‘ไผ่ดาวดิน’ ลั่น ใครนิ่งเฉย ทนเห็นคนล้มตาย คือ ‘อสูรร้ายในกายคน’ ยัน มีแค่ ปชช.ที่ต้องยืนข้างกัน

‘ไผ่ดาวดิน’ ลั่น ใครนิ่งเฉย ทนเห็นคนล้มตาย คือ ‘อสูรร้ายในกายคน’ ยัน มีแค่ ปชช.ที่ต้องยืนข้างกัน

เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม ที่แยกราชประสงค์ เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ กลุ่ม “ทะลุฟ้า” นำโดย นายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา หรือไผ่ ดาวดิน จัดกิจกรรม “หล่อเทียน ทำบุญประเทศ ขับไล่เสนียดจัญไร ออกไปไอ้สั*” ต่อเนื่องเป็นวันที่ 5 โดยเริ่มต้นวันที่ 20 กรกฎาคม บริเวณเกาะพญาไท อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ, ลานหน้าหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร, สวนลุมพินี และ ห้าแยกลาดพร้าว ตามลำดับ

เวลา 16.00 น. ที่บริเวณลานหน้าห้างสรรพสินค้า เซ็นทรัลเวิลด์ บรรยากาศทั่วไป มีการผลัดกันปราศรัยในประเด็นต่างๆ ขณะที่บริเวณลานกิจกรรม ประชาชนทยอยร่วมหล่อเทียนพรรษา ซึ่งประดับหมุดคณะราษฎรจำลอง โยงสายสิญจน์ ปักธูปบวงสรวง โดยผู้เข้าร่วมงานทุกคน จะได้รับแจกสติ๊กเกอร์ลายต้านระบอบประยุทธ์ ไปจนถึงลาย ทวงวัคซีนไฟเซอร์

เวลา 17.42 น. น.ส.ปนัดดา สิริมาสกุล หรือ ‘ต๋ง ทะลุฟ้า’ กล่าวปราศรัยตอนหนึ่งว่า เรามายืนยันจะไล่ประยุทธ์ แต่มีคนอีกพวกที่ไม่ให้เราวิจารณ์ เราจะพูด แล้วจะทำไม ฝากไปบอกนายกฯพวกท่านด้วยว่า ประชาชนใส่ร้ายรัฐบาล เพราะถ้าดี เราจะมายืนด่าตรงนี้หรือไม่

“คนมาไล่เป็นปี ไม่ยอมออก หน้าด้านอยู่ได้ ไม่เคยมีนายกฯคนไหน ที่เด็กออกมาไล่เยอะขนาดนี้ ไม่ต้องมาบอกให้พูดดี ดูสิ่งที่พวกคุณทำ แย่ยิ่งกว่าคำหยาบ รับความจริงบ้าง ไม่ใช่อยู่แค่ในสังคมทหาร ข่าวปลอมที่สร้างขึ้น สำเหนียกด้วยว่า มาจากเงินภาษีประชาชนทุกคน ไม่ต้องมาถามหาความสุภาพแล้ว เราพูดกันดีๆแล้วไม่ได้ ก็จะด่านี่แหละ เราจึงออกมายืนยันว่า รัฐบาลชุดนี้ล้มเหลว” น.ส.ปนัดดากล่าว และว่า

“จดหมาย ที่กองทัพส่งขอวัคซีนโมเดอร์นา ถ้าซิโนแวคดี ก็ฉีดเอง ไม่เหนื่อยที่จะ here บ้างหรือ ทุกคนที่ออกมาเขาแสดงจุดยืนว่า ไม่พอใจ ถ้าเราจะออกมาทุกวัน แล้วจะทำไม”

จากนั้น เวลา 17.54 น. นายจตุภัทร์กล่าวว่า ใครนิ่งเฉย ทนเห็นผู้คนล้มตาย คือ อสูรร้ายในกายคน
7 ปีที่เราเห็น ที่เราทนสู้ บางคนต้องใช้เวลา รออีกนานถึงจะเห็นปัญหาในสังคมไทย บางคนต้องมีบทเรียน จนเข้าถึงความตาย บางคนถึงเข้าใจว่า การเมืองคือความเป็นความตายของคน

“ถ้าประยุทธ์ และรัฐบาลคณะนี้ ฟังเสียงของประชาชน เอาวัคซีนคุณภาพมาให้แต่แรก จะมีคนตายขนาดนี้หรือไม่ ทุกคนออกมาพูด แต่ไม่ทำ เพราะต้องการหาช่องทุจริตใช่หรือไม่ ถึงไม่เข้าร่วมโครงการโคแวกซ์ ที่จะช่วยให้ชีวิตประชาชน” นายจตุภัทร์กล่าว

จากนั้น ประชาชนร่วมปรบมือให้แก่ ประชาชน นักแสดง นักดนตรี และผู้ที่เคยเป่านกหวีดแล้วกลับใจมาร่วมสู้เพื่อประชาธิปไตย

นายจตุภัทร์กล่าวต่อว่า คนทุกคน ‘มีหัวใจ’ ถึงออกมาพูด แต่ก่อนหน้านี้ไม่มีใครเห็นเป็นเรื่องการเมือง แต่ทุกวันนี้ มันคือเรื่องความตาย

“ทุกคนเห็นไหม ทุกคนเห็นหรือยังและที่จะเห็นต่อจากนี้ คือการต่อสู้ของประชาชนทุกรูปแบบ คาร์ม็อบ บนถนน เราจะสู้ทุกรูปแบบ เพราะมีคนตายทุกวัน ปัญหาไม่ได้อยู่ที่เรา อยู่ที่รัฐบาลนี้ล้มเหลว ต้องรอให้สูญเสียอีกกี่ชีวิต คุณถึงจะออกมา ต้องให้สูญเสียอีกกี่ชีวิต พวกคุณจึงจะลาออก”

นายจตุภัทร์กล่าวต่อว่า ทะลุฟ้า เรามาจากอีสาน สู้ด้วยความหวัง ความฝันที่แบกมาจากอีกสาน ที่คนจะเท่าเทียม เราเจ็บช้ำมาหลายหน แล้ววันนี้เราก็ยังอยู่กรุงเทพฯ เมื่อประยุทธ์ไม่ออก เราก็ต้องออกมาไล่ แค่นั้น เรายังไล่ไม่ได้ แต่ใช่ว่าไม่มีทาง ถ้าเราทุกคนกล้าออกมาพูด กล้าเปลี่ยนแปลง

“เมื่อความตายคืบมาหาเราทุกวัน ต่อจากนี้ไป ผู้คนจะไปแสดงจุดยืน ไม่เอาวัคซีนที่ไม่มีคุณภาพ ใครสนับสนุนรัฐบาลนี้ ต่อจากนี้จะเจอประชาชน เมื่อรัฐห่วยแตก จึงเป็นหน้าที่พลเมืองอย่างเรา 3 เสาหลักไม่มีใครกล้ายืนข้างคนที่บาดเจ็บล้มตายเลย ก็มีแค่เราแค่นี้จริงๆ มีแค่ประชาชนที่จะออกมาขับไล่รัฐบาล

ฝากเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า อย่าอ้างว่าพวกเดียวกัน พวกเดียวกันต้องออกมายืนข้างประชาชน ต่อจากนี้ไป เราจะเข้าไปยุ่งกับการเมือง จะสู้ทุกสนาม คืนความสุขที่ไหน คุณนั่นแหละที่ขโมยความสุขของสังคม ยิ่งกว่าสัตว์ร้าย ณ วันนี้มีแค่ประชาชนช่วยกันเอง แล้วจะมีรัฐบาลไปทำไม ถึงเวลาแล้วที่เราจะต้องสู้อย่างอดทน และมีความหวัง ในเมื่อรัฐบาลยังเชิดหน้า ขณะประชาชนล้มตาย เราก็จะยังสู้ แพ้กี่รอบก็จะกลับมาใหม่

เราตั้งใจมาอยู่กรุงเทพฯ 1 เดือน ตั้งเป้าหมายในใจว่า ประยุทธ์ไม่ออกจะไม่กลับอีสาน สุดทางจะถอน มีอย่างเดียว เดินหน้าสู้ เราต้องมีความหวังกับทุกการต่อสู้ เหนื่อย แพ้ ก็ไปพัก แล้วกลับมาสู้ใหม่ รอฟังว่าเราจะมียุทธวิธีการสู้อย่างไรบ้าง แล้วร่วมสู้ไปกับเรา” นายจตุภัทร์กล่าว

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้‘ณัฐวุฒิ’ หวั่น ไฟเซอร์-โมเดอร์นา วืดนัดซ้ำ วัคซีนด่านหน้าหล่นหาย ไปอยู่บนแขนวีไอพี
บทความถัดไปโลกฉีดวัคซีนกว่า 3,780 ล้านโดส จีนแชมป์ฉีดวัคซีนสูงสุด ไทยรั้งอันดับ 27