“ปลัด มท.” แจง แต่งตั้งผู้ว่าฯ-ผู้ตรวจ มท. ดำเนินการตามระเบียบ-ขั้นตอน แต่ผู้มีส่วนได้เสียสามารถใช้สิทธิฟ้องศาลให้ตรวจสอบได้
เมื่อวันที่ 16 กันยายน นายกฤษฎา บุญราช ปลัดกระทรวงมหาดไทย (มท.) กล่าวว่า ขอชี้แจงว่าขั้นตอนการเสนอรายชื่อผู้สมควรได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดและผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทยได้ดำเนินการตามขั้นตอน พ.ร.บ.บริหารราชการแผ่นดิน และ พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการพลเรือน โดยการแต่งตั้งโยกย้ายที่ ครม.มีมติเห็นชอบเมื่อวันที่ 13 กันยายนที่ผ่านมานั้น มีตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดว่าง 24 ตำแหน่ง ผู้ตรวจราชการ มท.ว่าง 3 ตำแหน่ง มท.ได้กำหนดคุณสมบัติผู้ที่จะเข้ารับการคัดเลือก ต้องเป็นรองผู้ว่าราชการจังหวัด หรือเทียบเท่า หรือรองอธิบดีในสังกัดกระทรวงมหาดไทย รอบแรกมีผู้สมัครตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัด 87 คน ตำแหน่งผู้ตรวจราชการจังหวัด 38 คน โดยกระทรวงมหาดไทยได้ตั้งคณะกรรมการพิจารณาขึ้นมา 2 ชุด โดยชุดแรกจะกลั่นกรองจากการเขียนวิสัยทัศน์และผลงาน รวมทั้งประวัติการรับราชการที่ผู้สมัครเขียนเสนอมาให้คณะกรรมการพิจารณา แล้วประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิสัมภาษณ์ หลังจากนั้นจะมีคณะกรรมการชุดที่ 2 จำนวน 5 ท่าน เป็นผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งเป็นบุคคลภายนอกกระทรวงที่ อกพ.กระทรวงมหาดไทยคัดเลือกมา 3 ท่าน และรองปลัดกระทรวงมหาดไทยฝ่ายบริหารและอธิบดีกรมที่ดินซึ่งเป็นผู้แทนข้าราชการกระทรวงมหาดไทยที่ อกพ.กระทรวงให้ความเห็นชอบมาร่วมกันเป็นคณะกรรมการคัดเลือกรอบสุดท้าย ซึ่งคณะกรรมการได้นำหลักเกณฑ์ตามมาตรา 42(3) แห่ง พ.ร.บ.ข้าราชการพลเรือน 2551 กำหนดไว้โดยพิจารณาจากความรู้ความสามารถ ประวัติ และประสบการณ์ในการทำงานที่ผ่านมา ซึ่งกรรมการแต่ละท่านก็จะใช้ทั้งหลักเกณฑ์และดุลพินิจในการให้คะแนน หลังจากได้รวมคะแนนแล้วก็จะเสนอมาให้ปลัดกระทรวงมหาดไทยให้ความเห็นชอบตามจำนวนตำแหน่งที่ว่าง คือผู้ว่าฯ 24 คน ผู้ตรวจราชการจำนวน 3 คน เพื่อเสนอ ครม.ให้ความเห็นชอบต่อไป
นายกฤษฎากล่าวอีกว่า การพิจารณาดังกล่าวข้างต้นไม่ได้ดำเนินการด้วยตัวบุคคลเพียงคนเดียว แต่เป็นการพิจารณาในรูปกรรมการถึง 2 ชั้น จึงไม่ใช่เป็นการแต่งตั้งที่อ้างว่าเลวร้ายกว่าครั้งก่อนๆ แต่อย่างใด เพราะขั้นตอนและหลักเกณฑ์ดังกล่าวข้างต้นได้ใช้ในการดำเนินการมาแล้วเกือบ 10 ปี ดังนั้น ผู้ที่มีส่วนได้เสียกับกระบวนการแต่งตั้งข้างต้นยังสามารถใช้สิทธิตามกฎหมายวิธีปฏิบัติราชการทางปกครองคือการใช้สิทธิฟ้องศาลให้ตรวจสอบได้ รวมทั้งสามารถใช้สิทธิตาม พ.ร.บ.ข้อมูลข่าวสารขอดูผลคะแนนของตนเองได้ด้วย

