เมื่อวันที่ 12 กันยายน นายวิญญัติ ชาติมนตรี เลขาธิการสมาพันธ์นักกฎหมายเพื่อสิทธิเสรีภาพ (สกสส.) กล่าวถึงคําสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 55/2559 อาศัยอํานาจตามความในมาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญ (ฉบับชั่วคราว) 2557 ที่มีคำสั่งให้บรรดาการกระทําความผิดตามประกาศ คสช.ฉบับที่ 37/2557, ฉบับที่ 38/2557 และฉบับที่ 50/2557ที่ได้กระทําตั้งแต่วันที่คําสั่งนี้ใช้บังคับ ให้อยู่ในอํานาจ การพิจารณาพิพากษาของศาลยุติธรรม ว่า ถือเป็นเรื่องที่ดีต่อประชาชนที่โดนขึ้นศาลทหารมาตลอด เพราะบรรดาความผิดตามประกาศ คสช.ฉบับที่37/2557, ฉบับที่38/2557 ส่วนใหญ่จะเป็นคดีที่ประชาชนถูกดำเนินคดี ขัดคำสั่งไม่ไปรายงานตัว , ห้ามชุมนุม , ห้ามเคลื่อนไหวทางการเมือง ,คดี ตามมาตรา112 คดีความมั่นคง ต่างๆ ทั้ง 2 ฉบับครอบคลุมในความผิดที่กล่าวมา ส่วนฉบับที่ 50/2557 เป็นคดีที่เกี่ยวกับอาวุธสงครามทั้งหมด ต่อไปคดีเหล่านี้จะไปขึ้นศาลยุติธรรมทั้งหมด ถือว่าเป็นพัฒนาการอีกขั้นที่ คสช.เล็งเห็นเรื่องสิทธิเสรีภาพและการพิจารณาคดีในศาลให้เกิดการยอมรับ เราในฐานะที่เป็นสมาพันธ์นักกฎหมายในด้านสิทธิต้องขอขอบคุณหัวหน้า คสช. ในส่วนนี้ แต่ความเป็นจริงแล้วคดีต่างๆ นับแต่ประกาศ คสช.ทั้งหลายที่ก่อนนี้ประกาศใช้ให้ไปอยู่ในอำนาจศาลทหาร ควรจะถูกยกเลิกคำสั่งและโอนมาศาลยุติธรรมทั้งหมด เพราะไม่มีความจำเป็นใดๆแล้วที่จะต้องขึ้นศาลทหารอีก หลังจากนี้ไม่น่าจะมีเหตุการณ์อะไรที่คนจะไปขัดคำสั่งหัวหน้าคสช. คำสั่งนี้จึงเป็นเรื่องที่น่ากังวลและผิดหวังอยู่
“ยังน่าเสียดายเพราะคดีก่อนหน้านี้ที่อยู่ในอำนาจศาลทหารหลายคดี ไม่ว่าจะเป็นคดีการชุมนุม คดีม.112 คดีที่เกี่ยวกับการทำประชามติ และคดีความมั่นคงอื่นๆ อยากขอให้คสช.ทบทวนอีกครั้งให้พลเรือนได้ขึ้นศาลพลเรือนทั้งหมด”นายวิญญัติ กล่าว
นายวิญญัติ กล่าวต่อว่า ที่ต้องจับตามองในข้อ 2 ของคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ให้เจ้าพนักงานตามคําสั่ง คสช. ที่ 3/2558 และ 13/2559 ป้องกันและปราบปรามการกระทำผิดบางอย่างยังมีอำนาจ เป็นการเปิดช่องให้เจ้าพนักงานทหารเข้าไปจับค้นโดยที่ไม่มีหมายค้นหมายจับได้อยู่เช่นเดิม แต่เมื่อมีการออกประกาศวันนี้มา ต่อไปถึงแม้มีการจับค้นมาก็จะต้องส่งตำรวจ และส่งพนักงานอัยการ ก่อนไปสู่ศาลตามเขตอำนาจที่บัญญัติ อย่างน้อยถือว่าเป็นข้อดีในระดับหนึ่งที่คดีไม่ต้องถูกไปดำเนินการที่ศาลทหาร ถึงแม้จะยังมีข้อน่ากังวลอยู่บ้างในชั้นตรวจค้นจับกุมก็ตาม

