หน้าแรก การเมือง ผู้ว่าฯปู เปิ...

ผู้ว่าฯปู เปิดใจ หลังถูกโยกไปอ่างทอง ยันไม่เคยยอมแพ้ จะทำงานเต็มที่ จนวันสุดท้าย

24.08.21 | 16:57 น.

ผู้ว่าฯปู เปิดใจ หลังถูกโยกไปอ่างทอง ยันไม่เคยยอมแพ้ จะทำงานเต็มที่ จนวันสุดท้าย

หลังจากที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบตามที่กระทรวงมหาดไทยเสนอให้ นายวีระศักดิ์ วิจิตร์แสงศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร ไปดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดอ่างทอง แล้วให้นายณรงค์ รักร้อย พ้นจากตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดอุทัยธานี ไปเป็นผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร และนายขจรเกียรติ รักพานิชมณี พ้นจากตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดอ่างทอง ไปเป็นผู้ว่าราชการจังหวัดอุทัยธานี


ขณะที่ตามรายงานข่าวก่อนหน้านี้ นายวีระศักดิ์ ได้ยื่นหนังสือขอลาออกจากราชการ หลังเผชิญกับปัญหาสุขภาพ แต่ ทางกระทรวงมหาดไทย ได้ระงับหนังสือลาออกฉบับดังกล่าวไว้ก่อนแล้ว

ต่อมาเมื่อเวลาประมาณ 15.00 น. ของวันที่ 24 สิงหาคม นายวีระศักดิ์ วิจิตร์แสงศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร เปิดใจว่า ในส่วนของตนเองนั้นยังไม่อยากพูดถึงเรื่องของการโยกย้ายในครั้งนี้ เพราะยังไม่เห็นคำสั่งใดๆ เลย โดยวันนี้ก็ยังคงอยู่แต่ในห้องทำงานเท่านั้น แต่ทั้งนี้ตามที่มีการนำเสนอข่าวออกมา ก็ต้องขอขอบคุณทางผู้บังคับบัญชา ที่เห็นความสำคัญจากการที่ตนเองได้ทุ่มเทการทำงานมาอย่างต่อเนื่อง และยังต้องขอยืนยันว่าไม่ว่าจะอย่างไร คนสมุทรสาครจะไม่มีทางยอมแพ้กับอุปสรรคที่เกิดขึ้นอย่างแน่นอน

Advertisement

“ฉะนั้นในส่วนของตนเป็นเรื่องเกี่ยวกับสุขภาพล้วนๆ ส่วนเรื่องที่ก่อนหน้านี้ตนเองเคยขอย้ายไปบริหารงานที่จังหวัดอ่างทอง ก็อยากจะบอกว่าในส่วนเรื่องของตนนั้น ตอนนี้ได้มีการปรับความเข้าใจตรงกันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยบางคนอาจจะมองว่าการย้ายไปอยู่ที่จังหวัดอ่างทอง ซึ่งเป็นจังหวัดที่เล็กกว่าสมุทรสาครนั้น เพราะปัญหาสถานการณ์โควิด

แต่จริงๆแล้วอยากจะบอกว่า ตนเองไม่เคยยอมแพ้กับปัญหาที่เกิดขึ้น แต่ที่ต้องการขอย้ายก็มาจากปัญหาทางด้านของสุขภาพร่างกายเท่านั้นเอง เพราะตนเองต้องรักษาตัวด้วยการทำกายภาพบำบัดกับแพทย์ของโรงพยาบาลอ่างทอง หลังจากที่ออกจากศิริราช ดังนั้นจึงต้องการที่จะกลับไปรักษาตัวอย่างต่อเนื่องที่จังหวัดอ่างทอง ซึ่งใกล้กับบ้านพักของตนเอง”

นายวีระศักดิ์ กล่าวอีกว่า ตอนนี้ยังคงมีหน้าที่สำคัญ คือการปฏิบัติงานในฐานะผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร ต้องทำงานให้เต็มที่ และดีที่สุด จนถึงวันสุดท้ายของการทำงานที่นี่ โดยตนมีเป้าหมายหลักคือ การทำให้คนสมุทรสาครติดเชื้อไม่เกินวันละ 1,000 คนให้ได้ ตามแผนพลิกฟื้นสมุทรสาคร ภายในสิ้นเดือนสิงหาคมนี้

และถ้าเป็นไปได้หลังจากที่สหรัฐอเมริการับรองวัคซีนไฟเซอร์เป็นที่เรียบร้อยแล้วนั้น ก็ยังคิดว่าหากในอนาคต สามารถให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นสามารถจัดซื้อวัคซีนไฟเซอร์มาฉีดให้กับพี่น้องประชาชนชาวจังหวัดสมุทรสาครได้ ก็จะเป็นเรื่องที่ดีมาก

นายวีระศักดิ์ กล่าวทิ้งท้ายว่า แม้วันนี้ ครม.จะมีมติเห็นชอบให้ผู้ว่าฯ ย้ายไปดำรงตำแหน่งที่จังหวัดอ่างทองนั้น แต่สิ่งที่ตนอยากจะบอกกับพี่น้องชาวจังหวัดสมุทรสาครที่ให้ความรัก และความเชื่อมั่นในการทำงานของผู้ว่าฯมาตลอดคือ เวลาที่ผู้ว่าฯ จะยังคงอยู่กับพี่น้องชาวจังหวัดสมุทรสาครนั้นอีกหลายวัน และตนจะทำหน้าที่ให้เต็มที่ในทุกเวลาที่เรายังคงอยู่

“สิ่งสำคัญที่อยากจะให้คนสมุทรสาครได้ยึดไว้เป็นหลักประกันที่สำคัญของชีวิตคือ เราเป็นคนสมุทรสาคร เราต้องรักกัน ช่วยเหลือกัน ผู้ว่าฯ ไม่ใช่คนที่นี่ ไม่ไปวันนี้ วันหน้าก็ต้องไป แต่คนสมุทรสาครยังคงต้องอยู่ที่นี่ ฉะนั้นคนสมุทรสาครยังคงต้องรักและสามัคคีกันไว้ เชื่อว่าปัญหาและอุปสรรค ณ วันนี้พวกเราต้องมีด้วยกันทุกคน แต่จะมีมากหรือมีน้อยขึ้นอยู่กับบทบาทหน้าที่ที่แตกต่างกันไป

ดังนั้นขอให้ทุกคนทำให้ดีที่สุด แล้วชัยชนะจะตามมา ส่วนการรับไม้ ส่งไม้ต่อให้กับผู้ว่าราชการจังหวัดอุทัยธานีนั้น ก็คงจะต้องมีการพูดคุยหารือกันต่อไปในอนาคตหลังจากที่ทุกอย่างมีคำสั่งออกมาอย่างชัดเจนเสียก่อน”

ท้ายที่สุด นายวีระศักดิ์ วิจิตร์แสงศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร กล่าวด้วยว่า มติที่ออกมานั้น ตนเองก็ต้องปฏิบัติตามคำสั่งของผู้บังคับบัญชา เพราะตนเป็นข้าราชการคนหนึ่ง แต่ก็ต้องขอขอบคุณที่เห็นว่าตนเองยังคงมีประโยชน์ต่อการทำงานในตำแหน่งนี้ต่อไป

ขณะที่นายวุฒิภักร ลี้ทรัพย์ธนะโรจน์ เจ้าของร้านขายเสื้อกีฬา บอกว่า ความรู้สึกที่ตนมีกับผู้ว่าฯปู คือตนรู้สึกดีใจกับท่าน เพราะว่าตลอดเวลาที่ท่านอยู่ ท่านทำงานได้เต็มที่แล้วจริงๆ และผมคิดว่าคนในจังหวัดสมุทรสาครทุกคน ก็ยินดีกับท่านที่ท่านได้ย้าย เพราะเห็นท่านทำงานด้วยความทุ่มเทจริงๆ แต่ว่าเรื่องสุขภาพของท่าน คือทุกคนต้องเข้าใจ ถึงท่านจะไป ทุกคนก็ยังคงจะพูดถึงท่าน และในปีสุดท้ายที่ท่านทำงานนั้น อยากให้ท่านทำงานด้วยความสบายใจ แต่ก็เชื่อว่าท่านต้องทำเพื่อประชาชนทุกวัน คือไม่มีวันไหนที่ท่านได้พักหรอก ด้วยมุมที่ท่านเป็นคนทำงาน ก็อยากให้ท่านดูแลสุขภาพ สุขภาพแข็งแรง และอยู่กับประชาชนไปนานๆ