นายกฯรับเสียใจ ยันพยายามแก้ปัญหาอยู่ ชี้เพื่อนบ้านหลาย ปท.ตัวเลขมากกว่าเราหลายเท่า

นายกฯรับเสียใจ ยันพยายามแก้ปัญหาอยู่ แนะมองตัวเลขเพื่อนบ้าน หลายประเทศตัวเลขมากกว่าไทยหลายเท่า

เมื่อเวลา 21.50 น. วันที่ 29 กรกฎาคม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ตอบคำถามสื่อมวลชนที่ส่งผ่านคณะทำงาน โดยเป็นการบันทึกเทปไว้ในช่วงเวลา 17.00 น.

โดย พล.อ.ประยุทธ์กล่าวถึงสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อโควิด ตั้งแต่มีการล็อกดาวน์ 12 กรกฎาคม และจะครบในวันที่ 2 สิงหาคม ที่พบว่าตัวเลขผู้ป่วยยังไม่ลดลง ว่าจะมีเพิ่มการล็อกดาวน์หรือยกระดับมาตรการที่สูงขึ้นหรือไม่ ว่า ทั้งหมดต้องปรึกษาทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งในส่วนของแพทย์ สาธารณสุข หน่วยงานที่เกี่ยวข้องหลายหน่วยงาน มีการประชุมร่วมกันของศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด (ศบค.) ชุดเล็กอยู่ทุกวัน

ขณะที่กระทรวงสาธารณสุขก็ประชุมทุกวัน ส่วนจะล็อกดาวน์เข้มข้นหรือไม่นั้น ขณะนี้คณะแพทย์ และทีมสาธารณสุขยังคงเห็นชอบในมาตรการเดิมอยู่ การที่ตัวเลขไม่ลดลง มีเหตุผลหลายประการ หากเราปฏิบัติการตามมาตรการที่ประกาศไปแล้วทุกคน ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง อาจมีข้อบกพร่องอยู่บ้าง แต่สิ่งสำคัญคือความร่วมมือในการปฏิบัติ หากยังมีการทำในสิ่งที่ห้าม ก็จะแก้ปัญหาไม่ได้

หากเราพิจารณาการแพร่ระบาดของเรา อาจมองดูแล้วน่าตกใจ การเสียชีวิตในแต่ละวัน แต่อยากให้สนใจตัวเลขต่างๆ ของเพื่อนบ้าน ของต่างประเทศบ้าง ทั่วโลกได้รับผลกระทบด้วยกันทั้งสิ้น มากบ้าง น้อยบ้าง อันดับต้นๆ มีหลายประเทศ มากกว่าเราหลายเท่า ของเรา เราตั้งใจว่าไม่อยากให้มีการเสียชีวิต หากทำตามมาตรการที่กำหนดออกไปครบทุกอย่าง อย่างน้อย ก็ป้องกันตัวเองได้ก่อน ป้องกันครอบครัวได้ก่อน ตัวเองไม่ไปติดเชื้อจากข้างนอก ไม่เอาเชื้อไปแพร่ให้คนในครอบครัว

“จากความเห็นทางสาธารณสุขและทางการแพทย์ มาตรการเดิมที่เราออกไปยังใช้ได้อยู่ในช่วงนี้ และต้องพิจารณาต่อไปตามห้วงระยะเวลา เราอาจเห็นตัวเลขมันแดง แต่ตัวเลขผู้ที่รักษาหายก็สูงขึ้น ส่วนนอกระบบเท่าที่ทราบก็มีการดูแลกันเองในชุมชนในพื้นที่เขาเอง ก็มีผู้หายป่วยไปอีกเยอะ ดังนั้นขอให้ความสำคัญกับเรื่องของมาตรการขั้นต้นของตัวเอง มาตรการที่รัฐกำหนด” พล.อ.ประยุทธ์กล่าว

นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า วันนี้ได้มีการปรับแนวทางการรักษาได้นำ Antigen Test Kit (ATK) เข้ามาช่วยตรวจหาเชื้อ ซึ่งทางแพทย์บอกว่า ตรวจครั้งเดียวอาจจะไม่ได้ผล 100% อาจจะต้องรอ 7 วัน ตรวจอีกครั้งหนึ่ง จากนั้นเข้าสู่การตรวจ RT-PCR และเข้าสู่ระบบการรักษาต่อไป

นายกรัฐมนตรีกล่าวด้วยว่า คณะแพทย์ หมอ สาธารณสุข เป็นกลุ่มที่ตนเห็นใจมาก บางคนทำงานมา 60 วันไม่ได้พักเลย วันนี้เห็นใจ จึงให้ไปดูแลว่าค่าใช้จ่ายต่างๆ จะดูแลตามระเบียบราชการได้อย่างไรจะได้เป็นกำลังใจให้กับเขา ทั้งอาสาสมัคร แพทย์ พยาบาล เจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ ทุกคนลงพื้นที่หมด”

เมื่อถามว่า นายกรัฐมนตรีอยากจะพูดหรือสื่อสารอะไรกับประชาชน พล.อ.ประยุทธ์ ตอบว่า “ผมเพียงแต่พูดว่า ผมเห็นใจ ผมเสียใจ และผมก็พยายามแก้ปัญหาอุปสรรคที่มีมากมาย นายกรัฐมนตรีก็ยินดีที่จะทำหน้าที่ให้ดีที่สุด และต้องมีความร่วมมือระหว่างกันด้วยข้อมูลข้อเท็จจริงที่ตรงกันถึงจะแก้ปัญหาได้ นายกรัฐมนตรีทำงานไม่เคยทิ้งสักงาน คงไม่ใช่โควิดอย่างเดียว โควิดเป็นเรื่องหลักที่ประชาชนเดือดร้อน แต่มีเรื่องอย่างอื่นตามมาด้วย ทั้งคุณภาพชีวิต ต่างประเทศ เศรษฐกิจ สังคม การลงทุน การค้า การเพิ่มรายได้ประเทศ ก็ต้องทำทุกเรื่อง นายกรัฐมนตรีไม่เคยท้อ เพียงแต่เสียใจกับคนที่สูญเสีย และให้กำลังใจกับคนที่ทำงาน อย่าท้อแท้ เพราะเป็นสิ่งที่เราต้องทำด้วยกัน เพราะเราเป็นคนไทยด้วยกัน”

พลอ.ประยุทธ์กล่าวอีกว่า เรื่องที่เป็นกังวลอีกเรื่อง คือผู้ป่วยโควิดรักษาตัวอยู่ที่บ้าน ก็เข้าใจเป็นสถานการณ์ต่อเนื่อง ส่วนใหญ่เป็นบ้านเดี่ยว ไม่ได้เข้าออก เพื่อนบ้านไม่ทราบ นอกจากนั้นยังได้แก้ปัญหาเรื่องสายโทรศัพท์ ที่ได้ปลดล็อกเรื่องเปิดช่องทางให้มากขึ้น ให้บริการฟรี โดยให้ กสทช.ช่วยดูแลตรงนี้ อย่างไรก็ตาม ก็ขออภัยเรื่องนี้ด้วย และได้พยายามแก้ปัญหาแล้ว ทั้งนี้ ประชาชนสามารถขอความช่วยเหลือจากหน่วยงราชการได้ทุกที่ ขณะที่ทหารได้ปรับหลายพื้นที่เป็นโรงพยาบาลสนามด้วยหลายสิบแห่ง ซึ่งให้ทุกค่ายทหาร ทหารทุกหน่วย ดูแลประชาชน เราต้องเป็นที่พึ่งของประชาชนได้ทุกโอกาส เราเอาตัวรอดไม่ได้หรอก คือสิ่งที่ตนย้ำเสมอ และอาจจะมีคนไม่ดีบ้าง ก็ขอให้แจ้งมาที่สำนักนายกรัฐมนตรี ก็จะรับเรื่องร้องเรียนทั้งหมด

 

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้อิสราเอลลุยฉีดวัคซีนกระตุ้นเข็ม 3 ให้คนอายุ 60 ขึ้นไป
บทความถัดไป‘ชลบุรี’ ติดโควิดพุ่ง 914 คน ดับเพิ่มอีก 6 ราย เตือน 40 คลัสเตอร์ระบาดอื้อ