“จตุพร” แนะ “ประยุทธ์” ใช้ ม.44 แก้ไขอำนาจ ป.ป.ช. เสนอให้ อสส.ถ่วงดุลอำนาจยกคำร้องหรือสั่งฟ้อง
เมื่อวันที่ 12 กันยายน นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) กล่าวผ่านเฟซบุ๊กไลฟ์ ว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ควรใช้อำนาจตาม มาตรา 44 แห่งรัฐธรรมนูญราชอาณาจักร ฉบับชั่วคราว พ.ศ.2557 แก้ไขอำนาจของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพื่อให้ทำหน้าที่อย่างเท่าเทียม เสมอภาค และประชาชนมีความน่าเชื่อถือ ตนเห็นว่ากระบวนการปราบทุจริตต้องกล้าเปลี่ยนแปลงองค์กรเกี่ยวข้องการปราบทุจริต และเริ่มต้นเล่นงานคนทุจริตในรัฐบาลอย่างเป็นรูปธรรมเพื่อแสดงความจริงใจของ พล.อ.ประยุทธ์ ที่ประกาศปราบทุจริตให้สิ้นซากแล้วลงจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ดังนั้น หากไม่แก้ไขเปลี่ยนแปลงให้เกิดการถ่วงดุลอำนาจในองค์กรปราบทุจริตแล้ว คงได้เป็นนายกรัฐมนตรีไปอีกถึงชาติหน้า เพราะการโกงยังมีอยู่
“ประเทศไม่สามารถปราบการทุจริตให้สิ้นซากได้ เพราะองค์กรทำหน้าที่ปราบไม่ได้ยึดหลักความเสมอภาค เท่าเทียม แม้ พล.อ.ประยุทธ์ ประกาศไม่ต้องการสืบทอดอำนาจ แต่เป็นนายกรัฐมนตรีไปตลอดชาติก็ปราบทุจริตไม่ได้ ถ้าไม่เปลี่ยนแปลงกระบวนการตรวจสอบ ปราบทุจริตในองค์กร ป.ป.ช. สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) รวมทั้งศูนย์อำนวยการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ (ศอตช.)” นายจตุพรกล่าว
นายจตุพรกล่าวว่า การปราบทุจริต สิ่งแรกควรเริ่มต้นด้วยการเขียนในร่างกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญที่เกี่ยวกับ ป.ป.ช. เพื่อเปลี่ยนแปลงระยะเวลาการสั่งฟ้อง หรือไม่สั่งฟ้องของ ป.ป.ช.ก่อน โดยให้สำนักอัยการสูงสุด (อสส.) เข้ามาถ่วงดุลอำนาจ ไม่เช่นนั้น ป.ป.ช. จะยิ่งขยายอำนาจออกไปเรื่อยๆ แต่ไม่รับผิดชอบในเรื่องที่ประชาชนคลางแคลงใจในความน่าเชื่อถือ ดังนั้น ต้องเพิ่มความน่าเชื่อถือในการทำหน้าที่ เพราะหลายกรณีที่เกิดขึ้น เช่น เรือเหาะก็ไม่ผิด หรือการตรวจสอบ จีที 200 อาจลงท้ายเช่นเดียวกัน การสร้างโรงพักตำรวจก็ไม่รีบดำเนินการ แต่กลับนำคดีที่เกี่ยวข้องกับอีกฝ่ายหนึ่งมาจัดการเล่นงานเร่งด่วน จึงแสดงถึงความไม่เสมอภาคในการทำหน้าที่ ทั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ มีอำนาจตาม มาตรา 44 อย่างล้นพ้น และต้องการปราบการทุจริตให้สิ้นซากแล้ว ควรเริ่มให้อัยการเข้ามาถ่วงดุลอำนาจ ป.ป.ช. ในการสั่งฟ้องหรือไม่ฟ้อง และกำหนดเงื่อนเวลาให้ชัดเจน โดยลอกแบบการถ่วงดุลอำนาจตามกฎหมายประมวลพิจารณาอาญา เพื่อทำให้ ป.ป.ช.เกิดความน่าเชื่อถือยิ่งขึ้น
“การเปิดไฟไล่โกง ต้องเริ่มต้นด้วยตัวเองไม่โกง ไร้มลทินทุจริต เมื่อ พล.อ.ประยุทธ์ จริงใจกับการปราบทุจริตแล้ว ควรให้ข้าราชการแสดงบัญชีทรัพย์สินตั้งแต่รับราชการครั้งแรก และประชาชนสามารถตรวจสอบได้ทุกปีอย่างเปิดเผย รวมถึงองค์กรที่ทำหน้าที่ปราบคนอื่นยิ่งต้องแสดงให้ชัดเจนที่สุด ก่อนไปปราบโกงคนอื่น ผมเห็นความตั้งใจของนายกรัฐมนตรีขอชื่นชม ยิ่งจะลงจากอำนาจเมื่อทุจริตหมดไป ถ้าไม่เริ่มต้นเปลี่ยนแปลง แก้ไขแล้ว ท่านคงเป็นนายกรัฐมนตรีถึงชาติหน้าก็ปราบทุจริตไม่ได้” นายจตุพรกล่าว

