“คำนูณ” จับตากมธ.พิจารณาร่างกฎหมายตำรวจเดินหน้าถกต่อ หลังโควิดพ่นพิษดองกฎหมาย ทำล่าช้า เหน็บรบ. แค่เปิดกว้างแก้ แต่ไม่มีความชัดเจน ชี้ ปัญหาสำคัญคือแต่งตั้งโยกย้ายใช้อามิสสินจ้าง แสวงหาผลประโยชน์จากผู้ต้องหา
เมื่อวันที่ 25 สิงหาคม ที่รัฐสภา นายคำนูณ สิทธิสมาน ส.ว. ในฐานะคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ…. รัฐสภา กล่าวถึงกรณีที่มีกระแสให้ปฏิรูปตำรวจ หลังจากเกิดกรณีพ.ต.อ.ธิติสรรค์ อุทธนผล หรือผู้กำกับโจ้ และทีมงาน ซ้อมผู้ต้องหาคดียาเสพติดจนเสียชีวิตว่า กรณีอื้อฉาวของตำรวจนอกจากกรณีนี้ ยังมีอีกหลายกรณี เช่น การปล่อยให้มีบ่อนแถวภาคตะวันออกจนทำให้เกิดการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 ระลอก 2-3 รวมถึงกรณีคลัสเตอร์ทองหล่อ และกรณีอื่นๆ ที่มีผู้ต้องหาหายตัว เหมือนเป็นปัญหาที่อยู่บนยอดภูเขาน้ำแข็งในวงการตำรวจ โดยปัญหาที่สำคัญคือเรื่องการแต่งตั้งโยกย้ายที่ไม่เป็นธรรม ซึ่งถูกวิพากษ์วิจารณ์ทุกปีว่าเกิดจากการวิ่งเต้นที่ใช้อามิสสินจ้าง ผู้ที่ได้รับตำแหน่งสูงถูกกล่าวหา ทำให้กระทบความสุขสงบและความเป็นธรรมของประชาชน จึงเป็นที่มาของการปฏิรูปตำรวจ
นายคำนูณ กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ผู้ต้องหามักตกเป็นหนึ่งในการแสวงหาผลประโยชน์ ซึ่งรัฐธรรมนูญปี 60 มองเห็นปัญหานี้และกำหนดให้ปฏิรูปตำรวจภายใน 1 ปี โดยมีประเด็นสำคัญคือ เรื่องการแต่งตั้งโยกย้าย โดยนายมีชัย ฤชุพันธุ์ เป็นประธานยกร่างกฎหมายดำเนินการแล้วเสร็จภายในปี 2561 และส่งไปให้รัฐบาล แต่รัฐบาลหมดอายุพอดี จึงเกิดรัฐบาลใหม่ที่มาจากการเลือกตั้ง ซึ่งคือรัฐบาลชุดนี้เมื่อเข้ามาทำหน้าที่ก็ตั้งกรรมการปฏิรูปตำรวจขึ้นมาอีกรอบ และมีนายมีชัยเป็นประธานยกร่างอีกครั้ง โดยยึดรูปแบบร่างคล้ายของเดิม จากนั้นส่งให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาเพื่อส่งให้รัฐสภาดำเนินการต่อไป แต่ครม.กลับส่งร่างดังกล่าวไปให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ปรับแก้ไขได้ ทำให้กระทบสาระสำคัญของร่างกฎหมายปฏิรูปตำรวจ จากนั้นส่งให้รัฐสภาดำเนินการ ซึ่งรัฐบาลเองก็ไม่มีความชัดเจนว่าอยากให้การปฏิรูปตำรวจเป็นไปในทิศทางใด เรื่องการป้องกันการแต่งตั้งโยกย้ายที่นายมีชัยร่างขึ้นก็หายไปจากร่างนี้
“ตอนนี้ร่างกฎหมายอยู่ในชั้นการพิจารณาของกมธ.พิจารณาร่างพ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติฯ ซึ่งจะกลับมาประชุมอีกครั้งในวันที่ 27 สิงหาคมนี้ โดยที่ประชุมยังมีความเห็นที่แตกต่างกันมาก และยังไม่มีทิศทางที่ชัดเจนจากรัฐบาลว่าจะเอาอย่างไร เพราะคงมองว่าเป็นเรื่องของรัฐสภา แต่รัฐบาลก็ควรมีท่าทีสนับสนุนบ้าง และขณะนี้ยังไม่มีความชัดเจนในร่างกฎหมายฉบับใหม่ว่าโครงสร้างการบริหารสำนักงานตำรวจแห่งชาติเป็นอย่างไร ระบบการแต่งตั้งโยกย้ายจะมีหลักประกันอย่างไร ตอนนี้ยังไม่มีความชัดเจน เพียงแต่รัฐบาลเปิดกว้างให้มีการแก้ไขกฎหมายเท่านั้น ซึ่งต้องจับตาการพิจารณาในชั้นกมธ.วิสามัญต่อไป” นายคำนูณ กล่าว

