ที่เห็นและเป็นไป : วันที่‘โลกสวย’ช่วยไม่ได้แล้ว โดย สุชาติ ศรีสุวรรณ

เมื่อมีความล้มเหลว หรือความเสียหายเกิดขึ้นไม่ว่าอะไรก็ตาม แล้วมีผู้ออกมาวิพากษ์วิจารณ์การทำงานที่ส่งผลให้เกิดความหายนะนั้น จะมีคนพวกหนึ่งที่ออกมาตอบโต้กลับผู้วิพากษ์วิจารณ์นั้น “เอาแค่ด่า เอาแต่ตำหนิ ใช้อารมณ์ความรู้สึก ไม่ใช้เหตุผล”

และสรุปว่า พฤติกรรมวิพากษ์วิจารณ์เช่นนี้ “ใช้ไม่ได้ ไม่มีประโยชน์อะไรเลย นอกจากความสะใจ เป็นแค่ความเห็นของพวกที่ไม่ศึกษาข้อมูล”

หรืออะไรทำนองนั้น ที่จะยืนยันว่าคนที่ใช้คำมากด้วยความรู้สึกนั้น เป็นพวก “มือไม่พายเอาเท้าราน้ำ ทำให้คนทำงานเสียกำลังใจ เอาพื้นฐานของความเกลียดชังมาเหมารวม”

ฟังดูมีเหตุผล เหมือนคนที่ออกมาแสดงท่าทีเช่นนั้น เป็นคนที่รู้คิด รู้อ่าน รู้จักศึกษาข้อมูล เป็นคนมีเหตุมีผล ทำในสิ่งที่เป็นประโยชน์มากกว่า

จริงๆ แล้วเป็นอย่างนั้นหรือไม่

คนที่แสดงอารมณ์ความรู้สึก เป็นพวกไม่มีเหตุผลจริงหรือ? และใช่หรือ? ว่าคนที่ออกมาตำหนิคนที่ใช้อารมณ์ หรือใช้คำแรงในการแสดงความความเห็นนั้น เป็นคนดี มีสติสูงส่ง มีจิตใจดีงามมากกว่า

ถ้าพิจารณาให้ลึกลงไป บางทีอาจจะไม่เป็นเช่นนั้น

จริงอยู่ บางคนที่โผล่มาแสดงออกเมื่อไร ก็เห็นทุกครั้งถึงความเอนเอียงเข้าข้างฝ่ายหนึ่งทุกที จนแทบจะคาดเดาได้เลย เมื่อมีเรื่องราวอย่างหนึ่งอย่างใดเกิดขึ้น เขาจะแสดงความคิดเห็นอย่างไร ไปทางไหน

แต่ทั้งที่เป็นเช่นนั้น หากจะสรุปได้ว่าเป็นการ “ใช้อารมณ์อย่างอคติ” เท่านั้นคงไม่ได้

ยิ่งคนที่ไม่ได้ออกมาแสดงความคิดความเห็นอะไรบ่อยๆ หรือง่ายๆ การจะไปสรุปว่าเป็นพวกอารมณ์ปราศจากเหตุผลย่อมไม่ถูกต้องนัก

ทั้งนี้ เพราะในเนื้อแท้ของอารมณ์ความรู้สึกนั้น เกิดจาก “ผลึกความคิด”

“เวทนาสโมสรณา” แปลว่า “ความรู้สึก” เป็น “สโมสร” หมายถึงเป็นที่รวมของทุกสิ่งอย่าง

ผู้ที่แสดงความคิดสั้นๆ ด้วยคำแรงๆ เต็มไปด้วยอารมณ์ความรู้สึกที่สะท้อนออกมา โดยไม่แสดงข้อมูล หรือร่ายยาวอย่างเป็นเหตุเป็นผล อาจจะเป็นผู้ที่ผ่านการศึกษาข้อมูล ตรึกตรองอย่างรอบคอบเข้มข้น ที่จะหาข้อเสนอที่ดีงามมาเป็นทางออกอย่างถ้วนถี่แล้ว แต่ที่สุดแล้วตกผลึกทางความคิดว่า “การแสดงท่าทีแบบโลกสวย ให้คำแนะนำที่ดี ให้ความหวังที่งดงามนั้น” ใช้ไม่ได้เลยกับเรื่องที่เขาเลือกจะพูด

ข้อมูล เหตุผล และข้อเสนอที่ดีมีอยู่เต็มไปหมดแล้ว ที่ขาดคือสำนึกที่จะรับฟัง แล้วเอา “โลกสวย” เหล่านั้นมาแปรเป็นการปฏิบัติเพื่อแก้ปัญหา

เป็นผลึกความคิดที่ได้ข้อสรุปอย่างมั่นใจว่า การเสนอข้อมูล เหตุผล และทางออกอย่างสุภาพ ด้วยความหวังดีนั้น เป็นการกระทำที่ “ไร้สาระ”

เพราะไม่เคยได้ผลในทางปฏิบัติ ในชีวิตประจำวัน มีข้อมูล ความเห็น และข้อเสนอแนะที่คนปรารถนาเรียกร้องอยากได้อยู่มากมายแล้ว แต่คนเหล่านี้ไม่เคยสนใจที่จะนำไปใช้เอง

และตกผลึกต่อไปว่า การจะทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงที่น่าจะได้ผลกว่าคือ “ด่าด้วยคำแรง เพื่อให้เกิดสะดุ้งสะเทือนขึ้นมาบ้าง”

ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดว่า “โลกสวยไม่ทำให้เกิดอะไรดีขึ้นมา” คือการเรียกร้องให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา พิจารณาตัวเอง

ถึงวันนี้ใครบ้างที่ไม่รู้ เพราะข้อมูลไม่พอ หาความคิดที่ชี้ให้เห็นว่าจำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงผู้บริหารประเทศ หรือมีข้อเสนอแนะอะไรที่ดีๆ แล้วไม่มีการรับฟังบ้าง

เป็นข้อมูล ความคิด และข้อเสนอที่ล้นเกิน ท่วมท้น หาได้ง่ายดาย

หากพวกโลกสวยรู้จักหา ไม่ใช่เอาแต่เรียกร้อง

มากจนเกิดผลึกความคิดว่า “สรรหาคำด่าที่แรงขึ้นเรื่อยๆ มากระตุ้นความรู้สึกตัว”

บางทีน่าจะได้ผลดีกว่า

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้รอง ผบช.น.เผยต้องใช้เวลาพิสูจน์ดารา ‘คอลเอาต์’ ยันวิจารณ์โดยสุจริตเป็นสิทธิฯแต่ยังอยู่ในขอบเขต ไม่ละเมิดผู้อื่น
บทความถัดไปหมอชี้โควิดไทยเห็นหลักหมื่นอีก 6 สัปดาห์ ยันยังไม่ถึงขั้น ‘อู่ฮั่นโมเดล’