ศปปส.ยื่นศาลถอนประกัน ‘รุ้ง-ไผ่-อานนท์-เพนกวิน’ ร่วมม็อบผิดซ้ำซาก

3.08.21 | 11:53 น.

กลุ่มศูนย์รวมประชาชนปกป้องสถาบันยื่นศาลถอนประกัน ‘รุ้ง-ไผ่-อานนท์-เพนกวิน’ ร่วมม็อบผิดซ้ำซาก ชี้หลักฐานชัดเจน ขอศาลเร่งพิจารณา

เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก กลุ่มศูนย์รวมประชาชนปกป้องสถาบัน หรือ ศปปส. นำโดย นายจักรพงศ์ กลิ่นแก้ว ตัวแทน ศปปส. เดินทางมายื่นหนังสือและเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมต่อนายสิทธิโชติ อินทรวิเศษ อธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญา เพื่อขอให้พิจารณาถึงพฤติกรรมการกระทำผิดซ้ำของกลุ่มผู้ต้องหามาตรา 112 ซึ่งเข้าข่ายผิดเงื่อนไขการประกันตัวหรือไม่ และหรือถ้าพิจารณาแล้วเห็นว่าผิดเงื่อนไขการประกันตัวก็ร้องขอให้ศาลเพิกถอนการประกันตัว

นายจักรพงศ์กล่าวว่า วันนี้เรามายื่นหนังสือในประเด็นเดิมที่เราเคยยื่นมาหลายๆ ครั้ง แต่ไม่ค่อยเป็นผล จึงมาตอกย้ำและกระตุ้น สืบเนื่องจากที่มีการจัดการชุมนุมของกลุ่มเรียกร้องทางการเมืองต่างๆ ทั้งเยาวชนปลดแอก ธรรมศาสตร์และการชุมนุม กลุ่มทะลุฟ้า ซึ่งที่ผ่านมาแกนนำทั้ง น.ส.ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล หรือรุ้ง, นายพริษฐ์ ชิวารัก​ษ์ หรือเพนกวิน, นายอานนท์ นำภา และนายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา หรือไผ่ ดาวดิน ล้วนเป็นผู้ต้องหามาตรา 112 มีคดีติดตัวทั้งนั้น ทุกวันนี้มีหลักฐานมากมาย ทั้งทางสื่อ ทางโซเชียล ขอถามศาลว่าหลักฐานยังไม่พออีกหรือ ทุกคนเห็นอยู่แล้ว

นายจักรพงศ์กล่าวว่า ล่าสุด ม็อบได้ออกมาทำให้สังคมวุ่นวาย กระทบภาคเอกชน ทำข้าวของเสียหาย ซึ่งภาคเอกชนก็ออกมาประกาศชัดเจนว่าคนพวกนี้เป็นม็อบสถุล ก่อความวุ่นวาย ทำของภาครัฐ เอกชน สาธารณะเสียหาย สิ่งที่ทำอยู่ไม่ใช่วิธีสันติ และมีการประกาศออกมาว่าจะทำสงครามหรือไม่ มันเป็นแนวโน้มหรือข้ออ้างโดยตรง โดยอ้อมก็แล้วแต่ มันสมควรแล้วหรือไม่ การที่บอกว่าเป็นปัญญาชน เป็นนักศึกษา คำว่านักศึกษาควรที่จะศึกษาไม่ใช่เอาเฟคนิวส์และเอาสิ่งต่างๆ มาครอบคลุม และทำให้เยาวชนที่อายุน้อยกว่าได้ข้อมูลผิดๆ

“วันนี้ผมได้นำภาพหลักฐานต่างๆ ที่สอดคล้องและน่าจะเพียงพอต่อการเพิกถอนการประกันตัว เราเป็นภาคประชาชนที่ออกมารวมตัวกันเป็นพสกนิกรปกป้องสถาบันฯ นั้น ไม่สามารถมีอำนาจทำอะไรได้มาก ทำได้แค่นี้ แต่ในเมื่อกฎหมายบ้านเมืองเรายังศักดิ์สิทธิ์ไม่เท่ายุคสมัยปัจจุบัน ก็ควรได้แล้ว เพราะการออกมาชุมนุมเห็นชัดอยู่แล้วว่าบางคนติดไวรัส และมีผู้ป่วยเข้าร่วมในการชุมนุม จนทำให้เกิดคลัสเตอร์ใหม่ มันถูกต้องที่คุณบอกว่ารัฐบาลทำงานไม่เต็มที่ แต่เราเอาวิกฤตนี้มาปรับปรุงและแสดงความคิดเห็นให้ประเทศไทยเราไปได้ก่อนดีกว่าหรือไม่ ดีกว่ามาสร้างความแตกแยก ให้แกนนำหาข้อดีข้อเสียของแต่ละฝ่ายมา พูดออกมา ไม่ใช่มีแต่ยุยงปลุกปั่น ใช้ความรุนแรง มันไม่ใช่วิธีของยุคสมัยนี้” นายจักรพงศ์กล่าว

Advertisement

เมื่อถามว่าการยื่นหนังสือหากไม่มีความคืบหน้าจะมีการยกระดับการเคลื่อนไหวอย่างไร นายจักรพงศ์กล่าวว่า คำว่ายกระดับเราจะไม่ทำเหมือนพวกเขา แต่เราจะเปลี่ยนวิธีไปเรื่อยๆ ให้เห็นว่าผลที่ออกมาเป็นไปในด้านไหน จะไม่ใช้ความรุนแรง ไม่ออกนอกกฎระเบียบกฎหมาย จะทำตามกติกาทุกช่องทาง ถึงจะช้าแต่ก็จะทำ ดังนั้น การมายื่นศาลเพื่อเรียกร้องให้ผู้อำนาจพิจารณาด้วยว่ามันสมควรหรือไม่กับการที่เราไปยื่นหนังสือ ถ้าเห็นว่าชัดเจนก็ช่วยทำงานให้เร็วขึ้น เราไม่ได้กดดันศาล

ด้าน นายนพดล พรหมภาสิต เลขาฯ ศูนย์ช่วยเหลือด้านกฎหมายผู้ถูกล่วงละเมิด bully ทางสังคมออนไลน์ หรือ ศชอ. กล่าวว่า เมื่อวันที่ 2 ส.ค.ที่ผ่านมา ศชอ.ได้ไปที่ ปอท.เพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับนายพริษฐ์ ในข้อหามาตรา 112 และการโพสต์ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว เมื่อวันที่ 28 ก.ค. ซึ่งเป็นวันเฉลิมพระชนมพรรษา เป็นการดูหมิ่นพระมหากษัตริย์ หลักฐานเชิงประจักษ์ชัด ซึ่งเราได้นำหลักฐานการแจ้งความมาประกอบกับการยื่นหนังสือเพื่อให้ศาลเพิกถอนการประกันตัวผิดเงื่อนไขที่ให้ไว้กับศาล ซึ่งชัดเจนมาก เราทำงานเป็นระบบ ไม่มีการกลั่นแกล้ง ผลที่เกิดขึ้นมาจากการกระทำของเขาเอง สิ่งที่เขาทำก็ต้องได้รับผลตามนั้น

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันเดียวกันนี้ เวลา 13.00 น. กลุ่ม ศปปส.จะไปยื่นหนังสือถึงนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เพื่อถามหาความชัดเจนในการดูแลประชาชนช่วงโควิด-19 รวมถึงแผนการกระจายวัคซีน และการควบคุมสถานการณ์การระบาดในการชุมนุม