เมื่อวันที่ 17 กันยายน นางสดศรี สัตยธรรม อดีตคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กล่าวถึงกรณีผู้ตรวจการแผ่นดินชี้มูลนายธีรวัฒน์ ธีรโรจน์วิทย์ กกต.ด้านกิจการพรรคการเมืองผิดจริยธรรม ว่า ที่ผ่านมาไม่เคยมีกกต.คนใดถูกองค์กรอื่นชี้มูลความผิดเรื่องจริยธรรม เมื่อผู้ตรวจการแผ่นดินส่งเรื่องมายังกกต. กกต. 4 คนไม่นับคนที่ถูกชี้มูลต้องร่วมกันพิจารณาว่าจะดำเนินการอย่างไรข้อเท็จจริงคือไม่มีบทบัญญัติใดที่ให้กกต.สั่งลงโทษกันเองได้
หน่วยงานที่มีอำนาจตอนนี้คือสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ในการถอดถอน แต่กรณีดังกล่าวมีประเด็นที่ตั้งข้อสังเกตว่าพฤติกรรมที่กกต.ถูกชี้มูลเกิดขึ้นในช่วงเวลาใดถ้าเกิดขึ้นสมัยที่เป็นกกต.แล้วทั้งเรื่องรับผลประโยชน์หรือจริยธรรมก็อาจเป็นอำนาจของป.ป.ช. ผู้ตรวจการแผ่นดิน และสภาฯ แต่หากเป็นพฤติกรรมที่เกิดขึ้นสมัยเป็นผู้พิพากษานั้นจะถือว่าอำนาจการสอบสวนเป็นของคณะกรรมการตุลาการ (กต.) หรือไม่เพราะกต.มีหน้าที่ตรวจสอบผู้พิพากษาที่กระทำความผิดสามารถให้ออกจากตำแหน่งและคำสั่งถึงที่สุดหน่วยงานอื่นก้าวล่วงไม่ได้
นางสดศรี กล่าวอีกว่า อีกทั้งก่อนที่จะมาเป็นกกต.ได้ต้องผ่านการคัดเลือกจากที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาและความเห็นชอบของส.ว. จึงอาจเป็นคำถามว่าเมื่อตอนพิจารณาคุณสมบัติความเหมาะสมนั้นเป็นไปอย่างละเอียดหรือไม่ดังนั้น กรณีนี้น่าจะเป็นหน้าที่ของกต. แม้จะเกิดเรื่องร้องเรียนภายหลังที่กกต.คนนี้ออกจากตำแหน่งผู้พิพากษาแล้วก็ตามอย่างไรก็ตามการที่เกิดเรื่องในดังกล่าวในช่วงที่มีกระแสว่ากกต.มีปัญหาภายในนั้นอาจเกิดมาจากคนในหรือคนในวงการการสับเปลี่ยนตำแหน่งประธานนั้นควรจะรอช่วงเวลาที่เหมาะสมรอให้รัฐธรรมนูญใหม่มีผลบังคับใช้ 5 เสือต้องมีความหนักแน่นไม่เช่นนั้นจะเป็นการเปิดโอกาสให้เซ็ตซีโร่กกต.ได้

