‘โฆษก ปชป.’ โดดป้อง ‘พณ.’ อัดฝ่ายค้านอย่าเอาดีใส่ตัวเอาชั่วใส่คนอื่น ยันยุค ‘จุรินทร์’ ผลงานเพียบ

22.08.21 | 12:03 น.

‘โฆษก ปชป.’ โดดป้อง ‘พณ.’ อัดฝ่ายค้านอย่าเอาดีใส่ตัวเอาชั่วใส่คนอื่น อย่าใช้คำพูดทำลายน้ำใจ ปชช. ยันยุค ‘จุรินทร์’ มีผลงานเพียบ

เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม นายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการที่ฝ่ายค้านอภิปรายพาดพิงกระทรวงพาณิชย์ในการประชุมสภาเพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณปี 2565 มาตรา 19 งบประมาณรายจ่ายของกระทรวงพาณิชย์และหน่วยงานในกำกับว่า ฝ่ายค้านอภิปรายเพื่อให้ได้แต่ประโยชน์ในทางการเมือง โดยไม่เคยคิดถึงประโยชน์ที่พี่น้องประชาชนได้รับ เพราะการทำงานของกระทรวงพาณิชย์กับคำอภิปรายของฝ่ายค้านนั้นสวนทางกับความเป็นจริงทั้งหมด นโยบายของกระทรวงพาณิชย์มีประชาชนได้รับประโยชน์เป็นจำนวนมาก เช่น พี่น้องเกษตรกรได้รับประโยชน์จากโครงการประกันรายได้ มีเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการทั้งสิ้น 7.67 ล้านครัวเรือน ได้รับประโยชน์ แบ่งเป็นเกษตรกรผู้ปลูกข้าว 4.5 ล้านครัวเรือน ยางพารา 1.78 ล้านครัวเรือน มันสำปะหลัง 5.2 แสนครัวเรือน ปาล์มน้ำมัน 3.7 แสนครัวเรือน และข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ 4.5 แสนครัวเรือน เป็นนโยบายที่เป็นหลักประกันให้พี่น้องเกษตรกรอยู่ได้

“ฝ่ายค้านควรติดตามข้อมูลเหล่านี้บ้าง ไม่ใช่อยู่ตรงข้ามกันในทางการเมืองแล้วละเลยความจริง บิดเบือนพูดจาเอาดีใส่ตัวเอาชั่วใส่คนอื่น” นายราเมศกล่าว

โฆษกพรรคประชาธิปัตย์กล่าวต่อว่า ส่วนที่กล่าวหาเรื่องการทำตลาดนอกประเทศนั้นก็สวนทางกับความเป็นจริง เพราะตัวเลขส่งออกในสมัยนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้ผลักดันการส่งออกข้อมูลล่าสุดในเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา บวกไปถึง +43.82% ซึ่งถือว่าเป็นบวกสูงสุดในรอบ 11 ปี ขณะที่รายได้จากการท่องเที่ยวได้รับผลกระทบ แต่ตัวเลขการส่งออกก็สามารถเป็นคำตอบได้เป็นอย่างดีที่เข้ามาช่วยระบบเศรษฐกิจได้ และถือเป็นความสำเร็จให้กับประเทศในช่วงวิกฤต ส่วนราคาพืชผลที่เป็นปัญหา กระทรวงพาณิชย์ไม่เคยละเลย ไม่เคยทอดทิ้งพี่น้องเกษตรกร หาแนวทางช่วยเหลืออย่างเต็มที่ตลอดมา ไม่ว่าจะเป็นมังคุด หรือลำไย ทุกคนทุ่มเทแก้ปัญหาจนสถานการณ์ดีขึ้นตามลำดับ และในระยะยาวกระทรวงพาณิชย์ก็คิดแนวทางรองรับไว้ชัดเจน และยังมีนโยบายอีกเป็นจำนวนมากที่ผลักดันจนประสบผลสำเร็จ แต่ในปีนี้ด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้เกิดผลกระทบเป็นวงกว้าง ดังนั้น ทุกฝ่ายจึงต้องช่วยกันแก้ช่วยกันทำ

“การเสนอที่จะให้ยุบกระทรวงพาณิชย์ทิ้ง ถือเป็นคำพูดที่ทำลายน้ำใจประชาชนที่ได้รับการช่วยเหลือได้รับประโยชน์จากการดูแล ทำลายน้ำใจข้าราชการที่ทุ่มเทตั้งใจทำงานกันอย่างเต็มที่ คำพูดดังกล่าวทำให้ทุกคนเสียกำลังใจได้ และหากมีแนวคิดแบบแย่ๆ เช่นนั้น คงมีหลายคนที่อยากยุบไปตั้งแต่สมัยมีเรื่องทุจริตจำนำข้าว แต่คนดีๆ เขาไม่คิดและไม่เสนอเช่นนั้น จะไปพูดแบบเหมารวมทั้งหมดไม่ได้ ต้องรู้จักแยกแยะ” นายราเมศกล่าว