แฉอีก! ‘ยุทธพงศ์’ โชว์สัญญาจัดซื้อเรือดำนํ้า ต้นเหตุทำ ทร.ไม่กล้านำสัญญาแจง กมธ.งบฯ อ้างเป็นความลับ

แฉอีก! ‘ยุทธพงศ์’ โชว์สัญญาจัดซื้อเรือดำนํ้า ต้นเหตุทำ ทร.ไม่กล้านำสัญญาแจง กมธ.งบฯ อ้างเป็นความลับ ขู่ไม่เอามาต้องตัดทิ้งให้หมด แถมจัดซื้อโดรนไร้คนขับ 4.1 พันล้านบาท แพงขนาดนี้ปราบโควิดได้หรือไม่ จี้เห็นแก่ประเทศ หยุดซื้อ รักษาชีวิตคนก่อน

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 25 กรกฎาคม ที่พรรคเพื่อไทย นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ส.ส.มหาสารคามและรองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย (พท.) แถลงว่า วันนี้พบผู้ติดเชื้อโควิด ผู้เสียชีวิต เพิ่มเป็นนิวไฮยอดทะลุสูงสุด แต่รัฐบาลภายใต้การนำของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ยังให้กองทัพซื้ออาวุธไม่หยุดหย่อน ทั้งนี้ การประชุม กมธ.วิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2565 เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคมที่ผ่านมา ทางคณะอนุกรรมาธิการ (กมธ.) ครุภัณฑ์และไอซีที ที่ดูแลงบด้านการจัดซื้ออาวุธของกระทรวงกลาโหม พบว่า กองทัพบกขอยอดในการจัดซื้ออาวุธ 15,337 ล้านบาท ถูกอนุ กมธ.ครุภัณฑ์ฯ ปรับลด 1,100 ล้านบาท กองทัพอากาศขอยอด 11,540 ล้านบาท ถูกปรับลด 510 ล้านบาท ส่วนกองทัพเรือเสนอมา 7,490 ล้านบาท แต่ถูกอนุ กมธ.ครุภัณฑ์ฯ แขวนไว้ เนื่องจากมีความสงสัยเรื่องความไม่โปร่งใสของสัญญาจีทูจีระหว่างรัฐบาลไทยกับรัฐบาลจีนว่าจีทูจีมันเก๊หรือมันจริง ซึ่งตนขอใช้คำว่าจีทูจีเก๊ จะฟ้องก็ฟ้องมาเลยเพราะน่าสงสัย

นายยุทธพงศ์กล่าวต่อว่า ทาง ทร.ทำหนังสือถึงจีนขอซื้อเรือ 2 ลำ คือเรือยกพลขึ้นบกบรรทุกเฮลิคอปเตอร์ เรือแอลพีดี มูลค่า 6,200 ล้านบาท และเรือดำน้ำลำที่ 1 มูลค่า 1.3 หมื่นล้านบาท ซึ่งอ้างว่าเป็นการจัดซื้อแบบรัฐต่อรัฐนั้น ในการจัดซื้อเรือแอลพีดี ปรากฏว่าเป็นเรือที่ไม่มีระบบอาวุธปืน เป็นเรือเปล่าๆ เมื่อกรรมาธิการงบประมาณชุดใหญ่ร้องขอให้ พล.ร.อ.ชาติชาย ศรีวรขาน ผบ.ทร. ส่งสัญญาการจัดซื้อทั้งเรือแอลพีดีและเรือดำน้ำลำที่ 1 มาให้กรรมาธิการดู ที่เราต้องขอเพราะมีค่างวดของเรือดำน้ำที่ต้องจ่ายในปีงบประมาณ’65 จำนวน 1,145 ล้านบาท ขณะที่ค่างวดเรือแอลพีดี จำนวน 1,674 ล้านบาท

นายยุทธพงศ์กล่าวต่อว่า แต่ทาง ทร.ไม่ยอมเอาสัญญาจัดซื้อมาให้กรรมาธิการดูแล้วกรรมาธิการจัดอนุมัติงบให้ได้อย่างไร แล้วกรรมาธิการจะรู้ได้อย่างไรว่าคุณจะเอาเงินไปจ่ายให้เขาเท่าไร ทางกรรมาธิการจึงมีมติแขวนงบของกองทัพเรือ แล้วให้มาชี้แจงในวันที่ 27 กรกฎาคม หากอ้างว่าสัญญาจัดซื้อเรือดังกล่าวเป็นความลับ กรรมาธิการจะตัดงบทิ้งให้หมด เพราะไม่รู้จะอนุมัติงบประมาณให้ได้อย่างไร นี่จึงเป็นข้อสงสัยว่าเป็นจีทูจีจริงหรือเก๊ ทั้งนี้ รัฐบาลจีนมอบให้บริษัท China Shipbuilding and Offshore International Company (CSOC) เป็นตัวแทนมาลงนาม ขณะที่รัฐบาลไทยมี พล.ร.อ.ลือชัย รุดดิษฐ์ อดีต ผบ.ทร. เป็นตัวแทนลงนาม เวลาจ่ายเงินกองทัพเรือโอนเงินผ่านบัญชีของ บ.CSOC ทั้งนี้ มีการวิพากษ์วิจารณ์กันว่าที่ ทร.ไม่ยอมเอาสัญญาจัดซื้อมาให้กรรมาธิการดูเพราะเป็นจีทูจีเก๊หรือไม่ ซึ่งตนจะมาแฉว่า บ.CSOC ไม่ใช่รัฐบาลจีนและเป็นจีทูจีเก๊ เพราะโครงการจัดซื้อเรือดำน้ำมูลค่าทั้งหมดประมาณ 44,222 ล้านบาท มีทั้งหมด 9 โครงการ เป็นงบผูกพัน ซึ่งนอกจากจะจัดซื้อเรือดำน้ำลำที่ 1 จัดซื้อเรือแอลพีดี โครงการจัดหาเรือดำน้ำใหม่อีก 2 ลำ ซึ่งยังไม่ได้ลงนามในสัญญาแล้ว

นายยุทธพงศ์กล่าวต่ออีกว่า โครงการเรือดำน้ำมันไม่ใช่แค่ 20,000 กว่าล้านบาท แต่โครงการทั้งหมดคือ 44,222 ล้านบาท ส่วนที่จะแฉคือโครงการก่อสร้างค่าจอดเรือและอาคารสนับสนุนบริเวณท่าเรือแหลมเทียน ฐานทัพเรือสัตหีบ ระยะที่ 1 จำนวน 900 ล้านบาท ซึ่งอยากให้จับตาเพราะรัฐบาลจีนมอบหมายให้บริษัท CSOC มาเซ็นสัญญากับกองทัพเรือไทย ที่ตนฟ้องว่าเป็นจีทูจีเก๊เพราะตนได้ประกาศของกองทัพเรือคือประกาศผู้ชนะการเสนอราคาก่อสร้างท่าจอดเรือ และอาคารสนับสนุนบริเวณท่าเรือแหลมเทียน ท่าเรือสัตหีบ ฐานทัพเรือ ระยะที่ 1 ใช้วิธีเฉพาะเจาะจง โดยบริษัทที่ได้รับการคัดเลือกชื่อ chinaShipbuilding&Offshore internationnal Co.,Ltd โดยเสนอราคา 857,612,400 บาท ประกาศ 23 เมษายน 2564 คนที่ประกาศคือ พล.ร.ต.พิชัย ล้อชูสกุล เจ้ากรมช่างโยธาทหารเรือ บริษัทนี้คือรัฐบาลจีน ตนก็ไปดูเนื้อหา และสงสัยว่าท่าจอดเรือดำน้ำมันต้องใช้เทคนิคพิเศษ จะต้องใช้เครื่องมือพิเศษเป็นเรื่องเฉพาะทางจึงต้องให้บริษัทรัฐบาลจีนมาทำ แต่เห็นเนื้อหาแล้วตกใจ เพราะรายการมันคือขุดลอก บำรุงรักษาและทำเขื่อน และค่าใช้จ่ายพิเศษอีก น่าแปลกใจหรือไม่เพราะขุดลอกกับทำเขื่อนถึงต้องให้รัฐบาลจีนมาทำให้ บริษัทในประเทศก็ทำได้ สงสัยว่าทำไมกองทัพเรือจึงไม่กล้าเอาสัญญามาให้ กมธ.เพราะบริษัทนี้ไม่ใช่รัฐบาลจีนหรือไม่ เหตุใดรัฐบาลจีนจึงมารับจ้างขุดลอก บำรุงร่องน้ำ อย่างไรก็ตาม หากวันอังคารนี้ทางกองทัพเรือไม่นำสัญญามาให้ กมธ. แสดงว่าไม่ตรงไปตรงมามีปัญหาแล้ว

นายยุทธพงศ์กล่าวต่ออีกว่า นอกจากนี้ โครงการของกองทัพเรือที่ถูกแขวนคือการซื้อโดรน ชื่อโครงการจัดหาอากาศยานไร้คนขับประจำฐานบินชายฝั่ง งบประมาณ 4,100 ล้านบาท จำนวน 3 ลำ ตกลำละประมาณ 1,400 ล้านบาท ทั้งนี้ มีคนมาถามตนว่าโดรนราคานี้ปราบโควิดได้หรือไม่ ถึงมีราคาแพงขนาดนี้ เพราะขณะนี้สภาพประเทศไทยพบผู้ติดเชื้อโควิดนอนรอความตายเนื่องจากโรงพยาบาลไม่รับรักษา ขณะเดียวกัน คนอดอยาก หิวโหย ไม่มีอาหารกิน แต่กองทัพเรือมีความจำเป็นอะไรที่ต้องไปซื้อโดรนราคาแพงในช่วงที่คนกำลังอดอยากหิวโหย ทั้งนี้ วันอังคารนี้หากกองทัพเรือไม่สามารถชี้แจงความจำเป็นในการจัดซื้อโดรนราคา 4,100 ล้านบาทได้ พวกเราจะขอปรับลดงบประมาณส่วนนี้ ต้องขอร้องกองทัพเรือเห็นแก่ความเดือดร้อน วิกฤตเศรษฐกิจของประเทศ ถ้าจะอ้างเพื่อรักษาผลประโยชน์ทางทะเลก็ต้องขอบอกว่าขณะนี้ต้องรักษาชีวิตประชาชนก่อน ซึ่งตนจะต่อสู้และคัดค้านการจัดซื้ออาวุธที่ไม่จำเป็นหรือเร่งด่วนเต็มที่

“อยากเรียกร้องให้ทาง ผบ.ทร.และเสนาธิการทหารเรือแถลงชี้แจงความไม่โปร่งใสการจัดซื้อแบบจีทูจีของเรือบรรทุกเฮลิคอปเตอร์ยกพลขึ้นบกและเรือดำน้ำลำที่ 1 ที่มีข้อสงสัย ข้อครหา ว่าเป็นจีทูจีแบบใด และเหตุใดจึงไม่นำสัญญามาให้ทาง กมธ.ดู พวกผมไม่ได้มีอคติอะไรกับทางกองทัพเรือ แต่เราอยากให้กองทัพเรือเข้าใจว่าทาง กมธ.เราทำงานแบบสร้างสรรค์ มีหน้าที่ตรวจสอบงบประมาณแบบตรงไปตรงมา ไม่ได้ตรวจสอบแค่กองทัพเรือ กองทัพบกและกองทัพอากาศก็มีการจัดซื้อแบบจีทูจี มีการนำสัญญามาให้ดู ไม่ได้ปกปิดอะไร กองทัพบกเองก็ถูกปรับลดงบประมาณกว่า 1,100 ล้านบาท ดังนั้น อยากให้ ผบ.ทร.ให้ความร่วมมือกับทาง กมธ.เพื่อความโปร่งใสและประชาชนเองก็จะได้ไม่ต้องเคลือบแคลงสงสัยเช่นกัน ” นายยุทธพงศ์กล่าว

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้‘ไทยสร้างไทย’ เสนอการสยบโควิด-19 ‘ควบคุม-รักษา-ป้องกัน’
บทความถัดไป‘เมอร์เรย์’ กล้ามเนื้ออักเสบ ถอนตัวเทนนิสชายเดี่ยว แต่ยังแข่งชายคู่