บก.สำนักพิมพ์สามัญชน ส่งจม.เปิดผนึก ถึงคกก.วัฒนธรรมให้ทบทวนมติถอด สุชาติ สวัสดิ์ศรี
จากกรณีที่มีกระแสข่าวคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ มีมติยกเลิกการประกาศยกย่องเชิดชูเกียรติ นายสุชาติ สวัสดิ์ศรี ศิลปินแห่งชาติ สาขาวรรณศิลป์ ปี พ.ศ.2554 ทำให้เกิดข้อถกเถียง แสดงความไม่เห็นด้วย และเตรียมแสดงจุดยืนเพื่อตอบโต้หากมีการอนุมัติถอดถอนนั้น ขณะเดียวกันผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสุชาติจะขอรอจดหมายอย่างเป็นทางการจากกระทรวงฯ ว่ามีรายละเอียดอย่างไรบ้าง
เมื่อวันที่ 23 ส.ค. นายเวียง วชิระ บัวสนธ์ บรรณาธิการสำนักพิมพ์สามัญชน ได้โพสต์ข้อความ จดหมายเปิดผนึก ขอให้ทบทวนมติถอดถอนศิลปินแห่งชาติ (สุชาติ สวัสดิ์ศรี)
โดยระบุว่า. เรียน คณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ
.
ตามที่พวกท่านได้มีการประชุมเมื่อวันที่ 19 สิงหาคม ที่ผ่านมา กระทั่งปรากฏเป็นข่าวในวันรุ่งขึ้นโดยวุฒิสมาชิกนายหนึ่ง ว่าได้มีการลงมติถอดถอนศิลปินแห่งชาติท่านหนึ่งเรียบร้อยแล้ว ก่อนจะมีสื่อหลายสำนักรายงานว่าศิลปินแห่งชาติที่พวกท่านร่วมกันถอดถอนอย่างเป็นเอกฉันท์นั้นก็คือ สุชาติ สวัสดิ์ศรี ศิลปินแห่งชาติ สาขาวรรณศิลป์ ประจำปีพุทธศักราช 2554
.
ทันทีที่สาธารณชนรับรู้ เป็นปกติธรรมดาว่าย่อมมีทั้งผู้ต่อต้านและขานรับสนับสนุน กระนั้น ข้อน่าสังเกตอย่างสำคัญประการหนึ่งก็คือ แทบทั้งหมดทั้งมวลล้วนลงความเห็นไปในทิศทางเดียวกัน ว่าถ้าเป็นสุชาติ สวัสดิ์ศรี ก็ดูจะมีเรื่องเดียวเท่านั้น นั่นคือการแสดงความคิดเห็นทางการเมือง โดยเฉพาะบนหน้ากระดาน Facebook ที่ปรากฏชัดเจนมาตลอดต่อเนื่องกว่า 7 ปี ว่าเป็นฝ่ายตรงข้ามกับคณะรัฐประหาร (คสช.) ต่อเนื่องมาจนถึงรัฐบาลประยุทธ์ จันทร์โอชา ตราบทุกวันนี้
.
กล่าวอีกนัยหนึ่งคงต้องว่า นอกจากการแสดงความคิดเห็นทางการเมืองเรื่องสังคมในกรณีต่างๆ แล้ว สุชาติ สวัสดิ์ศรี มิได้ก่อคดีจนมีมลทินมัวหมองในเรื่องอื่นใดทั้งสิ้น!
.
เช่นนี้เอง บรรดาผู้รักความเป็นธรรม รวมทั้งองค์กรทางวรรณกรรม ตลอดจนครูบาอาจารย์ นักคิดนักเขียน คนหนุ่มสาวเยาวชนคนรุ่นใหม่ที่แสวงหาประชาธิปไตย หรือเรียกรวมๆ ว่าพวกไม่เอาเผด็จการ ต่างส่งเสียงต่อต้านการปลดหรือถอดถอนศิลปินแห่งชาติท่านนี้อย่างอึงคะนึงยิ่ง! กระทั่งมีการเสวนาในคลับเฮาส์ถึงแนวคิดอันล้าหลังด้านศิลปวัฒนธรรม และมีการรณรงค์ถอดถอนคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติอีกด้วย รวมทั้งเริ่มมีสื่อต่างประเทศบางฉบับลงข่าวเรื่องนี้
.
ผมอยากเรียนด้วยความสุจริตใจให้พวกท่านฟังว่า พายุลูกนี้เพิ่งจะก่อตัวเท่านั้น มันจะตามมาอีกหลายระลอกแน่ๆ ควรสำเหนียกไว้สักนิด ว่าในหมู่ครูบาอาจารย์ นักวิชาการด้านวรรณกรรมนักศึกษาตามสถาบันชั้นนำระดับโลกที่ให้ความสนใจวรรณกรรมไทยร่วมสมัย ต่างรับรู้กันดีว่าสุชาติ สวัสดิ์ศรี เป็นแหล่งข้อมูลสำคัญยิ่งด้านนี้มาเกินกว่าสี่สิบปีแล้ว พูดอีกแบบก็ต้องว่า สุชาตินี่แหละที่ทั้งเผยแพร่และส่งเสริมวรรณกรรมไทยร่วมสมัยให้เป็นที่รับรู้ในระดับสากลยิ่งกว่ากรมส่งเสริมวัฒนธรรมด้วยซ้ำ ลำบากนักก็ย้อนกลับไปเปิดอ่านคำประกาศเกียรติคุณโดยละเอียดในหนังสือศิลปินแห่งชาติ ปี 2554 ก็จะรู้
.
เรียนตรงๆ ผมไม่แน่ใจว่าคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติได้ยินเสียงคัดค้านเหล่านี้บ้างหรือไม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เคยวิเคราะห์คาดคำนวณกันไว้บ้างหรือเปล่า ว่าจะนำไปสู่อะไร หรือสักแต่ใช้อำนาจบาตรใหญ่โดยไม่แยแสใส่ใจด้วยซ้ำว่าขัดต่อรัฐธรรมนูญ หมวด 3 (มาตรา 25 – 49) หรือไม่อย่างไร อย่าว่าแต่ถ้าผู้เสียหายใช้สิทธิ์ดำเนินคดีต่อศาลปกครอง สุดท้ายแล้วจะลงเอยเช่นไร ไม่ต้องนับว่าผ่านมาแค่ไม่กี่วัน ผู้คนในสังคมส่ายหน้าระอาใจขนาดไหน
.
พวกท่านไม่รู้หรือไง ว่ากำลังทำให้ศิลปินแห่งชาติทั้งหลายพลอยเดือดร้อนไปด้วย เพราะบัดนี้ เริ่มมีผู้คนจำนวนไม่น้อยวิพากษ์วิจารณ์กันบ้างแล้วว่า การกระทำดังกล่าว เท่ากับเป็นการปรามให้ศิลปินแห่งชาติท่านอื่นๆ จงหุบปาก หรือเป็น ‘เด็กดี’ ตามที่กระทรวงวัฒนธรรมหรือรัฐบาลต้องการเท่านั้น!
.
ผมรายงานสถานการณ์คร่าวๆ สามสี่วันมานี้ เพียงเพื่อเสนอให้คณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติจงทำความจริงเรื่องนี้ให้กระจ่างโดยเร็วที่สุด สังคมจะได้ไม่เกิดข้อกังขา ว่าจริงหรือไม่ที่พวกท่านมีมติถอดถอนสุชาติ สวัสดิ์ศรี ถ้าใช่ ด้วยสาเหตุใด และในการนี้ ควรเตรียมคำอธิบายเผื่อไว้เลยนะครับ ว่าข้อกำหนดหรือกฎระเบียบที่เพิ่งตราขึ้นเมื่อพฤษภาคมปีที่แล้ว ในกรณีให้มีการถอดถอนศิลปินแห่งชาติได้นั้น แท้แล้วมิได้ผลิตขึ้นเพียงเพื่อเตรียมการ ‘เล่นงาน’ สุชาติ สวัสดิ์ศรี โดยเฉพาะ!
.
หรือไม่ ก็โปรดทบทวนมติดังกล่าวกันเสียใหม่ จะตีเนียนทำมึนไม่รู้ไม่ชี้ โยนขี้ให้วุฒิสมาชิกท่านหนึ่งที่นำความเรื่องนี้มาแจ้งต่อสาธารณะก็ว่ากันไป แต่น่าจะดีกว่า ถ้าหนึ่งในคณะกรรมการที่ชงเรื่องนี้เข้าสู่ที่ประชุมจะรู้จักสำแดงวัฒนธรรมแห่งความรับผิดชอบ หรือรู้จักละอายด้วยการประกาศลาออกอย่างเป็นทางการ โทษฐานสร้างความตกต่ำให้กับแวดวงศิลปวัฒนธรรมอย่างไม่เข้าท่า
.
ด้วยปรารถนาดีโดยแท้ (แม้มิอาจนับถือได้เลยสักนี้ด…ก็ตาม)
.
เวียง-วชิระ บัวสนธ์
บรรณาธิการสามัญชน
– –
หมายเหตุ (สำหรับคณะกรรมการฯ) : สุชาติ สวัสดิ์ศรี มีอีกนามปากกา (ในอดีต) ว่า ‘สิงห์สนามหลวง’ สาธุชนผู้เจริญแล้วย่อมตระหนักดี ว่าวิสัยแห่งสิงห์ย่อมส่งเสียงคำรามเป็นธรรมดา ไม่ใช่ลูกหมาตัวน้อยๆ ที่จะเที่ยวคอยเคล้าแข้งเลียขาใครม้าง…

