หน้าแรก การเมือง ครบ 1 ปี ทลาย...

ครบ 1 ปี ทลายเพดาน ‘ธัชพงศ์’ ยันสู้จนตาย เชื่อ ‘สุดท้าย ปชช.จะชนะ’ ถึงเวลากำหนดอนาคตเอง

3.08.21 | 17:15 น.

ครบ 1 ปี ทลายเพดาน ‘ธัชพงศ์’ เสกคาถาผู้พิทักษ์ ยันสู้จนตาย เชื่อ ‘สุดท้าย ปชช.จะชนะ’ ถึงเวลากำหนดอนาคตเอง

เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม ที่ ลานหน้าหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร สี่แยกปทุมวัน กรุงเทพฯ ในวาระครบรอย 1 ปี การชุมนุม ‘เสกคาถาผู้พิทักษ์ปกป้องประชาธิปไตย’ กลุ่มฟื้นฟูประชาธิปไตย (DRG) จัดกิจกรรมชุมนุม “เสกคาถาผู้พิทักษ์ปกป้องประชาชน” ทั้งนี้ เพื่อรำลึกถึงการชุมนุมม็อบแฮร์รี่พอตเตอร์ ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันที่ 3 สิงหาคม 2563 บริเวณหน้าร้านแมคโดนัลด์ สาขาอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย และเชิญชวนประชาชนไปร่วมชุมนุมวันที่ 7 สิงหาคมนี้ โดยจะมีการปราศรัย บรรเลงดนตรี และร่วมจุดเทียนรำลึกถึงผู้สูญเสียจากการบริหารจัดการของรัฐบาลภายใต้สถานการณ์โควิด-19

สำหรับการชุมนุมวันนี้ นำโดย นายอานนท์ นำภา หรือ “ทนายอานนท์” ทนายความด้านสิทธิมนุษยชน และ น.ส.ภัสราวลี ธนกิจวิบูลย์ผล หรือ มายด์ กลุ่ม ROOT ซึ่งเป็น 2 ผู้ปราศรัยสำคัญในม็อบแฮร์รี่พอตเตอร์เมื่อปี 2563 ร่วมด้วย นายธัชพงศ์ แกดำ หรือ บอย ตัวแทนกลุ่มราษฎร, แชมป์ ครช. และ นัท ศาลายา ทั้งนี้ นายถนอม ชาภักดี นักวิจารณ์ศิลปะชื่อดัง และนายเอกชัย หงส์กังวาน นักเคลื่อนไหวทางการเมือง เดินทางมาร่วมสังเกตการณ์ด้วย

อ่านข่าว : จีโน่-รถน้ำ 4 คัน ‘คฝ.’ ไม่ต่ำ 2 กองร้อย ทยอยรวมตัวหอศิลป์ เตรียม ‘เสกคาถาผู้พิทักษ์ปกป้องประชาชน’

เวลา 16.12 น. ที่ ลานหน้าหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร พิธีกรกล่าวเปิดเวที

จากนั้น เวลา 16.16 น. นายธัชพงศ์ แกดำ หรือ บอย แต่งกายเป็นพ่อมดจากตัวละครในวรรณกรรมแฮร์รี่พอตเตอร์ โดยกล่าวปราศรัยตอนหนึ่งว่า สุดท้ายแล้ววรรณกรรมแฮร์รี่พอตเตอร์ ชัยชนะตกเป็นของประชาชน จากวันนั้น ถึงวันนี้ 1 ปีที่เราได้จัดกิจกรรมนี้ เราได้เสกคาถาทลายเพดานแห่งความกลัว เราได้เอาไม้กายสิทธิ์ชูขึ้นบนฟ้า แล้วเสกคาถาสร้างเพดานใหม่ขึ้นมา

Advertisement

“เราถูกสร้างความหวาดกลัวมาหลายทศวรรษ 3 สิงหาคม 2563 พวกเราได้เสกคาถา ทลายกำแพงนั้นไปแล้ว และจะไม่ให้มีกำแพงมากั้นเราอีก ณ วันนี้แม้จะได้ทลายเพดาน เอ่ยชื่อถึงเครือข่ายอำนาจมืด ที่คอยทำร้ายประชาชนมาอย่างยาวนาน เราจะยังสู้ กันอย่างตาต่อตาฟันต่อฟัน

ที่ผ่านมา ประชาชนต้องอยู่อย่างทุกข์ทรมาน เราอยู่บนความยากลำบาก แต่คนที่เสพสุขบนความทุกข์ของเรา คือชนชั้นสูง เราต้องแลกกับสิทธิเสรีภาพ ต้องสูญเสียคนที่รัก เราแทบจะไม่มีทางเลือกมากกว่านี้แล้ว วันนี้มาถึงทางเลือกไม่กี่ทาง 2 ทางที่เป็นไปได้มากที่สุด ถ้าไม่ยอมสู้ ก็ตาย ทางเลือกสุดท้ายที่เราจะทำได้ในฐานะศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ คือ ‘สู้จนตาย’ เพื่ออนาคตของเรา เราจะไม่ยอมให้เพดานการพูดถึงต้องหยุดไป”

“สถานการณ์วันนี้ เรามาไกลเกินกว่าจะปิดปากตัวเองได้ เรามาถึงจุดที่พ่อมด-แม่มดประชาชน ต้องพูดถึงการลิขิตชีวิตตัวเอง ไม่มีใครเข้าใจความทุกข์ยาก ความเจ็บปวด ของประชาชน ได้เท่ากับประชาชน ที่ต้องเห็นการสูญเสีย ญาติ พี่น้อง ที่ต้องตายจากกัน ความรุ้สึกอดอยาก หิวโหย ที่ชนชั้นสูงมองเราเป็นขอทาน ไม่เคยเห็นหัวพวกเรา ปล่อยให้เราตายทุกวันๆ จึงมีเพียงประชาชนเท่านั้น คุณคือเรา และเราก็คือคุณ สถานการณ์ที่ประชาชนจะกำหนดอนาคตของตัวเองมาถึงแล้ว เมื่อระบบเน่าเฟะ กัดกินพวกเราไม่ให้สามารถใช้ชีวิตอย่างคนได้” นายธัชพงศ์กล่าว

นายธัชพงศ์กล่าวต่อว่า การต่อสู้จากนี้ จะเป็นการต่อสู่ที่ไม่มีเส้นกั้นระหว่างประชาชน กับรัฐอีกต่อไปแล้ว ว่าจะพอหรือไม่พอ หยุดหรือไม่หยุด ประชาชนจะกำหนด และต่อให้เราจะแพ้กี่ครั้ง สุดท้ายประชาชนจะชนะเสมอ จงยึดมั่นการต่อสู้และจิตวิญญาณของประชาชนด้วยกัน จงยึดมั่น เชื่อมั่น รวมเป็นหนึ่งเพื่ออนาคตที่ดีกว่า ด้วยมือของประชาชนด้วยกัน

จากนั้น เวลา 16.38 น. นายธัชพงศ์ ทำการเสกคาถาผู้พิทักษ์ “เอกซ์เปกโต พลาโตนุม” ก่อนกล่าวต่อว่า จากนี้ไป เราจะออกมาต่อสู้ วันที่ 7 สิงหาคมเจอกัน