“ธนะศักดิ์” อวดผลงานด้านท่องเที่ยว-กีฬา-วัฒนธรรม แจง ยอดท่องเที่ยวสูง คิดเป็น 16% ของจีดีพี
เมื่อเวลา 10.17 น. วันที่ 15 กันยายน ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร รองนายกฯ แถลงผลงาน 2 ปี ด้านวัฒนธรรม ท่องเที่ยว กีฬา ว่า ผลงานด้านวัฒนธรรม ท่องเที่ยว กีฬา และกิจการอื่นๆ นับว่าประสบความสำเร็จความร่วมมือของประชารัฐ ส่งผลให้ประเทศไทยได้รับการชื่นชมจากนานาชาติ โดยมีผลงานสำคัญเป็นที่ประจักษ์ ดังนี้ ด้านวัฒนธรรม โดยจัดงานวัฒนธรรมเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ และพระบรมวงศานุวงศ์ อาทิ การตามหาบุคคลในภาพตามพระราชกรณียกิจ งานใต้ร่มพระบารมี 234 ปีกรุงรัตนโกสินทร์ การแสดงโขนพระราชทานเฉลิมพระเกียรติ มหกรรมวัฒนธรรม วิถีถิ่น วิถีไทย 4 ภูมิภาค ผลิตสารคดีและหนังสือเฉลิมพระเกียรติฯ เผยแพร่ทางสื่อมวลชนและสถานศึกษาทั่วประเทศในปี 59 การอุปถัมภ์และคุ้มครองศาสนา นำหลักธรรมเป็นแนวทางการดำเนินชีวิต เพื่อสร้างคนดีและสังคมคุณธรรม โดยจัดงานสวดมนต์ข้ามปี ซึ่งในปี 59 มีจำนวน 18 ล้านคน มากกว่าปี 58 ที่มีจำนวน 15 ล้านคน และจะขยายไปทั่วโลก การจัดงานวันสำคัญทางพุทธศาสนา ซึ่งทุกกระทรวงร่วมกันเป็นเจ้าภาพ และส่งเสริมชาวพุทธแสวงบุญ ณ แดนพุทธภูมิ ได้อำนวยความสะดวกพี่น้องมุสลิมประกอบพิธีฮัจย์และจัดกิจกรรมศาสนิกสัมพันธ์ รวมพลังศาสนาทุกศาสนา ตามศาสนสถานทั่วประเทศ รวมทั้งส่งเสริมชุมชนและองค์กรคุณธรรมกว่า 456 แห่ง รวมถึงการจัดงานสมัชชาคุณธรรมแห่งชาติครั้งที่ 8 ซึ่งมี 78 องค์กรจากทั่วประเทศมาร่วมงานประมาณ 3,000 คน
พล.อ.ธนะศักดิ์ กล่าวว่า ด้านการส่งเสริมและเผยแพร่ศิลปะและวัฒนธรรมในประเทศ นำความเป็นไทย สู่ใจประชาชน ได้ส่งเสริมประเพณีลอยกระทง สงกรานต์ และผลักดันให้เป็นเทศกาลระดับโลก ส่งเสริมศิลปินทุกสาขา ด้วยการยกย่องและสนับสนุน และจัดพื้นที่การแสดงเพื่อเพิ่มพูนรายได้ให้ศิลปิน ด้านการเผยแพร่แลกเปลี่ยนวัฒนธรรมกับต่างประเทศ ใช้พลังทางวัฒนธรรมสร้างความเข้าใจในความเป็นไทยสู่สากลให้มากยิ่งขึ้น โดยจัดตั้งศูนย์วัฒนธรรมอาเซียน และจัดงานมหกรรมวัฒนธรรมอาเซียนเพื่อเผยแพร่วัฒนธรรมไทยในต่างประเทศ ในปี 58 จำนวน 64 ครั้ง ใน 36 ประเทศ และปี 59 จำนวน 115 ครั้ง ใน 47 ประเทศ รวม 6 ทวีปทั่วโลก และทำข้อตกลงด้านวัฒนธรรมกับต่างประเทศแล้วจำนวน 59 ประเทศ เพิ่มขึ้น 7 ประเทศ การพัฒนาแหล่งเรียนรู้และแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมเช่น พัฒนาพิพิธภัณฑ์และอุทยานประวัติศาสตร์ 21 แห่ง นำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาใช้ในการจัดแสดงและนำชม ทำให้มีนักเรียน นักศึกษา ประชาชนชาวไทยและชาวต่างชาติเข้าชมเพิ่มขึ้นทุกปี และปี 59 คาดว่าจะเพิ่มขึ้นเป็น 9.5 ล้านคน และมีเป้าหมายเพิ่มขึ้นไม่น้อยกว่าร้อยละ 10 ทุกปี การส่งเสริมการแข่งขันทางศิลปวัฒนธรรมระดับนานาชาติ มีเยาวชนได้รับรางวัล 35 เหรียญทอง 44 เหรียญเงิน 47 เหรียญทองแดง และ 5 โล่รางวัล มีศิลปินนักออกแบบได้รางวัลออกแบบชุดไทยร่วมสมัย 2 รางวัล นอกจากนี้ ยังประกาศใช้กฎหมายใหม่ 2 ฉบับ และปรับปรุงกฎหมายเดิม 4 ฉบับ ประกาศให้ผู้บริจาคเงินสนับสนุนงานวัฒนธรรมสามารถลดหย่อนภาษีได้สองเท่า จัดทำยุทธศาสตร์พัฒนางานส่งเสริมคุณธรรมแห่งชาติ และยุทธศาสตร์ส่งเสริมภาพยนตร์และวีดิทัศน์ที่สร้างรายได้กว่า 60,000 ล้านบาท
พล.อ.ธนะศักดิ์ กล่าวว่า ด้านการท่องเที่ยว การขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การท่องเที่ยวไทย 2558-2560 เน้นส่งเสริมตลาดท่องเที่ยววิถีไทย โดยในปี 2558 มีนักท่องเที่ยวต่างชาติ 29.8 ล้านคน อยู่อันดับที่ 11 ของโลก สร้างรายได้ 1.44 ล้านล้านบาท หากรวมนักท่องเที่ยวชาวไทยด้วยจะมีรายได้รวมทั้งสิ้น 2.23 ล้านล้านบาท ส่วนในปี 2559 คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวจำนวน 33 ล้านคน เพิ่มขึ้น 10.28% จากปี 2558 และเพิ่มขึ้น 33.01% จากปี 57 สร้างรายได้ 2.4 ล้านล้านบาท และหลังจากเริ่มโครงการ 12 เมือง ต้องห้าม..พลาด ทำให้รายได้จากการท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น จึงเน้นย้ำนโยบายไทยเที่ยวไทยด้วยการขยายเป็น 12 เมืองต้องห้าม .. พลาดพลัส และกำหนดให้จังหวัดขอนแก่นเป็นเมืองท่องเที่ยวหลักแห่งใหม่ และได้จัดทำ Digital Tourism และ Tourism Intelligent Center รองรับการเติบโตของนักท่องเที่ยวให้พร้อมใช้ ก.ย. นี้
รวมทั้งส่งเสริมสินค้าท่องเที่ยวใหม่ ได้แก่ ASEAN Connect เน้น CLMV เชื่อมโยงเส้นทางท่องเที่ยว ไทย-เมียนมา ไทย-กัมพูชา และไทย-ลาว ในปีนี้กำลังจะทำเส้นทางเชื่อมโยง ไทย-เวียดนาม ส่งเสริม Sports Tourism Super Yacht และ Lady′s Journey ด้านนโยบาย ได้ทำแผนพัฒนาการท่องเที่ยวแห่งชาติ ฉบับที่ 2 เพิ่มจาก 5 เป็น 8 cluster และกำลังจะทำ cluster ต่อไป รวมทั้งได้จัดทำแผนพัฒนาการท่องเที่ยวแห่งชาติ ฉบับที่ 2 นอกจากนี้ ประเทศไทยยังได้รับเกียรติเป็นเจ้าภาพจัดงานวันท่องเที่ยวโลกในกันยายน ๒๕๕๙ ซึ่งมีผู้บริหารจากองค์การการท่องเที่ยวโลกแห่ง สหประชาชาติ UNWTO และผู้แทนจากประเทศต่างๆ เข้าร่วมงานกว่า ๒๕๐ คน ซึ่งขยายผลความมั่นใจในประเทศไทย จัดงานมหกรรมเรือสำราญ “ไทยแลนด์ ยอชท์โชว์ 2016” จัดกิจกรรม Air Race One ในปลายปี ๒๕๕๙ กำหนดมาตรการดูแลความปลอดภัยนักท่องเที่ยว จัดการอบรมมัคคุเทศก์เป็นระยะ และกวดขันจับกุมบริษัทนำเที่ยวที่กระทำผิดกฎหมายรวมถึงบริษัทนอมินี
นอกจากนี้ ประเทศไทยยังได้รับรางวัลด้านการท่องเที่ยวอีกมากมาย อาทิ CNN โหวตให้ประเทศไทย ติดอันดับ 1 อาหารอร่อยที่สุดในโลก กทม.อันดับ 2 เมืองที่น่าท่องเที่ยวมากที่สุดในโลก และ กทม. ติดอันดับ 1 ใน 10 เมืองที่นักท่องเที่ยวใช้จ่ายเงินมากสุด เชียงใหม่เป็นเมืองที่น่าท่องเที่ยวอันดับ 2 จากนิตยสาร Travel & Leisure หาดอ่าวนาง จังหวัดกระบี่ ติดอันดับ 4 ของโลก และอันดับ 3 ของเอเชีย จาก Trip advisor และจังหวัดภูเก็ต ติดอันดับ 8 ของโลก เป็นเกาะสวย แดนสวรรค์ ทั้งนี้องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน ได้ส่งเสริมสนับสนุน กระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่พิเศษ สร้างงานในพื้นที่เพิ่มขึ้น 18% จนทำให้มีเศรษฐกิจชุมชนเข้มแข็ง มีการบริหารจัดการชุมชนและสภาพแวดล้อมที่ดี ประชาชนในชุมชนมีระดับความอยู่ดีมีสุขผ่านเกณฑ์มาตรฐานสูงถึงร้อยละ 83.59 และเพื่อให้ไทยเป็นจุดหมายปลายทางของอุตสาหกรรมไมซ์ในภูมิภาคเอเชียที่มีคุณภาพ สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ ได้เน้นนโยบาย Top of Mind ส่งผลให้ประเทศไทยอยู่ในอันดับที่ 5 ของเอเชีย รองจาก ญี่ปุ่น จีน เกาหลี สิงคโปร์ และเมื่อเทียบในอาเซียน ประเทศไทยถูกจัดเป็นอันดับ 1 ด้านพื้นที่ใช้สอยและพื้นที่การขายมากที่สุด โดยรวมของอุตสาหกรรมไมซ์ปี 58 มีมูลค่าประมาณ 113,523 ล้านบาท
พล.อ.ธนะศักดิ์ กล่าวต่อว่า ด้านการกีฬา รัฐบาลได้ให้ความสำคัญโดยจัดตั้งกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ เพื่อส่งเสริมและพัฒนาการกีฬา เป็นรางวัลนักกีฬาที่ชนะรางวัลและทำชื่อเสียงให้ประเทศ ทั้งนักกีฬาสมัครเล่น นักกีฬาอาชีพ และนักกีฬามวย โดยในปีนี้ผลงานนักกีฬาใน โอลิมปิกส์ ริโอ 2016 ทำได้ 2 เหรียญทอง 2 เหรียญเงิน และ 2 เหรียญทองแดง ได้อันดับที่ 35 จาก 206 ประเทศ จำนวนเหรียญและอันดับดีกว่าโอลิมปิกส์ครั้งที่แล้ว ที่ได้ลำดับที่ 57 ส่วนเอเชี่ยนเกมส์ อันดับดีขึ้น จากอันดับ 9 เป็นอันดับ 6 ขณะเดียวกันซีเกมส์ ยังคงเป็นอันดับ 1 ส่วน การขับเคลื่อน Sports for All ได้สร้าง Bike เลนใน 51 จังหวัด จำนวน 95 เส้นทาง ระยะทาง 652 กม. ส่งผลให้เกิดการริเริ่มออกกำลังกายเพิ่มขึ้น ด้าน Sports for Unity ได้จัดการแข่งขันกีฬากับประเทศเพื่อนบ้าน เช่น ASEAN School Games การแข่งขันแบดมินตัน รวมทั้งแก้ไขปรับปรุงกฎหมายเพื่อยกระดับสถาบันพลศึกษาเป็นมหาวิทยาลัยกีฬาแห่งชาติ แก้ไของค์ประกอบของคณะกรรมการการกีฬาแห่งประเทศไทย และจัดทำ พรบ. นโยบายการกีฬาแห่งชาติ
ผลงานที่สำคัญของนักกีฬาไทย 2 ปีที่ผ่านมา เริ่มจากรัชนก อินทนนท์ (น้องเมย์) นักแบดมินตันคนแรกของโลกที่สามารถคว้าแชมป์ซูเปอร์ซีรีส์ 3 รายการติดต่อกัน 3 สัปดาห์ (ที่ประเทศอินเดีย มาเลเซีย และสิงคโปร์) ส่งผลให้มีคะแนนสะสมขึ้นนำเป็นนักแบดมินตันหญิงมือ 1 ของโลกประเภทหญิงเดี่ยว ในขณะนั้น และคนต่อมา คือ น.ส.เอรียา จุฑานุกาล กรือน้องเมย์ ก้าวขึ้นเป็นนักกีฬากอล์ฟหญิงมืออันดับ 2 ของโลก หลังจากสร้างประวัติศาสตร์เป็นโปรกอล์ฟคนแรกของไทย ที่คว้าแชมป์รายการเมเจอร์ในรายการ บริติช โอเพ่น ซึ่งก่อนหน้านี้ยังได้คว้าแชมป์รายการแอลพีจีเอทัวร์ 3 รายการติด และน.ส.สุธียา จิวเฉลิมมิตร หรือน้องณี นักยิงเป้าบิน แชมป์โลกประเภทสกีต ทั้งนี้ ความสำเร็จด้านวัฒนธรรม ท่องเที่ยวและ กีฬา ที่เกิดขึ้นได้นี้ ต้องขอขอบคุณทุกภาคส่วน ที่ได้ร่วมมือกันอย่างดียิ่ง รวมทั้งสื่อมวลชนที่ได้เสนอข่าวในเชิงสร้างสรรค์ จนทำให้ต่างชาติเกิดความมั่นใจ และเป็นที่ยอมรับ ซึ่งนับว่าเป็นนิมิตรหมายอันดี ที่จะทำให้ประเทศของเรา มีความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน ตลอดไป

