3 ผู้ต้องหาคาร์ม็อบภูเก็ตเข้าพบตร. ตะลึงเจอข้อหายาวเหยียด ข้องใจม็อบต้านไม่โดนซักคน

ภูเก็ต-ผู้ถูกกล่าวหาในคดีคาร์ม็อบภูเก็ต 3 คน เข้าพบพนักงานสอบสวนเพื่อรับทราบข้อกล่าวหา พบ 2 ใน 3 เป็นเยาวชน ข้องใจม็อบต้านไม่โดนซักคน 

วันนี้ (25 ส.ค.64) ที่สถานีตำรวจภูธรเมืองภูเก็ต ผู้ถูกกล่าวหาในคดีคาร์ม็อบภูเก็ต จำนวน 3 คน ได้แก่ ผู้สังเกตการณ์จากพรรคก้าวไกล 1 คน คือนายเฉลิมพงศ์ แสงดี และเป็นเยาวชน 2 คน ได้เดินทางมายัง สภ.เมืองภูเก็ต เพื่อพบพนักงานสอบสวนและรับทราบข้อกล่าวหาฐานความผิดฐาน “มั่วสุมกันเกิน 10 คนขึ้นไป ก่อความวุ่นวาย ไม่ปฏิบัติตามคำสั่งเจ้าพนักงาน” สืบเนื่องจากการนัดรวมตัวกันทำกิจกรรม “คาร์ม็อบภูเก็ต # บีบให้เทือน” ที่บริเวณวงเวียนสะพานหิน อ.เมืองภูเก็ต ก่อนจะเคลื่อนขบวนรถยนต์และรถจักรยานยนต์เดินทางไปยังศาลากลางจังหวัดภูเก็ต เพื่อยื่นหนังสือให้ผู้ว่าฯ โดยมีข้อเรียกร้อง 4 ข้อ คือ ให้รัฐบาลออกมาตรการเยียวยาประชาชน, ให้มีการนำเข้าวัคซีนที่มีคุณภาพมาแจกจ่ายให้ประชาชนทุกคนให้เท่าเทียมกัน, ประกันรายได้ให้กับประชาชนทุกกลุ่ม และให้พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ลาออกโดยไม่มีเงื่อนไข เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคมที่ผ่านมา ตามหมายเรียกของ สภ.เมืองภูเก็ต ลงวันที่ 26 กรกฎาคม2564 ท่ามกลางการดูแลรักษาความปลอดภัยเข้มงวด มีการตั้งจุดตรวจบริเวณถนนโดยรอบที่ตั้งสถานีตำรวจภูธรภูเก็ต พร้อมทั้งจัดกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้งในและนอกเครื่องแบบ ร่วมกับฝ่ายปกครอง ตั้งจุดคัดกรองก่อนเข้าสู่ตัวอาคารสถานี เนื่องจากมีการประกาศเชิญชวนให้มาร่วมให้กำลังใจผู้ถูกกล่าวหาดังกล่าว ซึ่งบรรยากาศเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ไม่มีเหตุวุ่นวายใดๆ โดยมีผู้มาร่วมให้กำลังกำลังใจผู้ถูกกล่าวจำนวนไม่มาก รวมแล้วประมาณ 15 คน

ทั้งนี้ได้มีการระบุพฤติกรรมของผู้ถูกกล่าวหา ว่า มีความผิดฐาน

-รวมกลุ่มมั่วสุมกันตั้งแต่สิบคนขึ้นไปโดยใช้กำลังประทุษร้าย หรือขู่เข็ญว่าจะใช้กำลังประทุษร้าย หรือกระทำการอย่างหนึ่งอย่างใด ให้เกิดความวุ่นวายขึ้นในบ้านเมือง”,

Advertisement

-ไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของเจ้าพนักงาน ซึ่งสั่งการตามอำนาจที่มีกฎหมายให้ไว้ โดยไม่มีเหตุหรือข้อแก้ตัวอันสมควร

-ส่งเสียง ทำให้เกิดเสียงหรือกระทำความอื้ออึงโดยไม่มีเหตุอันควร”

-“ร่วมกันกีดขวางทางสาธารณะจนอาจเป็นอุปสรรคต่อความปลอดภัยหรือความสะดวกในการจราจร”

Advertisement

-“ร่วมกันก่อความเดือดร้อนรำคาญในสถานที่สาธารณะ”

“ร่วมกันวาง ตั้ง ยื่น หรือแขวนสิ่งใดสิ่งหนึ่งหรือกระทำด้วยประการใด ๆ ในลักษณะที่เป็นการกีดขวางการจราจร”

-“ร่วมกันโฆษณาโดยใช้เครื่องขยายเสียงด้วยกำลังไฟฟ้า โดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าหน้าที่” “ร่วมกันกระทำการหรือดำเนินการใดๆ ซึ่งอาจก่อสภาวะที่ไม่ถูกสุขลักษณะซึ่งอาจเป็นเหตุให้เกิดโรคติดต่ออันตรายแพร่ระบาด” 

-“ร่วมกันชุมนุมหรือทำกิจกรรมที่มีความเสี่ยงต่อการแพรโรค ในพื้นที่ที่มีประกาศ หรือคำสั่งกำหนดเป็นเขตพื้นที่เฝ้าระวังสูง”

อย่างไรก็ตาม ในส่วนของนายเฉลิมพงศ์ แสงดี ซึ่งเป็นผู้ถูกกล่าวหาคนที่ 1 ได้เข้ารับทราบข้อกล่าวหา พร้อมกับทนายความในช่วงเช้า (25 ส.ค.64) และได้ให้การปฎิเสธทุกข้อกล่าวหา โดยจะมีการชี้แจงรายละเอียดเป็นเอกสารต่อเจ้าหน้าที่อีกครั้ง พร้อมยืนยันว่า ตัวเองเป็นเพียงผู้สังเกตการณ์ และเห็นว่าการชุมนุมดังกล่าวเป็นการชุมนุมโดยสันติมีการขับขี่รถยนต์และรถจักรยานยนต์ เพื่อไปยื่นหนังสือให้กับผู้ว่าฯ ภูเก็ต ที่ศาลากลางจังหวัดภูเก็ตตามข้อเรียกร้องของผู้ชุมชน และอยากถามกลับไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า มีอีกกลุ่มชุมชนที่มีการเตรียมการทั้งมีป้ายข้อความและรถขยายเสียง แต่กลับไม่ถูกดำเนินคดี จึงอยากฝากให้ปฎิบัติอย่างเที่ยงธรรมและสุจริต

ส่วนของผู้ถูกกล่าวหาอีก 2 คน ซึ่งเป็นเยาวชน ได้เดินทางมารับทราบข้อกล่าวหาในช่วงบ่ายวันเดียวกัน (25 ส.ค.64) พร้อมด้วยทนายความและผู้ปกครอง ซึ่งในการสอบปากคำทั้งสองคนนั้น ได้มีการแยกสอบและมีเจ้าหน้าที่สหวิชาชีพร่วมสอบด้วย นอกจากนี้ยังมีผู้มาให้กำลังใจ จำนวนประมาณ 10 คน โดยทางเจ้าหน้าที่ตำรวจให้นั่งรออยู่บริเวณด้านหน้าสถานี ไม่อนุญาตให้เข้าไปในตัวอาคารแต่อย่างใด

QR Code
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่
Line Image