“ชวลิต” แนะ ยกเหตุผล 4 ข้อ ขอ รบ.ไตร่ตรองหลังใช้ ม.44 ให้อำนาจกรมบังคับคดียึดทรัพย์ปมจำนำข้าวโดยไม่มีคำสั่งศาล
เมื่อวันที่ 16 กันยายน นายชวลิต วิชยสุทธิ์ รักษาการรองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวถึงกรณีใช้มาตรา 44 ให้อำนาจกรมบังคับคดียึดทรัพย์ในความรับผิดทางละเมิดโครงการรับจำนำข้าวว่า ขอให้ผู้เกี่ยวข้องไตร่ตรองให้รอบคอบจากข้อสังเกตดังนี้ 1.กรมบังคับคดีจะยึดทรัพย์ผู้ใด จะดำเนินการตามคำพิพากษาของศาล ซึ่งกระทำการภายใต้พระปรมาภิไธยขององค์พระมหากษัตริย์ การจะให้กรมบังคับคดีดำเนินการนอกเหนือจากนี้ ควรไตร่ตรองให้รอบคอบว่าควรหรือไม่ควร 2.กฎหมายรัฐธรรมนูญทุกฉบับบัญญัติถึงสิทธิเสรีภาพของประชาชนคนไทยทุกคนย่อมได้รับการคุ้มครองทางกฎหมายโดยเท่าเทียมกัน ไม่เลือกปฏิบัติ กรณีนี้เป็นการเลือกปฏิบัติกับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตรโดยเฉพาะหรือไม่ 3.ในการเรียกค่าเสียหายจากคดีโครงการรับจำนำข้าว ผู้ถูกกล่าวหาเรียกร้องให้ใช้วิธีฟ้องเป็นคดีแพ่งทางศาล เพราะจะได้รับความเชื่อถือมากกว่า แต่รัฐบาลกลับเลือกใช้วิธีออกคำสั่งทางปกครองซึ่งอยู่ในอำนาจของฝ่ายบริหาร แต่ปรากฏว่ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ก็ยังไม่ได้ลงนามในคำสั่งทางปกครอง อันเป็นข้อพิรุธว่ากระบวนการในการตรวจสอบความเสียหายโครงการรับจำนำข้าว มีมาตรฐาน ถูกต้อง ชอบธรรมหรือไม่ อย่างไร
นายชวลิตกล่าวว่า 4.ในคดีอาญายังอยู่ในชั้นไต่สวนพยาน ศาลยังมิได้มีคำพิพากษาว่าจำเลยกระทำผิดฐานทุจริตตามข้อกล่าวหา โดยหลักของความเป็นจริง ฝ่ายบริหารจะใช้ฐานความผิดใดมาเรียกค่าเสียหายจากจำเลย ดังนั้น การดำเนินการกับผู้ถูกกล่าวหาที่ไม่เป็นไปตามหลักนิติธรรม ไม่เป็นผลดีต่อการสร้างความเชื่อมั่นทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยเฉพาะความเชื่อมั่นจากนักลงทุนที่ต้องการเห็นมาตรฐานทางกฎหมาย จึงขอให้ผู้เกี่ยวข้องไตร่ตรองให้รอบคอบอีกครั้ง ทั้งนี้ การดำเนินการตามกระบวนการยุติธรรมปกติจะได้รับการยอมรับโดยทั่วไป เป็นผลดีต่อภาพลักษณ์ของประเทศ

