที่ผ่านมากกต.ทำเองทุกขั้นตอน เมื่อมีศาลแผนกคดีเลือกตั้งก็ไม่จำเป็นต้องมีใบส้มหรือใบดำ มีเพียงใบเหลือง ใบแดงก็เพียงพอ วันนี้เหมือนคิดลองของใหม่ไปเรื่อยและไม่ทราบว่าเมื่อนำมาใช้จริงจะเกิดปัญหาอะไรหรือไม่ อย่างไรก็ตามเรื่องนี้เป็นเพียงความเห็นกกต.แต่ที่สุดแล้วต้องดูว่ากรรมการร่างรัฐธรรมนูญ(กรธ.)จะเอาด้วยหรือไม่ ขณะนี้เพียงได้ใบแดงตามที่รัฐธรรมนูญฉบับนี้กำหนดไว้ ก็ไม่สามารถลงสมัครเลือกตั้งได้ตลอดชีวิตแล้ว ทั้งนี้ เห็นว่าวันที่ 28 กันยายน จะมีการเปิดเวทีฟังความเห็นจากทุกฝ่าย หากกรธ.เชิญมา พท.ส่งตัวแทนเพื่อจะได้สะท้อนปัญหาและข้อเสนอแนะต่างๆ เพื่อหาสิ่งที่ดีที่สุดมาใช้เพราะวันนี้คนที่นั่งคิดกติกาไม่เคยลงสมัครผู้แทนฯ หรือลงพื้นที่สัมผัสชาวบ้านสักคม ส่วนข้อเสนอที่กกต.เสนอให้ตัวเองเป็นผู้มีอำนาจกำหนดวันเลือกตั้งนั้น เป็นสิ่งที่ถูก ไม่มีอะไรไม่เห็นด้วยเพราะเป็นเรื่องเดิมที่ให้กกต.กำหนดวัน จากนั้นจึงส่งให้คณะรัฐมนตรี(ครม.)ออกเป็นพ.ร.ฏ.กำหนดวันเลือกตั้ง

นายสามารถ กล่าวกรณีสมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ(สปท.) ยอมถอยเรื่องการรีเซ็ตสมาชิกพรรคการเมืองว่า ฟังดูเหมือนถอย แต่สุดท้ายทุกพรรคก็ต้องตรวจสอบรายชื่อสมาชิกพรรคอยู่ดีเพราะนายเสรี สุวรรณภานนท์ สปท.ด้านการเมือง ระบุว่าหากรายชื่อที่แต่ละพรรคยืนยันมาไม่เป็นความจริง หัวหน้าพรรคและกรรมการบริหารพรรคต้องถูกลงโทษอาญาและติดคุก แม้จะบอกว่าถอย แต่การถอยแบบสปท.ไม่ได้เรียกว่าถอย แต่ยิ่งหนักขึ้นเพราะมีการกำหนดโทษไว้ แต่เพื่อไทยไม่ได้เดือดร้อนอะไรเพราะสมาชิกไม่ได้มีมากเท่าพรรคประชาธิปัตย์ ส่วนกรณีที่สปท.ยังยืนยันที่จะให้ส.ว.มีสิทธิเสนอชื่อนายกฯ ได้นั้น ตามกติกาในร่างรัฐธรรมนูญ การเลือกนายกฯ ครั้งแรกต้องเลือกจากบัญชีที่พรรคการเมืองเสนอก่อน หากเลือกไม่ได้ ต้องร้องขอให้ที่ประชุมรัฐสภางดเว้นบทบัญญัติว่าด้วยการเสนอชื่อนายกฯ จากพรรค เพื่อเสนอชื่อใครก็ได้ ซึ่งความเห็นส่วนตัวมองว่าส.ว.และส.ส.สามารถเสนอชื่อนายกฯรอบหลังได้เพราะถือว่าพ้นกติการอบแรกแล้ว แต่หากจะให้ส.ว.เสนอชื่อนายกฯ ได้ตั้งแต่โหวตเลือกนายกฯ ครั้งแรกตนไม่เห็นด้วย อย่างไรก็ตามไม่ว่าใครจะเสนอชื่อนายกฯ ไม่มีผลอะไรเพราะสุดท้ายขึ้นกับเสียงโหวตในที่ประชุมว่าจะเลือกใคร