ปมร้อน พระราชกำหนดเหมาเข่ง เพื่อปกป้อง ประยุทธ์ จันทร์โอชา
พลันที่ร่างพระราชกำหนดจำกัดความรับผิดสำหรับบุคลากรสาธารณสุขในการรักษาผู้ป่วยโควิด-19 ถูกนำไปวางเรียงเคียงกับ ร่าง พ.ร.ก.’นิรโทษกรรม’
ไม่ว่าจะโดยคนของพรรคก้าวไกล ไม่ว่าจะโดยคนของพรรคเสรีรวมไทย ร่าง พ.ร.ก.กำหนดนี้ก็มีความอ่อนไหว ล่อแหลม แหลมคม
แหลมคมเพราะว่ามิได้เน้นในส่วนของ ‘บุคลากรสาธารณสุขในการรักษาผู้ป่วยโควิด-19’ เท่านั้น หากแต่ครอบคลุมไปยังผู้รับผิดชอบในการจัดวาง ‘นโยบาย’ ในการจัดหาและตระเตรียมวัคซีนด้วย
ความอ่อนไหวอย่างยิ่งยวดก็คือ ล่อแหลมที่จะก่อให้บังเกิดนัยประหวัดไปยังร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมอย่างที่เรียกว่า ‘สุดซอย’ หรือ ‘เหมาโหล’ ซึ่งเสนอโดยพรรคเพื่อไทยเมื่อเดือนสิงหาคม 2557
เพียงแต่ความอ่อนไหวครั้งนี้มิได้เป็นเรื่องของ นายทักษิณ ชินวัตร หากแต่เป็นเรื่องของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา
เป็นเรื่องของกระทรวงสาธารณสุข นายอนุทิน ชาญวีรกูล
สร้างความหวาดระแวงว่า บุคลากรสาธารณสุขเสมอเป็นเพียงข้ออ้าง หากแต่เป้าหมายแท้จริงอยู่ที่ ‘นักการเมือง’
นักการเมืองในรัฐบาล ในกระทรวงสาธารณสุข
ปมหนึ่งซึ่งจำเป็นต้องตั้งเป็นคำถามอย่างฉับพลันทันใดคือ ร่าง พ.ร.ก.จำกัดความรับผิดชอบสำหรับบุคคลสาธารณสุขในการรักษาผู้ป่วยโควิด-19 หลุดออกไปได้อย่างไร
กระทั่งตกไปอยู่ในมือของพรรคก้าวไกล กระทั่งตกไปอยู่ในมือของพรรคเสรีรวมไทย
อย่างแรกสุดก็คือ หลุดจากภายในกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) ซึ่งได้รับมอบหมายให้รับผิดชอบในการยกร่างเพื่อนำเข้าไปสู่การพิจารณาในระดับกระทรวงและส่งต่อไปยัง ครม.
หากดูจากที่ปรากฏผ่านสื่อโซเชียลมีเดีย เด่นชัดว่าเป็นการหลุดอย่างชนิดทั้งยวง สะท้อนให้เห็นถึงความไม่พอใจที่ดำรงอยู่ในกลุ่มของ ‘บุคลากรสาธารณสุข’
เป็นความไม่พอใจจากบุคลากรประเภท ‘หมอไม่ทน’
นี่คือความร้อนแรงของการเมืองซึ่งปะทุขึ้นเป็นการ ‘ภายใน’ ไม่ว่าจะจากภายในของรัฐบาล ไม่ว่าจะจากภายในของกระทรวงสาธารณสุข
เป็นรูปธรรมแห่งความไม่พอใจในเชิง ‘นโยบาย’
โดยเฉพาะอย่างยิ่งความผิดในทาง ‘ยุทธศาสตร์’ ในกรณีของวัคซีน และความพลาดในทาง ‘ยุทธวิธี’ ในกรณีของไฟเซอร์
เป็นความไม่พอใจโดยตรงสู่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา

