เลขาฯกฤษฎีกา ขอเวลาดู กม. 7 ชั่วโคตร 1-2 สัปดาห์ ก่อนส่งกลับ ครม. ย้ำเจตนาสกัดปัญหาผลประโยชน์ทับซ้อน
เมื่อเวลา 14.20 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายดิสทัต โหตระกิตย์ เลขาธิการคณะกรรมการกฤฎีกา เปิดเผยถึงความคืบหน้าการพิจารณาตรวจสอบร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยการขัดระหว่างประโยชน์ส่วนตัวกับประโยชน์ส่วนรวม หรือที่เรียกว่า “กฎหมาย 7 ชั่วโคตร”ว่า เสร็จแล้ว เหลือปรับแก้อีกเล็กน้อย ในบางประเด็นที่มีการทักท้วงให้ทบทวน โดยปรับแก้จากที่สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.)เสนอมา ที่อาจมีมากกว่า 20 มาตราที่เสนอมา ทั้งนี้ เป็นการปรับแก้ให้เข้มข้นสมเหตุสมผลมากขึ้น เมื่อถามว่า ข้อห้ามใช้ไฟหลวงชาร์ตแบตโทรศัพท์ และห้ามใช้ซองตราครุฑใส่เงินทำบุญ เข้มงวดไปหรือไม่ นายดิสทัต กล่าวว่า เป็นเรื่องที่จะไปกำหนดรายละเอียดมา ไว้ในกฎหมายลูกทั้งหมด แต่บอกไม่ได้ว่าจะลงรายละเอียดขนาดนั้นหรือไม่
“ส่วนใหญ่กฎหมายประเภทนี้ต้องดูที่เจตนา สร้างเพื่อเป็นระบบป้องกันผลประโยชน์ทับซ้อนในหลายแวดวง เช่น รัฐวิสาหกิจ ให้เป็นระบบมาตรฐาน บอกล่วงหน้าต้องตั้งเกณฑ์ไว้ก่อนว่า เรื่องอะไรที่ต้องแจ้งให้เขาทราบก่อนเพื่อป้องกัน เพราะถ้ามาตรวจสอบที่หลังมันจะยาก และมันไม่ชัดเจนด้วย” นายดิสทัต กล่าว
ส่วนกฎหมายนี้ครอบคลุมถึงครอบครัวเจ้าหน้าที่รัฐหรือไม่นั้น นายดิสทัต กล่าวว่า น่าจะเป็นผู้ที่มีส่วนได้เสีย ถือเป็นหลักการเดิม ซึ่งในกฎหมายต้องกำหนดให้ชัดเจนครอบคลุมแค่ไหน เมื่อถามว่า กฎหมายนี้ แต่ละหน่วยงานต้องมาวางหลักเกณฑ์ของตัวเองใช่หรือไม่ นายดิสทัต กล่าวว่า ใช่ โดยอยู่ในหลักเกณฑ์กลางที่วางไว้ เพียงแต่ไปอยู่ในกฎหมายลูก ทั้งนี้ คาดว่า 1-2 สัปดาห์ หรือภายในเดือนตุลาคม จะนำกลับเสนอที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.)แล้วเข้าที่ประชุมคณะกรรมการประสานงานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.)ก่อนส่งสนช.พิจารณาต่อไป

