40 ส.ส. พท. ยื่นโต้คำสั่ง ป.ป.ช. ตรวจสอบเสนอ กม. นิรโทษ ฯ
เมื่อวันที่ 19 ก.ย. 59 ที่สำนักงาน ป.ป.ช. อดีต ส.ส. พรรคเพื่อไทย ได้เข้ายื่นหนังสือต่อประธานและกรรมการ ป.ป.ช. ทุกคน เพื่อขอให้มีคำสั่งทบทวนการมีมติแต่งตั้งคณะอนุกรรมการไต่สวน ตามคำสั่งคณะกรรมการ ป.ป.ช. ที่ 1056/2559 ลงวันที่ 26 ก.ค. 59 กรณีที่ นายบวร ยสินทร ได้ยื่นกล่าวหาอดีต ส.ส. จำนวน 40 คน ที่เข้าชื่อเสนอร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมแก่ผู้ซึ่งกระทำความผิดเนื่องจากการชุมนุมทางการเมือง การแสดงออกทางการเมืองของประชาชน พ.ศ…. เมื่อปี 2556 ว่าเป็นการใช้อำนาจในตำแหน่งหน้าที่โดยมิชอบ ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตฯ มาตรา 123/1
เหตุที่ต้องมายื่นหนังสือต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. เพื่อขอให้ทบทวนมติในครั้งนี้ เพราะเห็นได้โดยชัดเจนว่า เรื่องที่กล่าวหาไม่ใช่เรื่องที่อยู่ในอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ที่จะดำเนินการไต่สวนได้ เนื่องจากการเข้าชื่อเสนอกฎหมายของ ส.ส. เป็นการใช้สิทธิและอำนาจหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญฯ ปี 2550 ซึ่งใช้บังคับอยู่ในขณะนั้นและถือเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการนิติบัญญัติอันเป็นเรื่องที่อยู่ในอำนาจหน้าที่ของรัฐสภาโดยแท้ ส่วนที่กล่าวหาว่าเนื้อหาของร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมฯ มีการนิรโทษกรรมให้กับผู้กระทำการทุจริตนั้น ก็ไม่เป็นความจริงเพราะเมื่อดูเนื้อหาของร่างกฎหมายดังกล่าวในมาตรา 3 และมาตรา 4 ก็ไม่มีข้อความใดที่จะเปิดช่องให้มีการนิรโทษกรรมให้กับผู้กระทำการทุจริต โดยร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้มุ่งนิรโทษกรรมให้กับประชาชนทุกกลุ่ม ทุกสี ที่เกี่ยวกับการชุมนุมและการแสดงออกทางการเมืองโดยไม่รวมถึงแกนนำผู้มีอำนาจสั่งการด้วย ซึ่งสอดคล้องกับกฎหมายนิรโทษกรรมที่เคยประกาศใช้มาแล้วในอดีตกว่ายี่สิบฉบับ ดังนั้น การตั้งคณะอนุกรรมการไต่สวนฯ ในเรื่องที่ไม่อยู่ในอำนาจหน้าที่และเนื้อหาของร่างกฎหมาย ก็มีความชัดเจน ทั้งในหลักการและเนื้อหาว่าไม่ได้เกี่ยวข้องกับคดีทุจริต การที่คณะกรรมการ ป.ป.ช.มีคำสั่งให้ไต่สวนข้อเท็จจริง จึงเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง
นอกจากนี้ยังมีข้อที่น่าสั่งเกตว่า นายบวร ยสินทร ผู้ร้องในคดีนี้เป็นผู้ที่มีแนวคิดเป็นปรปักษ์กับพรรคเพื่อไทยมาโดยตลอด และได้ยื่นคำร้องมาตั้งแต่ปี 2556 ซึ่งร่างกฎหมายนั้นก็ไม่ได้มีผลใช้บังคับ อีกทั้งรัฐธรรมนูญฯ ปี 2550 ก็ได้ถูกเลิกแล้ว เหตุใดคณะกรรมการ ป.ป.ช. จึงหยิบยกเรื่องดังกล่าวมาพิจารณาทั้งที่เวลาผ่านมากว่า 3 ปีแล้ว จึงมองว่าน่าจะมีนัยทางการเมืองแอบแฝง

