‘ชัยเกษม’ ร่อนจดหมายเปิดผนึก จี้ ‘ประยุทธ์’ ยอมรับความผิดพลาด แล้วฟังเสียง ปชช. เพราะหาก รบ.ยังดำเนินการอย่างอุกอาจ-เหิมเกริม ปท.ตกอยู่ในกลียุค
เมื่อวันที่ 15 สิงหาคม นายชัยเกษม นิติสิริ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทย (พท.) ทำจดหมายเปิดผนึกถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ว่าการประท้วงของประชาชนที่เกิดขึ้นตั้งแต่ปีที่แล้วจนถึงวันนี้ มาจากความไม่พอใจในการบริหารของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ ที่ล้มเหลวโดยสิ้นเชิง ส่งผลให้ประชาชนได้รับความทุกข์ยากกระจายไปทุกหย่อมหญ้า ตั้งแต่การบริหารเศรษฐกิจ การไม่ได้รับความเป็นธรรมทางกฎหมาย และเลวร้ายที่สุดคือการจัดการโรคระบาดที่ผิดพลาด ประชาชนที่ทนความล้มเหลวในการบริหารของรัฐบาลไม่ได้ จึงออกมาส่งเสียงแสดงพลังของตนผ่านสังคมออนไลน์และบนท้องถนน
ถึงอย่างนั้น รัฐบาลกลับไม่ได้สนใจรับฟังเสียงของพวกเขาที่ต้องทนทุกข์ทรมาน อดอยาก และประสบความยากลำบากในการดำรงชีวิต จนนำไปสู่การมีผู้เสียชีวิต นับพันรายและอาจถึงหมื่นรายในอนาคตอันใกล้ ทั้งจากโรคระบาด และจากการฆ่าตัวตายเพราะไม่อาจแก้ไขปัญหาการดำรงชีวิตของตัวเองได้ ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าเศร้าอย่างยิ่ง แทนที่รัฐบาลจะสำนึกในความผิดและรับฟังเสียงเรียกร้องของประชาชนที่ออกมาเรียกร้องให้รัฐบาลปรับปรุงแก้ไขการบริหารงานเพื่อให้ประชาชนปลอดภัยจากโรคระบาดร้ายแรง และให้การช่วยเหลือด้วยการแก้ไข เยียวยาความทุกข์ของประชาชน แต่รัฐบาลกลับสั่งการให้ใช้กำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าปะทะ จับกุมและดำเนินคดีประชาชน ปรากฏภาพการกระทำที่เกินสมควรแก่เหตุเกิดขึ้นอยู่เสมอ ซึ่งอาจเข้าข่ายความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 และ 200
อีกทั้งยังไม่มีการแก้ไข หรือดำเนินคดีตามกฎหมายต่อผู้เกี่ยวข้อง การสั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจใช้กำลังในการควบคุมฝูงชน กระทำการเกินกว่าเหตุและเกินกว่าอำนาจที่พึงมีในการสลายผู้ชุมนุม โดยไม่เป็นไปตามลำดับขั้นตอน ไม่สอดคล้องกับมาตรฐานสากลที่ประเทศไทยได้ลงนามไว้ในสนธิสัญญาว่าด้วยสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ อีกทั้งการออกข้อบังคับเพื่อจำกัดสิทธิเสรีภาพของประชาชนอย่างลุแก่อำนาจอาจเป็นการกระทำที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง รัฐบาลยังอาศัยอำนาจตาม พ.ร.ก.การบริหารราชการแผ่นดินในสถานการณ์ฉุกเฉิน ออกข้อกำหนดเกินกว่าอำนาจที่กฎหมายให้ไว้ เพื่อควบคุมสื่อมวลชนโดยมิชอบ อันเป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ แม้ต่อมาได้งดใช้ข้อกำหนดที่ออกมาโดยมิชอบแล้ว แต่ก็มิได้มีการดำเนินการทางอาญาหรือทางวินัยแก่ผู้เกี่ยวข้องแต่อย่างใด ภาพที่เห็นจึงเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ใช้อำนาจปราบปรามการรวมตัวของประชาชนที่ชุมนุมโดยสงบ และปราศจากอาวุธ อันเป็นการใช้สิทธิเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญ
นายชัยเกษมกล่าวอีกว่า นอกจากนี้ รัฐบาลยังพยายามที่จะออก พ.ร.ก.เพื่อยกเว้นความผิดของตัวเองที่บริหารจัดการโรคระบาดและวัคซีนผิดพลาดจนมีคนเจ็บป่วยล้มตายมากมายมหาศาล โดยไม่มีความสำนึกผิดแก่ชีวิตของพี่น้องประชาชน จากการปราบปรามประชาชนโดยรัฐครั้งแล้วครั้งเล่า เป็นผลให้ประชาชนได้รับบาดเจ็บและทำให้ทรัพย์สินเสียหายเป็นจำนวนมาก ราวกับว่ารัฐบาลมิได้เห็นประชาชนเป็นพี่น้องร่วมชาติของตัวเอง แต่เป็นอริราชศัตรูที่ต้องถูกทำลายล้างให้สิ้นไป จึงขอเรียกร้องให้รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ ยอมรับความจริงว่า รัฐบาลและคณะบริหารราชการแผ่นดินผิดพลาด จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ซึ่งมีการจับกุมประชาชนผู้ชุมนุมเรียกร้องประชาธิปไตยจำนวนมาก รัฐบาลและหน่วยงานในกระบวนการยุติธรรมทั้งหลายจะต้องใช้กฎหมายอย่างบริสุทธิ์ยุติธรรม ดำเนินการทางกฎหมายโดยยึดถือหลักนิติธรรมและเมตตาธรรมต่อพี่น้องประชาชนร่วมชาติเป็นสำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ต้องดูแลและเปิดโอกาสให้ผู้ถูกกล่าวหาได้รับสิทธิทางกฎหมาย ได้แก่ สิทธิการมีทนายความที่ปรึกษา สิทธิการปฏิเสธข้อกล่าวหา และสิทธิที่จะได้รับการปล่อยตัวชั่วคราวเพื่อต่อสู้คดีอย่างเต็มที่ ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่ผู้บังคับใช้กฎหมายก็ต้องถูกกวดขันมิให้ใช้กฎหมายอย่างไม่เป็นธรรม หากมีการฝ่าฝืนต้องดำเนินการตั้งคณะกรรมการสอบสวนความจริง เพื่อดำเนินคดีแก่ผู้กระทำผิดอย่างจริงจังและเสมอหน้า
“การดำเนินการของรัฐบาลต้องมองเห็นประชาชนทุกคนเป็นประชาชนคนไทยอย่างเท่าเทียม มิใช่เห็นเป็นอริราชศัตรูที่ต้องถูกทำลายล้างจนหมดสิ้นราบคาบ เพราะหากรัฐบาลดำเนินการอย่างอุกอาจเหิมเกริม เห็นกฎหมายบ้านเมืองเป็นเพียงเครื่องมือทำลายล้าง เห็นเจ้าหน้าที่ตำรวจทหารเป็นเพียงเบี้ยหมากใช้ เพื่อทำลายล้างประชาชนเช่นนี้ต่อไป ประชาชนที่จะเป็นกำลังสำคัญของชาติในภายภาคหน้าย่อมได้รับความเสียหาย ความน่าเชื่อถือของกฎหมายแผ่นดินหมดสิ้นไป สุดท้ายประเทศชาติอาจต้องตกอยู่ในกลียุค เหลือเพียงซากปรักหักพัง รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ ก็จะได้ชื่อจารึกว่าเป็นรัฐบาลทรราชที่ทำให้ประเทศตกต่ำที่สุดในประวัติศาสตร์ชาติไทย” นายชัยเกษมกล่าว

