วันนี้ (19 กันยายน) นายประสิทธิ์ชัย หนูนวล ผู้ประสานงานเครือข่ายปกป้องอันดามันจากถ่านหิน ได้โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว “ประสิทธิ์ชัย หนูนวล” แสดงความเห็นความคืบหน้ากรรมการ 3 ฝ่าย เพื่อพิจารณาข้อเสนอชาวกระบี่ ปมคัดค้านโรงไฟฟ้าถ่านหิน โดยระบุว่า
ตุลาล้อมทำเนียบ … รู้อยู่แล้วแต่ก็อดสะท้อนใจไม่ได้กับการทรยศ ทำไมถึงรู้ว่ากรรมการ 3 ฝ่ายจะทรยศต่อข้อเสนอของประชาชนชาวกระบี่ ก็เพราะว่าสัญญาณบ่งชี้ตลอดเวลาของการทำงาน มากไปกว่านั้นบทเรียนของการตั้งกรรมการทั้งหลายล้วนล้มเหลวแทบหมดสิ้น เพราะอะไรนะเหรอ? ก็เพราะว่าผู้ถืออำนาจรัฐไม่ใช่ผู้มีอำนาจตัวจริง การใช้อำนาจรัฐจึงซับซ้อนโดยเฉพาะกับนโยบายที่เกี่ยวข้องกับผลประโยชน์ของกลุ่มทุน และนี่เป็นปฐมเหตุแห่งความเลวร้ายของนโยบายพลังงานรวมถึงเรื่องอื่นด้วย
ข้อเสนอของชาวกระบี่ในช่วงที่อดอาหารประท้วงรัฐบาลจนนำมาสู่ข้อตกลงคือ ให้เวลาชาวกระบี่ 3 ปีพิสูจน์ว่าผลิตพลังงานเองใช้เพียงพอ จนนำมาสู่การตั้งกรรมการ 3 ฝ่ายเพื่อหาแนวทาง อนุกรรมการพลังงานหมุนเวียนถกกันแล้วจนนำมาสู่ข้อสรุปร่วมกันทั้ง 3 ฝ่ายว่า จ.กระบี่มีศักยภาพพลังงานหมุนเวียนประมาณ 1,700 เมกะวัตต์ โดยการใช้ไฟฟ้าสูงสุดของ จ.กระบี่อยู่ที่ 140 เมกะวัตต์ …นี่คือข้อสรุป ศักยภาพมากกว่าการใช้หลายเท่าตัว เหตุใดจึงไม่ยอมรับ
19 กันยายน 2559 มีการประชุมกรรมการ 3 ฝ่ายที่ทำเนียบรัฐบาล บรรยากาศการประชุมเป็นไปด้วยความตึงเครียด ด้วยบทบาทของประธาน พล.อ.สกนธ์ สัจจานิตย์ ที่พยายามรวบรัดตัดตอน ไม่พิจารณาข้อเสนอของประชาชนชาวกระบี่ตามคำสั่งนายกรัฐมนตรี แต่กลับนำเอกสาร 1 แผ่นมาให้กรรมการทุกคนกรอกว่า เห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยกับการสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหิน
มันอะไรกันวะ! อุตส่าห์ตั้งอนุกรรมการศึกษา 3 คณะ โดยเฉพาะชุดพลังงานหมุนเวียน ได้ตัวเลขมาเรียบร้อย กลับจะมาตัดสินการสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินกันด้วยการให้กรรมการกรอกว่าเห็นด้วยหรือไม่ ซึ่งแน่นอนลองจินตนาการดูเถอะครับผลจะออกมายังไง 3 ฝ่ายที่ว่าคือ กฟผ. / สนช. / ภาคประชาชน ฝ่ายละเท่ากัน นึกออกไหมครับผลจะออกมายังไง
นี่คือวิธีทำงานของทหาร! เอ๊ะไม่ใช่ทั้งหมด ถ้าพูดให้ชัดต้องบอกว่ามันคือวิธีการทำงานของกลุ่มทุนที่กุมสภาพอำนาจรัฐจะถูกต้องกว่ามาก!
วาระที่ 4 ของการประชุมคือ การดำเนินงานต่อของกรรมการไตรภาคี เมื่อมีคนยกมือถามว่าวาระนี้จะเอายังไง พล.อ.สกนธ์ ในฐานะประธานบอกว่า ผมไม่รู้เรื่องวาระนี้ ฝ่ายเลขาฯสำนักนายกฯตั้งเรื่องมา
อ้าว! เป็นประธาน—อะไร ไม่รู้เรื่องวาระการประชุม หลังจากนั้นตัดบทว่าผมไม่มีเวลาแล้ว ทั้งหมดนี้ผมจะไปรายงานกับ พล.อ.ประยุทธ์โดยตรง เอ้ย! คำถามคือเอาอะไรไปรายงานเอาผลการกรอกแบบสอบถามที่นิยมใช้ในเด็กอนุบาลไปรายงานนายกฯ? เช่นนั้นหรือ
ผมรู้อยู่ว่าเหตุการณ์จะเป็นเช่นนี้ เพราะพฤติกรรม พล.อ.สกนธ์ชัดมาก จากการลงไปพูดคุยเป็นการเฉพาะกับกลุ่มคนแกนนำใน จ.กระบี่ ทำตัวลับๆ ล่อๆ แต่ไม่ให้อนุชุดรับฟังความเห็นทำงาน หลังจากนั้นมีการลดแลกแจกแถมโดย กฟผ.กับกลุ่มต่างๆ
นี่คือเส้นทางของการผลิตนโยบายพลังงานประเทศไทย มันไม่ใช่แค่วิกฤตถ่านหิน แต่มันคือวิกฤตประเทศ วิกฤตของการผลิตนโยบายเกือบทุกเรื่อง ไม่เคยตั้งอยู่บนฐานประโยชน์ของประชาชนโดยรวม ขอแรงคนไทยทุกคน จงมาช่วยกันขจัดความเลวร้ายอันนี้ออกไป
เจอกัน ตุลาล้อมทำเนียบ

