วันที่ 13 กันยายน น.ส.ทัศนีย์ บูรณุปกรณ์ อดีต ส.ส.เชียงใหม่ เขต 1 พรรคเพื่อไทย และรองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ ผู้ต้องหาคดีความมั่นคง กรณีจดหมายรัฐธรรมนูญบิดเบือน เข้าข่ายผิดประมวลกฏหมายอาญา ม.116 ม.210 และพระราชบัญญัติประชามติ ม.61 (2) และ (4) เผยกรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ใช้อำนาจตาม ม.44 ปลดล็อกศาลทหาร คดีความมั่นคงไปขึ้นศาลพลเรือนแทน ว่าคำสั่งดังกล่าวไม่มีผลย้อนหลัง ยังขึ้นศาลทหารอยู่ ส่วนตัวเชื่อว่าไม่ว่าเป็นศาลทหารหรือศาลพลเรือนให้ความยุติธรรมเสมอกัน จึงไม่ห่วงกังวลอะไร ทุกอย่างเป็นไปตามกระบวนการยุติธรรม มั่นใจศาลให้ความเป็นธรรมทุกฝ่ายก็พอใจแล้ว
“ส่วนตัวไม่เรียกร้องอะไร แต่เห็นด้วยกับสมาพันธ์นักกฎหมายเพื่อสิทธิเสรีภาพ (สกสส.) ที่เรียกร้องให้ยกเลิกคำสั่ง คสช. คดีความมั่นคงโอนมาศาลยุติธรรมทั้งหมด เพื่อความสะดวก คล่องตัวให้จำเลยหรือผู้ถูกกล่าวหามีโอกาสแสวงหาข้อเท็จจริงต่อสู้คดี เพื่อความบริสุทธิ์ เป็นที่ยอมรับของสากลและนานาชาติมากกว่า” น.ส.ทัศนีย์กล่าว
ด้าน ด.ต.พิชิต ตามูล แกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) แดงเชียงใหม่ กล่าวว่า ไม่เคยโดนคดีความมั่นคง ส่วนคดีอื่นถูกยกฟ้องหมดแล้ว ส่วนตัวมองว่าการยกเลิกศาลทหารมาขึ้นศาลพลเรือนนั้น ประชาชนไม่ได้รับประโยชน์อะไร เพราะคดีความมั่นคงขึ้นศาลทหารหมดแล้ว โดยเฉพาะคนเสื้อแดง แทบไม่เหลือคดีความมั่นคงอีกแล้ว การปลดล็อกศาลทหาร เป็นเพียงการคืนความชอบธรรมให้แก่ พล.อ.ประยุทธ์ กับ คสช. เพราะถูกแรงกดดันจากองค์กรด้านสิทธิมนุษยชนทั้งในและนอกประเทศ ที่เรียกร้องผู้ถูกดำเนินคดีความมั่นคงขึ้นศาลพลเรือน เป็นการลดแรงกดดันละเมิดสิทธิมนุษยชนจากนานาชาติเท่านั้น

