‘โรม’ แนะ รัฐสภา คิดดีๆ หวนใช้กติกาเลือกตั้งโบราณ มีจุดอ่อนไม่สะท้อนเสียงปชช. วอน เปิดใจ คำนวณคะแนนแบบใหม่ ได้เสียงอย่างเป็นธรรม
เมื่อวันที่ 25 สิงหาคม เวลา 17.10 น. การพิจารณาร่างแก้ไข รธน. เข้าสู่การพิจารณา มาตรา 4 ให้ยกเลิกความในมาตรา 91 นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล (ก.ก.) อภิปรายว่า เราต่างมีบทเรียนว่าในอดีตจากการเลือกตั้งที่ผ่านมา มีความไม่เป็นธรรม และไม่สะท้อนต่อเสียงของประชาชน ยกตัวอย่างเมื่อการเลือกตั้งครั้งหนึ่ง ที่ยังมีการบังคับใช้รัฐธรรมนูญ 2540 อยู่ พรรคการเมือง ก. ได้รับคะแนนเสียง คิดเป็น 40.64% ส่วนพรรคการเมือง ข. ได้รับคะแนนคิดเป็น 26.58% ต่างกันประมาณ 14% ปรากฏว่าเมื่อนำคะแนนมาแปรเปลี่ยนเป็นที่นั่งในสภาฯ พรรคการเมือง ก. ได้ที่นั่งในสภาฯ คิดเป็น 49.6% ขณะที่พรรคการเมือง ข. กลับได้ลดลงคือ 25.6% ความแตกต่างของ 2 พรรคการเมืองนี้ขยายกว้างขึ้น คิดเป็น 24% จากเดิมที่ต่างกัน 14% นี่คือปัญหาของระบบเลือกตั้ง
นายรังสิมันต์ กล่าวว่า ตนจึงอยากให้ลองจินตนาการดูว่า ถ้าตกอยู่ในสภาพที่นั่งเช่นเดียวกับพรรคการเมือง ข. จะรู้สึกถึงความเป็นธรรมของระบบเลือกตั้งที่บังคับใช้อยู่ในตอนนั้นหรือไม่ แล้วพี่น้องประชาชนที่เลือกมา จะรู้สึกถึงความเป็นธรรมหรือไม่ สภาฯ มองเห็นและทราบปัญหาดี แต่กลับยังคงดึงดันกลับไปหาระบบเลือกตั้งที่เห็นอย่างชัดเจนว่า เป็นปัญหา คิดว่ารัฐสภาต้องยอมรับได้แล้วว่าระบบเลือกตั้งดังกล่าว ไม่มีเหตุผลใดๆ เลยที่จะยอมรับ เราจะเพิกเฉยต่อระบบที่ไม่เป็นธรรมนี้จริงๆ หรือ ข้อเสนอที่ตนเสนอ อาจจะเป็นระบบเลือกตั้งที่เราพัฒนามาจากปี 2540 เป็นระบบที่มีความเหมาะสมกับสังคมไทยในปัจจุบัน การเลือกคนที่ใช่ เลือกพรรคที่ชอบยังมีอยู่ในคำสงวนที่ตนได้สงวนไว้ เพียงแต่การคำนวนจะต้องทันสมัย ไม่โบราณเหมือนกับที่เกิดขึ้นในยุคเก่า
นายรังสิมันต์ กล่าวว่า ตนได้เสนอการกำหนดขั้นต่ำ 0.2% เพื่อคิดส.ส.บัญชีรายชื่อ เพราะหากคิดเป็นสมการง่ายๆ เรามีส.ส. 500 คน 0.2% ของ 500 คน คือ ส.ส. 1 คน หากใช้เกณฑ์นี่คำนวณด้วยการเทียบกับผลการเลือกตั้ง 2562 คะแนนเกณฑ์ขั้นต่ำที่จะนำมานับคือ 70,000 คะแนน ซึ่งเป็นตัวเลขที่ไม่มากจนเกินไป และเป็นการเปิดโอกาสให้กับพรรคการเมืองที่มีขนาดเล็กสามารถมีส่วนร่วมได้ สะท้อนความหลากหลายที่มีอยู่ในสังคมไทยได้ นอกจากนี้การกำหนด 0.2% ยังเป็นเกณฑ์จะเป็นการแก้ปัญหาพรรคการเมืองปัดเศษที่เกิดขึ้นในรัฐธรรมนูญ 2560 ด้วยเหตุผลทั้งหมดนี้ตนจึงอยากขอให้รัฐสภาลองเปิดใจการสงวนความเห็นของตนเพื่อให้การเลือกตั้งเป็นธรรม

