อดีตกุนซือ ‘บิ๊กจิ๋ว’ ย้อนที่มาคำสั่ง 66/23 แก้สงครามกลางเมือง 30 ปี ด้วยสันติวิธี
กรณีที่ นายพัฒนเดช อาสาสรรพกิจ หรือ ‘น้าเดช’ นักสื่อสารมวลชนด้านยานยนต์ และผู้เชี่ยวชาญด้านรถยนต์ ชื่อดัง โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว เรื่อง 66/23 โดยมองว่า คำสั่งดังกล่าว คือต้นเหตุความวุ่นวายปัญหาการเมืองจนถึงปัจจุบัน
ย้อนอ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
- “กูรูรถยนต์ชื่อดัง” ชี้ คำสั่ง 66/23 ต้นเหตุปัญหาการเมืองไทย อ้างปล่อยเชื้อร้ายออกจากป่า
- ‘หมอเหวง’ โต้ ‘น้าเดช’ พร้อมฉายภาพ หากไม่มี 66/23 ประเทศไทยวันนี้จะเป็นอย่างไร?
ล่าสุด (5 ส.ค.) นายไพศาล พืชมงคล อดีตกรรมการผู้ช่วย พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี อดีตอดีตที่ปรึกษา พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ นายกรัฐมนตรี โพสต์ข้อเขียนเรื่อง “รำลึกวันเสียงปืนแตก 7 สิงหาคม” เผยแพร่ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว โดยระบุว่า
“วันที่ 7 สิงหาคม เมื่อ 56 ปีก่อน เป็นวันที่พรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย ประกาศต่อสู้ด้วยกำลังอาวุธกับรัฐบาล เดินหนทางปฏิวัติประเทศไทย โดยใช้ชนบทล้อมเมือง และอาศัยกรรมกรชาวนาเป็นพื้นฐาน
การต่อสู้ด้วยกำลังอาวุธเกิดขึ้นครั้งแรกที่บ้านนาบัว จังหวัดนครพนม
สงครามกลางเมือง ระหว่างพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย กับรัฐบาล ได้ขยายตัวไปถึง 45 จังหวัด และได้จัดตั้งฐานที่มั่น เขตที่มั่น เขตจรยุทธ์ ขึ้นได้หลายพื้นที่ โดยฐานที่มั่นนั้นได้จัดตั้งขึ้นในเขตป่าเขาหลายแห่งของประเทศไทย
ในขณะเดียวกัน พรรคคอมมิวนิสต์พม่า พรรคคอมมิวนิสต์ลาว พรรคคอมมิวนิสต์กัมพูชา พรรคคอมมิวนิสต์มลายา ได้ขยายพื้นที่สู้รบในประเทศของตนและประสานเชื่อมโยงกับการเคลื่อนไหวของพรรคคอมมิวนิสต์ไทย
ในปีพุทธศักราช 2512 พระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 ทรงเห็นว่าสาเหตุของสงครามกลางเมืองนี้เกิดขึ้นจากปัญหาความยากจนและความเหลื่อมล้ำ
ดังนั้น จึงพระราชทานพระบรมราโชวาทแก่เหล่าทัพ ให้ทำสงครามกับความยากจน ควบคู่ไปกับการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งในชาติ
สงครามกลางเมือง ที่ทำลายชีวิตและทรัพย์สินของคนไทยด้วยกันเป็นจำนวนมาก สิ้นสุดลงโดยนโยบายการเมืองนำการทหาร และการใช้สันติภาพ สยบความขัดแย้งและสงคราม
รัฐบาลพลเอกเปรม ติณสูลานนท์ ที่มีพลเอกชวลิต ยงใจยุทธ ผู้บัญชาการทหารบกและผู้บัญชาการทหารสูงสุด เป็นผู้ขับเคลื่อนนโยบายนี้ ได้ออกนโยบาย 66/2523 ต้อนรับคู่สงครามกลับสู่อ้อมอกของครอบครัว เข้าร่วมพัฒนาประเทศไทย
หลังจากนั้นสงครามกลางเมือง 30 ปีก็สิ้นสุดลง ในปีพุทธศักราช 2526
บทเรียนที่สำคัญยิ่งคือ ปัญหายิ่งใหญ่ของชาติถึงขนาดเป็นสงครามกลางเมืองนั้น สามารถแก้ได้ โดยสันติโดยเมตตาธรรม ไม่ใช่ด้วยความรุนแรง ความขัดแย้งหรือสงคราม
ซึ่งพวกไร้เดียงสาทางการเมือง และอยู่ในอาณัติของนักล่าอาณานิคม ไม่เข้าใจและไม่สนใจความสำคัญของสงครามและสันติภาพ 7 สิงหาคม ซึ่งเป็นบทเรียนอันเจ็บปวดของประชาชาติไทยทั้งมวล
ที่สำคัญคือแก่นแท้ ของวันเสียงปืนแตกนั้น เกิดจากความรักชาติ รักประชาธิปไตย ต่อต้านต่างชาติ ที่มายึดครองบ้านเกิดเมืองนอนของเราเป็นอาณานิคม

