09.00 INDEX ความนัย จับกุม พริษฐ์ ชิวารักษ์ เป้าหมาย คือปราม “7 สิงหาคม”
ไม่ว่าจะเป็นหมายศาลจังหวัดธัญบุรีที่ออก “หมายจับ” นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ และ นายพรหมศร วีระธรรมจารี ไม่ว่าประกาศหัวหน้าผู้รับผิดชอบในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน
ล้วนมีรากฐานมาจากการเคลื่อนไหวก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม และมีเป้าหมายไปยังการเคลื่อนไหวในวันที่ 7 สิงหาคม
ทั้งมีเป้าหมายเพื่อการขยายผล และมีเป้าหมายในการป้องปราม นั่นก็คือ ขยายผลจากกรณีที่มีการเคลื่อนไหวในวันที่ 1 และในวันที่ 2 สิงหาคม
นั่นย่อมเป็นการเคลื่อนไหว “คาร์ม็อบ” อันเป็นการประสานและร่วมมือกัน 3 ฝ่าย กล่าวคือ นายสมบัติ บุญงามอนงค์ เจ้าของนวัตกรรม กับ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ และ นายพริษฐ์ ชิวารักษ์
ขณะเดียวกัน ก็เพื่อ “ป้องปราม” ไปยังการนัดหมายการชุมนุมในวันเสาร์ที่ 7 สิงหาคม ณ อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย
ริเริ่มโดย “เยาวชนปลดแอก” กับ “กลุ่มฟื้นฟูประชาธิปไตย”
ยิ่งเมื่อฟังคำประกาศของ นายอานนท์ นำภา ณ ที่ชุมนุมรำลึกการเคลื่อนไหวของ แฮร์รี่ พ็อตเตอร์ ครบ 1 ปี ยิ่งชวนให้หวั่นไหว
กลยุทธ์ของรัฐบาลที่สำแดงผ่านกลไกของสำนักงานตำรวจแห่งชาติยังเป็นกลยุทธ์แบบเดิม ด้านหนึ่ง ขยายผลจากการเคลื่อนไหวในอดีต ด้านหนึ่ง กดข่มและป้องปรามการเคลื่อนไหวใหม่
เป้าหมายเฉพาะหน้าจึงเห็นได้จากประกาศหัวหน้าผู้รับผิดชอบในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินในส่วนที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคง
พร้อมกันนั้นก็เตะสกัดขาจาก “หมายจับ” ซึ่งออกโดยศาลจังหวัดธัญบุรี เพื่อสร้างสภาพการณ์มิให้ นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ นายพรหมศร วีระธรรมจารี เคลื่อนไหวได้อย่างคล่องใจ
เป้าหมายอย่างแท้จริงของทุกกลยุทธ์ล้วนสร้างความไม่สะดวกให้กับการเคลื่อนไหวที่จะเกิดขึ้นในวันเสาร์ที่ 7 สิงหาคม เป็นสำคัญ
ยิ่งใกล้วันเสาร์ที่ 7 สิงหาคม จึงยิ่งเด่นชัดในเรื่องของมาตรการ
ถามว่า เมื่อมี “หมายจับ” ต่อ นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ ต่อ นายพรหมศร วีระธรรมจารี เช่นนี้จะส่งผลให้การเคลื่อนไหวในวันเสาร์ที่ 7 สิงหาคม มีอันต้องสะดุดหยุดชะงักหรือไม่ ซึ่งเป็นไปได้น้อยอย่างยิ่ง
โดยเฉพาะในเมื่อการเคลื่อนไหวดำเนินไปโดยไม่มีแกนนำ ไม่มีเวทีปราศรัย จึงเป็นการเคลื่อนไหวที่ยากจะคาดหมาย

