ปลัดฯยธ.เผยรอคำสั่งชดใช้ค่าเสียหายจาก ก.พาณิชย์ ตามคำสั่งคสช.56ระบุคำสั่ง ม.44 เปิดช่องให้กรมบังคับคดี ยึดทรัพย์ ตามคำสั่งทางปกครองได้ เพราะปกติยึดตามคำสั่งศาลเท่านั้น
เมื่อวันที่ 15 กันยายน ที่กระทรวงยุติธรรม นายชาญเชาวน์ ไชยานุกิจ ปลัดกระทรวงยุติธรรม กล่าวถึงการการดำเนินการในส่วนของกรมบังคับคดี กระทรวงยุติธรรม ตามคำสั่ง หัวหน้าคสช. ที่ 56/2559 เรื่องการคุ้มครองการบริหารจัดการผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรในการดูแลของรัฐ และการดำเนินการต่อผู้ต้องรับผิด ที่ให้กรมบังคับคดีมีอำนาจบังคับคดีตามกฎหมายคดีที่เกี่ยวข้องกับโครงการรับจำนำข้าวเปลือก ปีการผลิต 2548/2549 – 2556/2557 โครงการแทรกแซงข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ปีการผลิตตั้งแต่ 2551-2552 และโครงการแทรกแซงมันสำปะหลังปีการผลิต 2551/2552 – 2555/2556 ว่า ในส่วนของกรมบังคดีจะเข้าไปดำเนินการ ในช่วงขั้นตอนที่ไม่มีการดำเนินการตามคำสั่งของต้นสังกัด ซึ่งกรมบังคับคดีจะใช้มาตารการทางประมวลกฎหมาย วิ.แพ่ง ในการยึดทรัพย์ โดยหน่วยงานต้นสังกัด จะแจ้งคำสั่ง มายังกรมบังคับคดี ให้ดำเนินการ กับเจ้าหน้าที่รัฐที่กระทำความเสียหายให้กับหน่วยงานของรัฐ ในเรื่องดังกล่าว ต้องชดใช้ค่าเสียหายทางแพ่ง พ.ร.บ.ว่าด้วยความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่รัฐ 2539 โดยกระทรวงพาณิชย์ ต้องออกเป็นคำสั่ง มายังกรมบังคับคดี กระทรวงยุติธรรม จากนั้นกรมบังคับคดีก็จะดำเนินการตามขั้นตอนการบังคับคดี คือการแจ้งไปยังผู้เกี่ยวข้องให้ชดใช้ค่าเสียหาย หากยังไม่ชดใช้ค่าเสียหาย ก็ต้องนำให้หน่วยงานต้นสังกัด นำกรมบังคับคดี ไปสืบทรัพย์สินว่ามีทรัพย์ที่ใดบ้าง จากนั้นกรมบังคับคดีถึงจะออกคำสั่งยีดทรัพย์ มาชดใช้ค่าเสียหาย แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ผู้ถูกกล่าวหาสามารถฟ้องร้องทางปกครองได้
นายชาญเชาวน์ กล่าวว่า การออกคำสั่งม.44 ของ หัวหน้าคสช.ในเรื่องดังกล่าวเนื่องจากปกติแล้วกรมบังคับคดีจะมีอำนาจยึดทัพย์ ตามคำสั่งศาลเท่านั้น ดังนั้น เพื่อให้กรมบังคับคดีเข้าไปยึดทรัพย์ทางคำสั่งปกครองได้ก็ต้องมีการแก้ไขกฎหมาย หัวหน้าคสช.จึงต้องออกเป็นคำสั่งคสช.ให้กรมบังคับคดียึดทรัพย์ ในขั้นตอนนี้ได้ สำหรับการชดเชยค่าเสียหายตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่รัฐ 2539 เป็นขั้นตอนตามปกติขอหน่วยงานรัฐ ทุกกระทรวง ที่ต้องดำเนินการอยู่แล้ว เมื่อเจ้าหน้าที่ในสังกัดของตนเองกระทำความเสียหายให้เกิดกับหน่วยงานที่สังกัดอยู่ต้องชดเชยค่าเสียหาย ซึ่งคงไม่ใช่ทรัพย์ที่ต้องชดใช้จำนวนมากขนาดนี้นี้ ดังนั้น ทางกระทรวงพาณิชย์ก็เห็นว่าไม่มีบุคคลากรที่มีความเชี่ยวชาญ ในเรื่องการยึดอายัดทรัพย์ก็เลยมีการประสาน ใช้ช่องทางของกรมบังคับคดี แต่เมื่อติดขัดข้อกฎหมาย ก็ออกคำสั่งแก้ไข แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นทุกอย่างเป็นไปตามขั้นตอน สามารถยื่นอุทธรณ์คำสั่งได้ ที่ศาลปกครองตามช่องทางปกติ
ด้าน น.ส.รื่นวดี สุวรรณมงคล อธิบดีกรมบังคับคดี กล่าวว่า กรมบังคับคดีต้องรอดูคำสั่งจากกระทรวงพาณิชย์ซึ่งเป็นต้นเรื่องในการดำเนินการส่วนดังกล่าว หากยังไม่มีชำระเงิน กรมบังคับคดีจึงเข้าไปดำเนินการตามขั้นตอน

