พันโท แพทย์หญิง กมลพรรณ ไม่ทน! เขียน จม.เปิดผนึกเรียกร้อง 4 ข้อแก้โควิด ขีดเส้น 7 วัน

เมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม พ.ท.พญ.กมลพรรณ ชีวพันธ์ศรี ทีมคณะแพทย์ที่ปรึกษา กลุ่มไทยไม่ทน สามัคคีประชาชน เพื่อประเทศไทย เผยแพร่จดหมายเปิดผนึก เรียกร้องให้ผู้ที่มีหน้าที่รับผิดชอบเร่งแก้ไขเรื่องที่เป็นหัวใจหลักของการแก้ไขวิกฤตการระบาดของไวรัสโควิด ที่ทำให้ไม่สามารถควบคุม ป้องกันการกระจายเชื้อไวรัส และการตายของประชาชนจากโรคติดต่อร้ายแรงได้ทันสถานการณ์

รายละเอียดในจดหมาย ดังนี้

จดหมายเปิดผนึกถึงผู้ที่มีหน้าที่รับผิดชอบในการแก้ไขการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19

จากสถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่รัฐบาลได้ออกมาตรการต่างๆ ทั้ง พ.ร.บ.ฉุกเฉิน และ พ.ร.บ.ควบคุมโรค ในการหยุดยั้งการแพร่กระจายเชื้อและสกัดการชุมนุมของประชาชน ล่าสุดได้ออกมาตรการล็อกดาวน์ 13 จังหวัด แต่ก็ยังไม่สามารถหยุดยั้งการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ได้ ตัวเลขผู้ติดเชื้อรายใหม่และผู้เสียชีวิตกลับเพิ่มขึ้นอีก ส่งผลกระทบต่อขีดความสามารถของระบบสาธารณสุขไทยเกินกว่าที่จะรับมือได้ และสะท้อนถึงความไร้ประสิทธิภาพในการบริหารจัดการสถานการณ์วิกฤตของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่ไร้น้ำยาในการแก้ไขวิกฤตโรคระบาดครั้งนี้ มีหนทางเดียวเท่านั้น พล.อ.ประยุทธ์ต้องลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี สถานการณ์จึงจะฟื้นคืนมาได้

อย่างไรก็ตาม ในสถานการณ์เฉพาะหน้า ขอเรียกร้องให้ผู้ที่มีหน้าที่รับผิดชอบเร่งแก้ไขเรื่องที่เป็นหัวใจหลักของการแก้ไขวิกฤตการระบาดของไวรัสโควิด ที่ทำให้ไม่สามารถควบคุม ป้องกันการกระจายเชื้อไวรัส และการตายของประชาชนจากโรคติดต่อร้ายแรง ได้ทันสถานการณ์ได้แก่

1.การที่รัฐบาลโดยกระทรวงสาธารณสุข ออกกฎกระทรวงที่ปิดกั้นการนำเข้าวัคซีนที่ผ่านองค์การอาหารและยา (อย.) แล้วอย่างเสรี เช่น อนุญาตให้เฉพาะสภากาชาดไทย สถาบันจุฬาภรณ์ กรมควบคุมโรค องค์การเภสัชกรรม สถาบันวัคซีนแห่งชาติ เท่านั้น ที่นำเข้าวัคซีนได้และมีขั้นตอนล่าช้าไม่ทันการณ์ จึงขอให้ยกเลิกกฎกระทรวงลงวันที่ 8 มิถุนายน 2564 เรื่องแนวทางการบริการจัดการวัคซีนป้องกันโรคโควิดแล้วประกาศเปิดเสรีให้เอกชนสามารถนำเข้าวัคซีนที่มีคุณภาพ ที่ผ่านการอนุมัติขององค์การอนามัยโลกและองค์การอาหารและยาแล้วโดยไม่มีเงื่อนไข อุปสรรคที่ต้องเก็บค่าหัวคิว ค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม ค่าเก็บวัคซีน เพราะรัฐบาลมีหน้าที่จักต้องป้องกันโรคติดต่อร้ายแรง ที่มีประสิทธิภาพและไม่เสียค่าใช้จ่ายตามรัฐธรรมนูญมาตรา 47 และ 55
การที่รัฐบาลอ้างว่าบริษัทผู้ผลิตวัคซีนจะขายต่อวัคซีนให้ประเทศอื่นในฐานะรัฐต่อรัฐเท่านั้นก็ไม่เป็นความจริงเพราะไต้หวันสามารถให้เอกชน บริษัท ฟ็อกซ์คอนน์ (Foxconn) ที่ผลิตอุปกรณ์โทรศัพท์นำเข้าวัคซีนไฟเซอร์ได้ก็แสดงให้เห็นว่ารัฐบาลเป็นผู้สร้างเงื่อนไขขึ้นมาเอง ทำให้การนำเข้าวัคซีนมาให้ประชาชนอย่างล่าช้าไม่ทันการณ์เสมือนต้องการเลี้ยงไข้ หรือต้องการนำเข้าเฉพาะวัคซีนบางยี่ห้อที่รัฐบาลมีผลประโยชน์ทับซ้อนด้วย

2.เนื่องจากสถานการณ์ปัจจุบันจำนวนเตียงผู้ป่วยขาดแคลน จำนวนบุคลากรที่ดูแลอัตราเพิ่มขึ้นของผู้ป่วยไม่ทันการณ์ผู้ป่วยโควิดหลายคนนอนรอเตียงรอรถมารับ บางคนรอเตียงจนถึงกับเสียชีวิตอยู่ที่บ้าน หรือไม่ทันการณ์หรือกว่าจะถึงโรงพยาบาลก็เชื้อลงปอดแล้วทำให้อัตราการป่วยเสียชีวิตเพิ่มมากขึ้น เตียงไอซียูไม่พอคนไข้หนักที่เพิ่มจำนวนมาก ทั้งที่รัฐบาลสามารถประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนที่เจ็บป่วยสามารถใช้สมุนไพรไทย เช่น ฟ้าทะลายโจร ขิง กระชาย น้ำมะนาวและสูดดมสมุนไพร โดยกำหนดให้กระทรวงสาธารณสุขร่วมกับแพทย์แผนไทยและภาคประชาสังคม ทำไกด์ไลน์ คู่มือการใช้สมุนไพรไทย และข้อควรระวังให้ประชาชนได้รับทราบอย่างทั่วถึงโดยสามารถประชาสัมพันธ์ทุกวันหลังการแถลงข่าวจำนวนผู้ติดเชื้อผู้ตายรายวันหรือทำคลิป เผยแพร่ ผ่านวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย รวมถึงสื่อมวลชนทุกแขนงให้ช่วยกันประชาสัมพันธ์เพื่อช่วยให้ชีวิตประชาชนรอดพ้นจากความตายจากวิกฤตโควิดซึ่งใช้ได้ผลในหลายองค์กร ตัวอย่างเช่น ที่ รพ.มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เรือนจำเชียงใหม่ หรือเรือนจำในกรุงเทพ เพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลได้อย่างทั่วถึง และช่วยให้เขารอดชีวิตจากการรอเตียงที่ล้นเกินกำลังเจ้าหน้าที่ และบุคลากรทางการแพทย์รวมทั้งโรงพยาบาลต่างๆ ได้

3.รัฐบาลจะต้องแจกชุดตรวจโควิด Rapid Antigen Test ฟรีให้แก่ชุมชนหรือกลุ่มบุคคลเสี่ยงและสถานประกอบการสามารถช่วยกันนำใบตรวจคัดกรองพนักงานของตนเองและแยกดูแลด้วยสมุนไพรไทยช่วยแบ่งเบาภาระของรัฐได้ หากอาการทุเลาลงหรือหายดีแล้วก็ไม่ต้องเข้ารักษาที่โรงพยาบาลยกเว้นผู้ที่มีอาการหนักโรงพยาบาลก็รับช่วงต่อไป

4.เนื่องจากสภากาชาดไทย สถาบันจุฬาภรณ์ สามารถนำเข้าวัคซีนได้เอง แต่ทั้งนี้เนื่องจากงบประมาณไม่เพียงพอ รัฐจะต้องจัดสรรงบประมาณให้สถาบันจุฬาภรณ์ สภากาชาดไทย รวมถึงบริษัทเอกชนสามารถนำเข้าวัคซีนได้อย่างเสรี โดยรัฐเป็นผู้สนับสนุนค่าใช้จ่ายวัคซีนยกเว้นค่าใช้จ่ายของโรงพยาบาลเอกชนซึ่งสามารถเก็บได้จากประชาชน ที่พึงพอใจที่จะไปรับบริการของโรงพยาบาลเอกชนนั้นๆ
ซึ่งไม่ว่าองค์การเภสัชกรรมจะเรียกเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม ค่าจัดเก็บวัคซีนหรือค่าอื่นๆ ก็ไม่สามารถเรียกเก็บได้ เพราะขัดรัฐธรรมนูญมาตรา 47 และ 55 ที่กำหนดให้รัฐจะต้องดำเนินการป้องกันโรคที่มีประสิทธิภาพและไม่เก็บค่าใช้จ่าย

ดังนั้น หากรัฐไม่ดำเนินการยกเลิกประกาศกฎกระทรวงภายใน 7 วัน ทางกลุ่มไทยไม่ทนจะไปดำเนินการแจ้งความดำเนินคดีตั้งแต่นายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีกระทรวงสาธารณสุข กรมควบคุมโรค คณะกรรมการวัคซีนแห่งชาติ สถาบันวัคซีนแห่งชาติ องค์การเภสัชกรรมในข้อหาไม่ปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญมาตรา 47, 55 และประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157

ทั้งนี้ สถานการณ์การระบาดของไวรัสโควิด-19 อย่างรุนแรงในขณะนี้ เกินขีดความสามารถ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และรัฐบาล ที่จะรับมือกับสถานการณ์ได้แล้ว เนื่องจากเป็นผู้นำที่ขาดวิสัยทัศน์ ขาดยุทธศาสตร์ ขาดเป้าหมาย ขาดการประเมินวิเคราะห์การแพร่กระจายของเชื้อ ในการบริหารจัดการวิกฤตโควิดครั้งนี้
ยังอาจจะมีผลประโยชน์ทับซ้อนด้วยหรือไม่

ยิ่ง พล.อ.ประยุทธ์อยู่ในตำแหน่งต่อไปสถานการณ์ยิ่งจะเลวร้ายลงกว่าเดิม เพราะมีแผนอย่างเดียวคือล็อกดาวน์อย่างเข้มงวด แต่ไม่คิดแก้ไขการนำเข้าวัคซีนที่มีคุณภาพ ที่ติดขั้นตอน ล่าช้า มากขั้นตอนของเจ้าหน้าที่รัฐที่เกี่ยวข้องภายใต้การกุมบังเหียนของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา

ดังนั้น พล.อ.ประยุทธ์ต้องรับผิดชอบด้วยการลาออกทันที เพื่อแสดงความรับผิดชอบ ต่อชีวิตประชาชนที่ตายรายวัน จากผลงานของตนเอง
เพื่อให้มีผู้นำและรัฐบาลที่มีวิสัยทัศน์เข้ามากอบกู้สถานการณ์ จึงจะนำพาประเทศชาติผ่านพ้นวิกฤตครั้งนี้ได้

พ.ท.พญ.กมลพรรณ ชีวพันธ์ศรี
ทีมคณะแพทย์ที่ปรึกษา กลุ่มไทยไม่ทน สามัคคีประชาชน เพื่อประเทศไทย
18 กรกฎาคม 2564

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon