หน้าแรก การเมือง หมอวรงค์ ซัดท...

หมอวรงค์ ซัดทนายยิ่งลักษณ์ บิดเบือน ยันคำสั่งคสช.เปิดทางบังคับคดียึดทรัพย์ได้ ไม่ผิด

19.09.16 | 18:02 น.

“หมอวรงค์” สวน ทนาย “ปู” บิดเบือนคำสั่ง คสช.ทั้ง 5 ข้อ แนะรัฐเตรียมทีมงานรับศึก พิสูจน์ข้อกล่าวหา


เมื่อวันที่ 19 กันยายน นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม อดีตส.ส.พิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า จากกรณีที่ทนายของน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ออกมาทำให้สังคมสับสนและไม่เข้าใจ คำสั่งของหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)ออกคำสั่งที่ 56/2559 ให้อำนาจกรมบังคับคดีในการบังคับคดีทางปกครอง ด้วยการยึดทรัพย์ของผู้ต้องรับผิดในโครงการจำนำข้าว คือ 1.เป็นการหลีกเลี่ยงที่จะไม่ใช้การพิจารณาโดยศาลยุติธรรมปกติ แต่กับตัดตอนใช้วิธีคำสั่งทางปกครองให้รับผิดทันที นั้นถือว่าทนายพูดไม่จริง เพราะการเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ กระทำความเสียหายในหน้าที่ จึงต้องเรียกค่าเสียหายผ่านพ.ร.บ.รับผิดทางละเมิด ทั้งคดีนายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ และน.ส.ยิ่งลักษณ์ ต้องมาตามเส้นทางนี้ และกฎหมายก็ให้สิทธิ์ในการอุทธรณ์ผ่านศาลปกครอง ไม่มีการตัดตอนใดๆ 2.กล่าวหาว่าเป็นการชี้นำการพิจารณาคดีอาญา ที่อยู่ระหว่างการพิจารณาคดีของศาล และคณะกรรมการพิจารณาความรับผิดทางแพ่งยังพิจารณาคดียังไม่เสร็จนั้น เรื่องชี้นำคดีอาญาคงไม่พูดถึงเพราะศาลฎีกาแผนกคดีอาญาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองมีคำสั่งห้ามอยู่แล้ว แม้การพิจารณารับผิดทางแพ่งของน.ส.ยิ่งลักษณ์ยังไม่เสร็จ แต่คดีของนายบุญทรง คณะกรรมการพิจารณาเสร็จแล้ว และการทำหน้าที่ของกรมบังคับคดีก็เป็นมาตรการบังคับในขั้นตอนสุดท้ายของกระบวนการ ซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับการพิจารณารับผิดทางแพ่งของน.ส.ยิ่งลักษณ์แต่อย่างใด

นพ.วรงค์ กล่าวต่อว่า 3. ทนายกล่าวหาว่าฝ่าฝืนกติการะหว่างประเทศ และเรียกร้องให้มีการปฏิบัติเสมอภาคโดยกระบวนการยุติธรรมทางศาลนั้น ตนขอชี้แจงว่าแสดงว่าไม่ทราบว่าขั้นตอนของพ.ร.บ.รับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ ซึ่งมีการให้สิทธิ์ในการอุทธรณ์ต่อศาลปกครองก็คือกระบวนการของศาลนั่นเอง 4. ทนายกล่าวว่าการออกคำสั่งที่ 56/2559 ไม่มีความจำเป็น เป็นการข้ามขั้นตอนและเลือกปฏิบัติ ที่ไม่เป็นธรรมต่อตัวน.ส.ยิ่งลักษณ์นั้น ขอชี้แจงว่าทุกอย่างเป็นไปตามขั้นตอน ทั้งคดีนายบุญทรง และน.ส.ยิ่งลักษณ์ ไม่มีการข้ามขั้นตอนใดๆ ตลอดจนสิทธิ์ในการอุทธรณ์ต่อศาลปกครองก็ยังอยู่ ยกเว้นถ้าไม่มีการอุทธรณ์ต่อศาลปกครอง กรมบังคับคดีจึงใช้มาตรการบังคับทางปกครองซึ่งเป็นขั้นตอนสุดท้าย และ 5. ที่กล่าวว่าอำนาจหน้าที่ของกรมบังคับคดีได้ถูกบัญญัติไว้โดยกฎหมาย การออกคำสั่งนี้จึงมีลักษณะ เป็นการก้าวล่วงและก้าวก่ายศาล ขอชี้แจงว่าวงเงินความเสียหายเป็นหมื่นๆล้านบาท ก็ต้องให้มืออาชีพดำเนินการ ซึ่งขั้นตอนก็มีพ.ร.บ.รับผิดทางละเมิดรองรับ และถ้ามีการอุทธรณ์ต่อศาลปกครอง กรมบังคดีก็ดำเนินการตามคำสั่งศาลเหมือนปกติ ยกเว้นถ้าไม่อุทธรณ์ต่อศาลปกครอง กรมบังคับคดีจึงใช้มาตรการบังคับทางปกครอง ซึ่งเป็นขั้นตอนสุดท้ายของพ.ร.บ.รับผิดทางละเมิด ไม่เกี่ยวกับการก้าวล่วงศาลอย่างใด

“ขอเรียกร้องผู้เกี่ยวข้องทั้งรัฐบาลและกระทรวงพาณิชย์ ว่าในช่วงปฏิรูปเพื่อปราบโกงใครมีหน้าที่ต้องทำอะไรควรจะต้องทำตามหน้าที่และการลงนามคำสั่งทางปกครองจะเป็นการพิสูจน์ว่าที่เขากล่าวหานั้นไม่เป็นความจริง รัฐบาลควรเตรียมทีมงานรับศึกบิดเบือนข้อมูลข่าวสาร เพราะฝ่ายบิดเบือนเขาพร้อมแล้ว ดังนั้นรัฐบาลจึงต้องไม่ประมาท” นพ.วรงค์ กล่า

Advertisement