‘วิบูลย์ลักษณ์’ ว่าที่ปลัด ก.พาณิชย์ ฮึ่ม!!อาจออก ถ้าบังคับให้เซ็นค่าเสียหายข้าวจีทูจี

“วิษณุ”ยันไม่มียืดอายุคดีจำนำข้าว

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ กล่าวถึงกรณีการแก้ไขระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยหลักเกณฑ์ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2559 เรื่องของอายุความที่มองว่าจะส่งผลต่อคดีโครงการรับจำนำข้าวว่า ยืนยันการปรับแก้ไม่เกี่ยวกับคดีจำนำข้าวแม้แต่นิดเดียว ไม่เป็นคุณและไม่เป็นโทษ ได้เห็นการชี้แจงของเลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกาแล้ว ใครอ่านก็ต้องงง ที่จะเกิดความรู้สึกว่าเป็นการขยายหรือลดอายุความ

“อย่างไรก็ตาม ไม่มีใครจะปล่อยเรื่องที่ส่งผลต่อคดีจำนำข้าวออกมาเด็ดขาดในช่วงนี้ เรื่องนี้จะชี้แจงรายละเอียดอีกครั้ง เพราะการจะพูดเรื่องของอายุความต้องนำไปเปรียบเทียบกับส่วนต่างๆ ด้วย ส่วนที่กระทรวงการคลังจะส่งตัวเลขความเสียหายจำนำข้าวมานั้น ขณะนี้ยังไม่มีการส่งมา” นายวิษณุกล่าว

คลังจ่อสรุปความเสียหายข้าวคดี”ปู”

นายมนัส แจ่มเวหา อธิบดีกรมบัญชีกลาง ในฐานะประธานคณะกรรมการพิจารณาความรับผิดทางแพ่งเรียกค่าเสียหายจำนำข้าว กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่สรุปความเสียหายโครงการรับจำนำข้าวของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ จะพยายามสรุปให้ได้ภายในสัปดาห์หน้าหรือก่อนที่ตนจะเกษียณในวันที่ 30 กันยายนนี้

“คณะกรรมการหารือเรื่องความรับผิดทางแพ่งของ น.ส.ยิ่งลักษณ์มาแล้วหลายรอบ ภายในสัปดาห์หน้าผมจะพยายามสรุปรอบสุดท้ายให้ได้ แต่คงไม่สามารถเปิดเผยตัวเลขความเสียหายได้ เพราะเป็นความลับ ต้องให้ผู้ที่มีอำนาจลงนามเรียกร้องค่าเสียหาย เนื่องจากผู้ที่ลงนามเรียกร้องค่าเสียหายอาจมีความเห็นเรื่องตัวเลขที่ไม่ตรงกับคณะกรรมการก็ได้ จึงถือเป็นมารยาทที่ไม่ควรเปิดเผยตัวเลขก่อน” นายมนัสกล่าว และว่า ส่วนกรณีของนายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์นั้น ได้สรุปความเสียหายไปนานแล้ว จำตัวเลขไม่ได้แล้วว่าเท่าไร

“อภิรดี”โยนปลัดพณ.ลงนามแทน

นางอภิรดี ตันตราภรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวถึงความคืบหน้าการลงนามในหนังสือบังคับทางปกครอง เรียกร้องค่าเสียหายจากการขายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ (จีทูจี)

กับนายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นายภูมิ สาระผล อดีตรัฐมนตรีช่วยฯ และพวกรวม 6 คน มูลค่ากว่า 20,000 ล้านบาทว่า เมื่อวันที่ 15 กันยายน ได้รับหนังสือตอบกลับจากนายกฯ ที่ขอหารือการมอบอำนาจให้ปลัดกระทรวงพาณิชย์เป็นผู้ลงนามในคำสั่งทางปกครองเรียกค่าเสียหายแทนนั้นสามารถดำเนินการได้ จึงมีคำสั่งถึงปลัดกระทรวงพาณิชย์ให้ลงนามแทนในวันเดียวกันนี้

เมื่อถามว่า เหตุใดจึงมอบอำนาจให้ปลัดกระทรวงพาณิชย์ลงนามแทน นางอภิรดีกล่าวว่า ตนไม่ใช่นักการเมือง แต่มาปฏิบัติหน้าที่ในส่วนที่มีความเชี่ยวชาญและทำงานอย่างตรงไปตรงมา เรื่องนี้ต้องลงรายละเอียดเยอะ เป็นเรื่องซับซ้อน ต้องใช้เวลาในการทำงานให้รอบคอบ ไม่ตั้งใจที่จะกลั่นแกล้งใคร ทุกอย่างเป็นไปตามเนื้อผ้า เรื่องนี้ได้หารือกับนายกฯแล้ว

นางอภิรดีกล่าวว่า หลังปลัดกระทรวงพาณิชย์ลงนามในคำสั่งเรียกค่าเสียหายแล้ว ฝ่ายกฎหมายจะแจ้งเรื่องไปยังผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 6 รายรับทราบ โดยให้ตอบรับหรือโต้แย้งภายใน 30 วัน หากเพิกเฉยจะส่งหนังสือแจ้งเตือนรอบที่ 2 และมีระยะเวลา 15 วัน หากยังเพิกเฉยอีกก็จะส่งเรื่องไปยังกรมบังคับคดี เพื่อดำเนินการยึดทรัพย์ต่อไป

ว่าที่ปลัดฮึ่มออกถ้าบังคับให้เซ็น

ด้าน น.ส.ชุติมา บุณยประภัศร ปลัดกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า ยังไม่มีการลงนามในหนังสือบังคับทางปกครองเรียกค่าเสียหายจากการขายข้าวจีทูจี รอคำสั่งอย่างเป็นทางการก่อน ทางกระทรวงพาณิชย์มีทีมกฎหมายดูแลเรื่องนี้อยู่แล้ว ที่จะส่งเรื่องไปยัง 6 ราย หากรายใดมีข้อโต้แย้งก็สามารถยื่นเรื่องที่ศาลปกครองได้

น.ส.วิบูลย์ลักษณ์ ร่วมรักษ์ อธิบดีกรมการค้าภายใน ว่าที่ปลัดกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า เรื่องการฟ้องร้องค่าเสียหายข้าวจีทูจี ตนไม่ได้เป็นผู้ดำเนินการมาตั้งแต่ต้น จึงไม่รู้รายละเอียด หากต้องเข้าไปดูแล คงต้องดูในรายละเอียดว่าเป็นอย่างไร ที่ผ่านมาปลัดกระทรวงพาณิชย์คนปัจจุบันและทีมงานของกรมการค้าต่างประเทศ ดำเนินการเรื่องนี้มาอย่างต่อเนื่องอยู่แล้ว

“หากจะให้เป็นผู้ลงนามในคำสั่งเรียกค่าเสียหาย ต้องมีเหตุผลและอธิบายได้ รวมถึงที่มาที่ไปว่าเป็นเพราะเหตุใด การจะเซ็นอะไรต้องดูให้รอบคอบ ทุกอย่างมีขั้นตอนและกระบวนการ ส่วนตัวมั่นใจว่าปลัดกระทรวงคนปัจจุบัน ซึ่งดูแลเรื่องนี้มาตั้งแต่ต้น เป็นผู้ที่รู้เรื่องจริง ไม่น่าจะมีการบังคับให้ลงนาม” น.ส.วิบูลย์ลักษณ์กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า น.ส.วิบูลย์ลักษณ์กล่าวกับคนใกล้ชิดว่า หลังเข้ารับตำแหน่งปลัดกระทรวงพาณิชย์หากมีการบังคับให้ลงนามเรียกค่าเสียหายข้าวจีทูจีก็อาจถอดใจลาออก

“วรงค์”อัด”อภิรดี”ไร้ภาวะผู้นำ

นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม อดีต ส.ส.พิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวว่า การที่นางอภิรดี ตันตราภรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ มอบอำนาจการลงนามคำสั่งทางปกครองเรียกค่าเสียหายจีทูจี ให้ปลัดกระทรวงพาณิชย์เป็นผู้ลงนามแทน สะท้อนถึงการไร้ภาวะผู้นำ เป็นรัฐมนตรีต่อไปก็ไม่สง่างาม ไปที่ไหนก็อายเขา การปราบปรามการทุจริตต้องการคนกล้าเพื่อความถูกต้อง ขนาดมีมาตรา 44 คุ้มครองก็ยังไม่กล้า อย่างนี้อยู่ไปเสียดายภาษีของประชาชน

นพ.วรงค์กล่าวว่า ได้ข่าวว่ารัฐบาลจะเปิดเผยตัวเลขความรับผิดทางแพ่งคดีรับจำนำข้าวของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ใน 1-2 วันนี้ แต่ยังยืนตามที่คณะกรรมการรับผิดทางแพ่งเสนอคือ ลดจาก 2.86 แสนล้านบาท เหลือ 1.78 แสนล้านบาท และคิดเพียง 20% เหลือ 35,717 ล้านบาท โดยคิดความเสียหายแค่ 3 ฤดูการผลิต จาก 5 ฤดูการผลิตเหลือ 1.78 แสนล้านบาท โดยอ้างว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์เพิ่งมารับทราบความเสียหายในฤดูการผลิตที่ 3 ทำไมไม่เอาหนังสือของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ลงวันที่ 7 ตุลาคม 2554 และวันที่ 30 เมษายน 2555 กับฝ่ายค้านก็มีการอภิปรายท้วงติงตั้งแต่วันแถลงนโยบาย ไม่ใช่อภิปรายไม่ไว้วางใจในเดือนพฤศจิกายน 2555 เพียงครั้งเดียว จึงน่าจะถือว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์รับทราบปัญหาตั้งแต่ต้น ส่วนการลดรอบ 2 คิดเพียง 20% เหลือ 35,717 ล้านบาท อีก 80% จะไปคิดจากใคร ในเมื่อ ป.ป.ช.ชี้มูล น.ส.ยิ่งลักษณ์เพียงคนเดียว

ทนาย”ปู”ติงใช้ม.44ยึดทรัพย์ส่อชี้นำ

นายนรวิชญ์ หล้าแหล่ง ทนายความ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ กล่าวถึงกรณีใช้มาตรา 44 ออกคำสั่งให้อำนาจกรมบังคับคดียึดทรัพย์ในความรับผิดทางละเมิดโครงการรับจำนำข้าวว่า บางข้อความในคำสั่งดังกล่าวมีลักษณะชี้นำหรือไม่ อย่างเช่นที่ระบุว่า

“เพื่อระงับยับยั้งมิให้เกิดความเสียหายแก่รัฐเพิ่มขึ้น” ซึ่งข้อความดังกล่าวทำให้เข้าใจได้ว่าเกิดความเสียหายขึ้นแล้ว ทั้งที่เรื่องดังกล่าวยังอยู่ในกระบวนการพิจารณาอีกหลายขั้นตอน หากออกคำสั่งหลังศาลตัดสินแล้ว จะเหมาะสมกว่า

นายนรวิชญ์กล่าวว่า คำสั่งดังกล่าวมีลักษณะบังคับใช้เจาะจง ไม่ได้มีสภาพบังคับใช้ทั่วไป คำสั่งดังกล่าวถือเป็นกฎหมาย หลักการออกกฎหมายควรบังคับใช้เป็นการทั่วไป และต้องเกิดประโยชน์ต่อสาธารณะ ไม่ควรบังคับใช้หรือเจาะจงกับใครคนใดคนหนึ่ง นอกจากนี้ คำสั่งดังกล่าวออกมาเพื่อคุ้มครองการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ ถามว่าหากเจ้าหน้าที่กระทำการด้วยความสุจริต ก็ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องออกคำสั่งมาเพื่อคุ้มครอง ดังนั้น การออกคำสั่งคุ้มครองเจ้าหน้าที่แบบนี้ มีนัยสำคัญอะไรหรือไม่

พท.ชี้ใช้ม.44ยึดทรัพย์เลือกปฏิบัติ

นายชวลิต วิชยสุทธิ์ รักษาการรองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวถึงกรณีใช้มาตรา 44 ให้อำนาจกรมบังคับคดียึดทรัพย์ในความรับผิดทางละเมิดโครงการรับจำนำข้าวว่า ขอให้ผู้เกี่ยวข้องไตร่ตรองให้รอบคอบจากข้อสังเกต ดังนี้ 1.กรมบังคับคดีจะยึดทรัพย์ผู้ใด จะดำเนินการตามคำพิพากษาของศาล การจะให้กรมบังคับคดีดำเนินการนอกเหนือจากนี้ ควรหรือไม่ 2.รัฐธรรมนูญทุกฉบับบัญญัติถึงสิทธิเสรีภาพของประชาชนคนไทยทุกคนย่อมได้รับการคุ้มครองทางกฎหมายโดยเท่าเทียมกัน ไม่เลือกปฏิบัติ กรณีนี้เป็นการเลือกปฏิบัติกับ น.ส.ยิ่งลักษณ์โดยเฉพาะหรือไม่

นายชวลิตกล่าวว่า 3.การเรียกค่าเสียหายจากคดีโครงการรับจำนำข้าว ผู้ถูกกล่าวหาเรียกร้องให้ฟ้องเป็นคดีแพ่งทางศาล เพราะจะได้รับความเชื่อถือมากกว่า แต่รัฐบาลกลับเลือกใช้วิธีออกคำสั่งทางปกครอง และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ยังไม่ได้ลงนาม อันเป็นข้อพิรุธว่ากระบวนการตรวจสอบความเสียหายมีมาตรฐาน ถูกต้อง ชอบธรรมหรือไม่ 4.ในคดีอาญายังอยู่ในชั้นไต่สวนพยาน ศาลยังมิได้มีคำพิพากษาว่าจำเลยกระทำผิด ดังนั้น ฝ่ายบริหารจะใช้ฐานความผิดใดมาเรียกค่าเสียหาย การดำเนินการกับผู้ถูกกล่าวหาที่ไม่เป็นไปตามหลักนิติธรรม ไม่เป็นผลดีต่อการสร้างความเชื่อมั่นทั้งในประเทศและต่างประเทศ

โวยบัญชีขาดทุนข้าวตัวเลขลอยๆ

แหล่งข่าวคณะทำงานฝ่ายกฎหมาย พรรค พท.กล่าวว่า คำสั่งมาตรา 44 ให้อำนาจกรมบังคับคดียึดทรัพย์จำนำข้าวผิดมาตั้งแต่ต้น เพราะไปเอาผลขาดทุนทางบัญชีมาเรียกเป็นความเสียหายว่ามีการทุจริต ทั้งที่นโยบายสาธารณะนั้นจะขาดทุนอยู่แล้ว ทั้งนี้บัญชีขาดทุนที่ยกมาเป็นบัญชีของ น.ส.สุภา ปิยะจิตติ กรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ซึ่งเป็นอดีตประธานคณะอนุกรรมการปิดบัญชีโครงการจำนำข้าว และ น.ส.แน่งน้อย เจริญทวีทรัพย์ ผู้สอบบัญชีรับอนุญาต และหนึ่งในอนุกรรมการปิดบัญชีโครงการรับจำนำข้าว ในรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ ซึ่งเป็นการยกตัวเลขขึ้นมาลอยๆ

แหล่งข่าวกล่าวว่า นอกจากนี้ น.ส.แน่งน้อยยังเขียนระบุไว้ในหมายเหตุว่า บัญชีที่ปิดนั้นไม่มีเอกสาร แต่กลับไม่มีใครพูดถึงตรงนี้ ถ้าหยิบเรื่องนี้ขึ้นมาจะทำให้ พล.อ.ประยุทธ์ตัดสินใจใหม่ เพราะต้องสอบบัญชีก่อน โดยให้สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) เป็นผู้สอบ ซึ่งในมุมขวาของบัญชี น.ส.แน่งน้อยและ น.ส.สุภาเขียนไว้เลยว่าบัญชีดังกล่าวยังไม่ได้สอบทานและตรวจสอบ ดังนั้นจะมายกบัญชีขาดทุนลอยๆ ไม่ได้ จะเอาอะไรมาอ้าง ยอดตรวจนับข้าววันนี้ยังไม่ครบเลย ก็ดำน้ำออกคำสั่งมาตรา 44 ไปทั้งๆ ที่เอกสารที่จะเอามายึดทรัพย์ยังไม่ถูกเลย ดังนั้นจะยึดทรัพย์บนฐานอะไร

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้แซ่บทุกนาง! รวมภาพ ‘คริส หอวัง’ พาลูกทีมสวมชุดว่ายน้ำอวดเซ็กซี่ริมทะเลหัวหิน
บทความถัดไป‘กม.เลือกตั้งส.ส.’ ฉบับแจกใบ’ส้ม-แดง-ดำ’