6 องค์กรวิชาชีพสื่อ จี้ กมธ.ปฏิรูปสื่อฯ สปท. ทบทวนสาระร่างพ.ร.บ.คุ้มครองฯสื่อ หวั่นเปิดช่องให้ฝ่ายการเมืองเข้าแทรกแซง
เมื่อวันที่ 15 กันยายน ที่รัฐสภา ตัวแทนของ 6 สภาวิชาชีพสื่อมวลชน ประกอบด้วย สภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ สภาวิชาชีพข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย สมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย สมาคมผู้ผลิตข่าวออนไลน์ และ สมาคมเคเบิลทีวีแห่งประเทศไทย นำโดย นายวันชัย วงศ์มีชัย นายกสมาคมนักข่าวฯ นายเทพชัย หย่อง นายกสมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย เข้ายื่นข้อเรียกร้อง ต่อ พล.อ.อคณิต สุวรรณเนตร ประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ด้านสื่อสารมวลชน สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) เพื่อขอให้ทบทวนเนื้อหาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การคุ้มครองสิทธิเสรีภาพ ส่งเสริมจริยธรรมและมาตรฐานวิชาชีพ ต่อประเด็นการจัดตั้งสภาวิชาชีพสื่อมวลชนแห่งชาติ และเนื้อหาที่เกี่ยวข้องเพื่อไม่ให้มีบทบัญญัติขัดต่อเจตนารมณ์ในร่างรัฐธรรมนูญฉบับผ่านประชามติ ที่ให้การรับรองสิทธิ เสรีภาพของสื่อมวลชนที่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้โดยอิสระ ปราศจากการแทรกแซง
นายเทพชัย กล่าวว่า ทางองค์กรวิชาชีพสื่อมวลชนมีความกังวลต่อประเด็นที่ว่าด้วยการจัดตั้งสภาวิชาชีพสื่อมวลชนแห่งชาติ และให้อำนาจตามกฎหมาย อาจเปิดช่องให้ฝ่ายการเมืองและฝ่ายผลประโยชน์อื่นเข้ามาแทรกแซงได้ เพราะองค์กรดังกล่าวจะมีอำนาจในการกำกับ ควบคุม และลงโทษสื่อมวลชนได้ จึงอาจเปิดช่องให้ฝ่ายการเมืองใช้องค์กรนี้แทรกแซงการทำงาน และในส่วนของกระบวนการสรรหากรรมการขององค์กร อาจเป็นส่วนที่อันตราย เพราะที่ผ่านมากระบวนการสรรหากรรมการ หากมีการสรรหากันเอง อาจเปิดช่องให้ใครก็ได้รวมตัวกันเป็นองค์กร แล้วส่งเข้ารับการสรรหาก็ได้ และที่ผ่านมากระบวนการดังกล่าวนั้นมีความล้มเหลว จึงขอให้ทบทวนเนื้อหาในส่วนดังกล่าว ทั้งนี้ หาก กมธ.สื่อมวลชน ต้องการรับฟังรายละเอียดเพิ่มเติม ทางเครือข่ายวิชาชีพสื่อมวลชนยินดีและมีความพร้อมที่จะเข้าชี้แจง
ด้าน พล.อ.อ.คณิต กล่าวว่า จะนำรายละเอียดที่ได้รับนำเสนอเสนอเข้าสู่ทีประชุมและยืนยันว่าจะพิจารณาอย่างรอบคอบ ทั้งนี้ในการยกร่างพ.ร.บ.การคุ้มครองสิทธิเสรีภาพ ส่งเสริมจริยธรรมและมาตรฐานวิชาชีพสื่อมวลชน ยังอยู่ระหว่างการพิจารณาของอนุกมธ.ขับเคลื่อนการปฏิรูปด้านสื่อสิ่งพิมพ์ ซึ่งมีนางประภา เหตระกูล ศรีนวลนัด เป็นประธานอนุ กมธ. และยังไม่เข้าสู่ที่ประชุมกมธ.ด้านสื่อมวลชน ดังนั้น ขณะนี้จึงมีเวลาเพียงพอที่จะรับฟังความเห็นและข้อห่วงใยจากหลายๆฝ่าย ก่อนที่จะดำเนินการยกร่างบทบัญญัติให้ออกมาดีที่สุด ทั้งนี้ตนยืนยันว่าประเด็นใดที่เป็นสิ่งไม่ดี จะไม่บัญญัติไว้ในร่างกฎหมายดังกล่าวอย่างแน่นอน

