อปท.แถลงจี้นายกฯ ปลดล็อกให้ท้องถิ่นนำเข้าวัคซีน ชุดตรวจด่วน

15.07.21 | 15:33 น.

‘3 สมาคม อปท.’ แถลงจี้นายกฯ ‘ปลดล็อก 4 ข้อ’ ขอท้องถิ่นนำเข้าวัคซีน-ชุดตรวจด่วน ยันใกล้ชิด ปชช.สุด

เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 15 กรกฎาคม ที่สมาคมสันนิบาตเทศบาลแห่งประเทศไทย แขวงฉิมพลี เขตตลิ่งชัน กรุงเทพฯ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตัวแทน 3 สมาคมองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ได้แก่ สมาคมองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) สมาคมองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) และสมาคมสันนิบาตเทศบาลแห่งประเทศไทย (ส.ท.ท.) นำโดย นายพงษ์ศักดิ์ ยิ่งชนม์เจริญ นายกเทศมนตรีนครยะลา, นายบุญชู จันทร์สุวรรณ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสุพรรณบุรี และนายสุวรรณวิชช์ เปรมปรีดิ์ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลหนองโรง จ.กาญจนบุรี แถลงข้อเรียกร้องจากมติที่ประชุมขับเคลื่อนภารกิจตามอำนาจหน้าที่ของ อปท.เมื่อวันที่ 8 กรกฎาคมที่ผ่านมา เพื่อเสนอไปยังรัฐบาล


นายพงษ์ศักดิ์ ยิ่งชนม์เจริญ นายกเทศมนตรีนครยะลา ในฐานะนายกสมาคมสันนิบาตเทศบาลแห่งประเทศไทย (ส.ท.ท.) เป็นตัวแทนอ่านแถลงการณ์เรื่อง ข้อเสนอขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต่อสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (Covid-19) ความว่า กราบเรียนนายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในนามของสมาคมองค์การบริหารส่วนจังหวัดแห่งประเทศไทย สมาคมสันนิบาตเทศบาลแห่งประเทศไทย และสมาคมองค์การบริหารส่วนตำบลแห่งประเทศไทย

ซึ่งถือได้ว่าเป็นหน่วยงานองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ทำงานใกล้ชิดกับประชาชนมากที่สุด ได้เห็นสภาพของปัญหาตลอดจนได้มีโอกาสรับฟังปัญหาความทุกข์ยากของประชาชนในท้องถิ่น ตลอดระยะเวลาของการป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ครั้งที่ 3 ที่ผ่านมานั้น รู้สึกมีความกังวลและห่วงใยต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน ทั้ง 3 สมาคมได้มีการหารือและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นซึ่งกันและกัน จนกระทั่งได้มาซึ่งข้อสรุปในการที่จะเรียกร้องต่อท่านนายกรัฐมนตรีใน 4 ประเด็น ดังนี้

Advertisement

ประเด็นที่ 1 จัดหาชุดตรวจโควิดแบบเร่งด่วน (Rapid Antigen test) เพื่อค้นหาเบื้องต้นผู้ติดเชื้อที่มีอยู่ในชุมชน และเครื่องตรวจ I-PCR test เพื่อตรวจหาเชื้อยืนยัน ตลอดจนจัดหาบุคลากรที่เกี่ยวข้องในการเพิ่มสมรรถนะการตรวจหาผู้ติดเชื้อทั้งในระดับจังหวัดและกรุงเทพมหานคร หรือให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นสามารถจัดซื้อชุดตรวจโควิดแบบเร่งด่วน เพื่อตรวจให้กับประชาชนในท้องถิ่นได้ด้วย เพื่อเป็นการลดภาระของบุคลากรทางการแพทย์ ดังเช่นจะเห็นภาพของประชาชนไปเข้าคิวรอการตรวจเชื้อตั้งแต่ในช่วงกลางคืนเพื่อรอการตรวจเชื้อในวันรุ่งขึ้น

ประเด็นที่ 2 ขอเรียกร้องให้รัฐบาลอนุญาตการนำเข้าวัคซีนป้องกันโควิด-19 ที่มีความหลากหลายมากยิ่งขึ้น เพื่อให้สามารถรองรับต่อการแปรเปลี่ยนของสายพันธุ์ไวรัสที่มีการแปรเปลี่ยนอย่างรวดเร็วมากขึ้น ขณะเดียวกันขั้นตอนการขออนุมัติในการนำเข้าวัคซีนป้องกันโควิด-19 ทั้งในเชิงของการตรวจคุณภาพตลอดจนขั้นการรับรอง ขอให้ลดระยะเวลาในการอนุมัติให้รวดเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ ซึ่งถือว่าสถานการณ์ขณะนี้เป็นสถานการณ์ที่ฉุกเฉินจำเป็นจะต้องแข่งกับเวลาและทุกสิ่งที่สามารถกระทำได้

ประเด็นที่ 3 ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และโรงพยาบาลเอกชนสามารถจัดหาวัคซีนป้องกันโควิด-19 วัคซีนทางเลือกได้โดยตรง โดยไม่จำเป็นจะต้องจัดซื้อจากหน่วยงานที่ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019  (ศบค.) กำหนด ทั้งนี้ เพื่อให้การนำเข้าวัคซีนทางเลือกสามารถที่จะนำเข้ามาได้อย่างรวดเร็วและทั่วถึงมากยิ่งขึ้น ขณะเดียวกันขอให้องค์การเภสัชกรรม (อภ.) สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ได้ออกประกาศการรับรองวัคซีนทางเลือกที่อนุญาตให้นำเข้า ตลอดจนกำหนดราคากลางเพื่อเป็นมาตรฐานในการจัดซื้อให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ส่วนโรงพยาบาลเอกชนให้สิทธิและความเป็นอิสระในการจัดซื้อเป็นของโรงพยาบาลเอกชน

ประเด็นที่ 4 ขอให้ออกระเบียบรองรับในการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 แก่ประชาชนในท้องถิ่นนั้นๆ ทั้งนี้ โดยข้อเท็จจริงในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นหนึ่งๆ นั้นจะต้องมีประชากรแฝงที่เข้ามาอาศัยอยู่ ไม่ว่าจะมาศึกษา ประกอบอาชีพ หรือมารับจ้างแรงงาน แม้กระทั่งแรงงานต่างด้าว ซึ่งแรงงานต่างด้าวเหล่านี้อยู่ในพื้นที่มีโอกาสเป็นพาหะแพร่เชื้อให้คนในท้องถิ่น เพราะฉะนั้นแนวนโยบายของ ศบค.ในการฉีดวัคซีนเพื่อป้องกันประชาชนจากการติดเชื้อ อีกนัยหนึ่งก็ต้องการสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ เพราะฉะนั้น การเร่งฉีดวัคซีนในพื้นที่หนึ่งๆ ให้มากกว่า 70% จึงเป็นความจำเป็นเร่งด่วนที่จะต้องกระทำ โดยเปิดกว้างให้ประชาชนทั่วไปรวมถึงแรงงานต่างด้าวที่อาศัยในท้องถิ่นไม่เฉพาะเจาะจงประชาชนที่มีทะเบียนบ้านอาศัยในท้องถิ่น หรือจังหวัดนั้นๆ

ท้ายนี้ ทั้ง 3 สมาคมขอเรียนว่า ตลอดระยะเวลาของการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ตั้งแต่ครั้งที่ 1 จนถึงปัจจุบัน พวกเราองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นได้ทำงานร่วมกับทางรัฐบาล และทางจังหวัดมาโดยตลอด ไม่ว่าจะเริ่มต้นจากการแจกจ่ายหน้ากากอนามัย แอลกอฮอล์ฆ่าเชื้อ อุปกรณ์ทางการแพทย์ การดูแลอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) จนถึงการจัดตั้งโรงพยาบาลสนามต่างๆ พวกเราตระหนักถึงความจำเป็นและวิกฤตที่เกิดขึ้น และต้องการให้วิกฤตการณ์ครั้งนี้ได้คลี่คลายโดยเร็วที่สุด

พวกเราจึงหวังว่าข้อเสนอทั้ง 4 ข้อนี้จะเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้วิกฤตการณ์ครั้งนี้คลี่คลายลง และหวังว่ารัฐบาลจะนำข้อเสนอนี้ไปพิจารณาอย่างเที่ยงธรรมบนพื้นฐานบนประโยชน์สูงสุดของประชาชน

สมาคมองค์การบริหารส่วนจังหวัดแห่งประเทศไทย
สมาคมสันนิบาตเทศบาลแห่งประเทศไทย
สมาคมองค์การบริหารส่วนตำบลแห่งประเทศไทย
วันพฤหัสบดีที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ.2564