‘โฆษกรัฐ’ ชี้ รัฐบาลส่งเสริมให้ผู้พิการมีงานทำแล้วกว่า 3 หมื่นราย

18.09.16 | 10:27 น.

‘โฆษกรัฐ’โว รัฐบาลส่งเสริมให้ผู้พิการมีงานทำแล้วกว่า 3 หมื่นราย เผย’นายกฯ’กำชับ พม.พัฒนาฐานข้อมูลคนพิการอย่างบูรณาการ

เมื่อวันที่ 18 กันยายน พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ปีนี้รัฐบาลส่งเสริมให้ผู้พิการได้รับการจ้างงานแล้ว 34,601 ราย ทั้งในหน่วยงานภาครัฐและสถานประกอบการเอกชน รวมทั้งเร่งประชาสัมพันธ์ให้ความรู้แก่นายจ้างในการปฏิบัติตามกฎหมายเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้พิการ โดยมีสถานประกอบการปฏิบัติตามกฎหมายแล้ว 11,443 แห่ง คิดเป็นร้อยละ 97.07 ของสถานประกอบการทั้งหมดที่มีลูกจ้าง 100 คนขึ้นไป สำหรับสถานประกอบการที่มีลูกจ้าง 100 คนขึ้นไปจะต้องจ้างลูกจ้างในอัตราส่วนลูกจ้าง 100 คนต่อผู้พิการ 1 คน ของลูกจ้าง 100 คน หากเกิน 50 คนจะต้องรับผู้พิการเพิ่มอีก 1 คน ซึ่งนายจ้างสามารถนำค่าใช้จ่ายในการจ้างผู้พิการ และการจัดสิ่งอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้พิการไปหักเป็นค่าใช้จ่ายได้ 2 เท่าของค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริงในการคำนวณกำไรสุทธิเพื่อเสียภาษีเงินได้ของสถานประกอบการ ส่วนสถานประกอบการที่ไม่รับผู้พิการเข้าทำงานตามเงื่อนไขดังกล่าว จะต้องส่งเงินเข้ากองทุนส่งเสริมคนพิการและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการเป็นรายปี

พล.ต.สรรเสริญกล่าวต่อว่า นอกจากนี้ ยังมีโครงการส่งเสริมการรวมกลุ่มของคนพิการหรือผู้ดูแลคนพิการเพื่อประกอบอาชีพ จำนวน 120 กลุ่ม กลุ่มละ 50,000 บาท โดยจะต้องมีสมาชิก 20 คนขึ้นไป ประกอบอาชีพในพื้นที่มาแล้วไม่น้อยกว่า 3 เดือน มีแผนการดำเนินงานต่อไปเป็นรูปธรรมชัดเจน และได้รับการคัดเลือกจาก พม.จังหวัด ซึ่งมีผู้ได้รับประโยชน์แล้ว 3,015 คน ทั้งนี้ ผู้พิการสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมและแสดงความประสงค์เพื่อหางานทำ ได้ที่ สำนักงานจัดหางาน ศูนย์บริการคนพิการ ทุกจังหวัด และในเว็บไซต์ตลาดงานคนพิการ

“นายกรัฐมนตรีได้กำชับกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ให้พัฒนาระบบฐานข้อมูลคนพิการให้ครบถ้วนและเชื่อมโยงกับทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง เพื่อความสะดวกในการจัดสวัสดิการและการพัฒนาอาชีพแก่คนพิการอย่างเหมาะสม สอดคล้องกับแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานระบบการชำระเงินแบบอิเล็กทรอนิกส์แห่งชาติ และฝากถึงผู้ประกอบการให้เปิดใจค้นหาศักยภาพของลูกจ้างพิการ ซึ่งไม่แตกต่างกับคนทั่วไปที่มีข้อจำกัด มีสิ่งที่ทำไม่ได้ และมีสิ่งที่ทำได้เป็นอย่างดี จะช่วยให้ได้กำลังสำคัญในการขับเคลื่อนงานของสถานประกอบการเพิ่มมากขึ้น นอกจากนี้ รัฐบาลได้จัดระบบให้ความช่วยเหลือแก่ทั้งนายจ้างที่ประสบปัญหาในการจ้างงานคนพิการ และคนพิการที่ประสบปัญหาการทำงานในทุกกรณี สามารถขอความช่วยเหลือจากนักสังคมสงเคราะห์ได้” พล.ต.สรรเสริญกล่าว